“ชราไลน์” จากแก๊งเพื่อนสาวสู่ต้นแบบ Subculture ที่ถูกส่งต่อใน “BNK48”

“ชราไลน์” จากแก๊งเพื่อนสาวสู่ต้นแบบ Subculture ที่ถูกส่งต่อใน “BNK48”

“ชราไลน์” เป็นเพียงไม่กี่ชื่อแก๊งของสาวๆ “BNK48” ที่เป็นที่จดจำของแฟนคลับตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของวงมาจนถึงวันนี้ แม้การเริ่มต้นเกิดจากการรวมตัวของ “รุ่นใหญ่” แต่กลับกลายเป็นหนึ่งในต้นแบบของวัฒนธรรมที่สืบทอดกันในไอดอลวงนี้

ขณะที่วง BNK48 ยังครองความเป็นวงไอดอลเบอร์หนึ่งของไทย ชื่อของยูนิตที่แต่งตั้งกันขึ้นมาเองจากการรวมตัวกันของแก๊งพี่ใหญ่อย่าง แก้ว, อร, น้ำหนึ่ง, เนย และตาหวาน แห่งวง BNK48 คือหนึ่งในตำนานที่แม้คนที่ไม่ได้โอชิคนใดคนหนึ่งใน ชราไลน์ แต่ก็ยังต้องรู้จักแก๊งนี้

อาจเรียกว่า ชราไลน์ ถือกำเนิดมาพร้อมๆ กับการเติบโตของ BNK48 ก็ได้ เพราะนอกจากเมมเบอร์เกือบครบทุกคนในแก๊งชราไลน์จะยังอยู่เป็นเมมเบอร์คู่บุญของวง ทั้ง 5 สาวยังถือเป็นเมมแถวหน้าที่พอพูดถึง BNK48 ก็จะมีหน้าพวกเธอลอยมา

“ชราไลน์” จากแก๊งเพื่อนสาวสู่ต้นแบบ Subculture ที่ถูกส่งต่อใน “BNK48”

จุดกำเนิดของแก๊งเพื่อนสาว “ชราไลน์”

น้ำหนึ่ง BNK48 - มิลิน ดอกเทียน เล่าว่าจุดเริ่มต้นของ ชราไลน์ คือการรวมตัวกันของเมมเบอร์ที่อายุเยอะที่สุดในกลุ่มของเมมเบอร์ที่มาออดิชั่น ณ ตอนนั้น พอได้คุยกัน ชักชวนกันไปมา เลยกลายเป็นแก๊งนี้

“พอพวกเราได้คุยกันเลยเหมือนดึงดูดกันเข้ามา เวลากินข้าวก็นั่งกินด้วยกัน ด้วยความที่อายุใกล้กันก็เลยคุยกันรู้เรื่อง คุยกันถูกคอ ศีลเสมอกัน ก็เลยสนิทกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งสิ่งที่ดึงดูดให้พวกเราเข้ามาสนิทกันคือความสวย (ฮา) ล้อเล่นค่ะ น่าจะเป็นนิสัยใจคอ เรื่องที่คุยกันตอนนั้นก็เป็นเรื่องเล่นแบบเด็กมหาวิทยาลัย”

สิ่งที่หล่อหลอมให้ทั้ง 5 คนซึ่งกำลังอยู่ในวัย 19-20 ปี ณ ตอนนั้น แก้ว BNK48 - ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ บอกว่าคือการเผชิญโลกในแบบที่คล้ายๆ กัน พอคิดและเป็นคล้ายกันจึงกลายเป็นความผูกพันของกลุ่มเพื่อน ที่ส่งผลไปถึงการรับรู้ของแฟนคลับในฐานะ ชราไลน์

“ด้วยความที่พวกเราเคมีเข้ากัน ทำอะไรก็ดูเข้าขากัน คนเลยชื่นชอบในมิตรภาพหรือเคมีในความตลกเวลาที่เราคุยกัน ทำให้พวกเขาเข้ามาติดตามด้วยความเป็นชราไลน์ด้วย เหมือนว่าแฟนคลับคนนี้ก็จะเอ็นดูเพื่อนที่เหลือด้วย เหมือนว่าถ้าชอบแก้วก็จะชอบชราไลน์ทั้งกลุ่ม”

“ชราไลน์” จากแก๊งเพื่อนสาวสู่ต้นแบบ Subculture ที่ถูกส่งต่อใน “BNK48”

ชราไลน์...มิตรภาพที่เติบโตและวัฒนธรรมที่ถูกสานต่อ

ความสนิทสนมของ ชราไลน์ คือเกือบทุกช่วงเวลาในบทบาทของเมมเบอร์ BNK48 ทั้งเบื้องหน้าที่ทุกคนเห็นและเบื้องหลังที่พวกเธอเป็น ทั้งเป็นเพื่อนกิน เป็นเพื่อนเที่ยว เป็นเพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข กอดคอกันติดเซ็มบัตสึมาด้วยกัน เม้าท์มอยกัน

จากวันนั้นจนวันนี้ การเติบโตของ 5 สาวชราไลน์เกิดขึ้นไปพร้อมกันทั้งวัย ความคิด รวมถึงบทบาทหน้าที่ต่างๆ น้ำหนึ่งพูดถึงเรื่องนี้ว่า ยิ่งเติบโต ต่างคนก็มีภาระหน้าที่แตกต่างกัน

“ในรุ่นหนึ่งเราสนิทกันหลายคน เพราะเราผ่านอะไรมาด้วยกัน อาจจะมีแก๊งเด็กหอ อาจจะมีแก๊งนู่นนี่นั่น แต่สุดท้ายเวลาเราได้กลับมาคุยกันก็จะถูกคอเหมือนเดิม ไม่ต้องจูนอะไรใหม่”

ด้าน ตาหวาน BNK48 - อิสราภา ธวัชภักดี มองว่าตลอดเวลาเกือบ 5 ปี นานมากพอที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเพื่อนๆ ของเธอทุกคนเป็นอย่างไร ได้เห็นในทุกมุมที่แต่ละคนเป็น และเข้าใจกันดีมากขึ้น ซึ่งน่าจะเกิดจากการทำอะไรหลายอย่างร่วมกัน

“พอเรายิ่งอยู่ด้วยกันยิ่งได้รู้จักกันมากขึ้น ยิ่งคุยกันมากขึ้นก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้น ได้เห็นพาร์ทต่างๆ ของทุกคน แล้วเราได้เข้าใจกันมากขึ้น จะทำงาน จะคุย เป็นความสบายใจตรงนี้ที่พอมาทำงานตรงนี้แล้วมีเพื่อนอยู่ด้วยกัน ทุกอย่างก็ราบรื่นไปเรื่อยๆ”

“ชราไลน์” จากแก๊งเพื่อนสาวสู่ต้นแบบ Subculture ที่ถูกส่งต่อใน “BNK48” ตาหวาน BNK48

ไม่ได้มีแต่สาวๆ ที่รู้จักสนิทสนมกัน แต่ ชราไลน์ ก็เป็นที่รู้จักในหมู่แฟนนานุแฟน BNK48 มากขึ้นด้วย จนแทบจะบอกได้ว่า เมื่อชราไลน์รวมตัวกัน ตู้ปลาแทบแตก!

อร BNK48 - พัศชนันท์ เจียจิรโชติ เล่าว่าช่วงนั้นมีแฟนคลับหลายคนส่งของขวัญมาให้ ทั้งแบบ Fanmade ที่ทำให้ชราไลน์โดยเฉพาะ หรือส่งของให้แบบครบคน

“หนูแอบไปส่องๆ มา ตอนนี้ตั้งแต่เรามีโปรเจคชราไลน์ ก็เห็นเขาทำโปรเจคบ้าน มีวิชาเรียนชราไลน์ เหมือนให้ทุกคนรู้จัก มีเปิดแอคเคาท์ใหม่เป็นชราไลน์เลย 5 บ้านรวมตัวกันเป็น unity

ส่วนกับในวง หลังจากมีชราไลน์ ก็มีกุมารไลน์ มีกลุ่มมีก้อนอื่นๆ ที่เกิดขึ้นมา มันเป็นเหมือนการสืบทอดกันมา หนูไม่ได้รู้สึกว่ามันมีจุดพีค แต่มันมาเรื่อยๆ”

“ชราไลน์” จากแก๊งเพื่อนสาวสู่ต้นแบบ Subculture ที่ถูกส่งต่อใน “BNK48” อร BNK48

Verb of Feeling โปรเจคสุดพิเศษของ “ชราไลน์”

จากการรวมแก๊งกันของสาวๆ สู่โปรเจคพิเศษเพื่อแฟนคลับ ในชื่อ Verb of Feeling ประกอบด้วย 5 เพลง จาก 5 สาว ชราไลน์

1. แก้ว BNK48 เพลง Anata to Christmas Eve คำสัญญาแห่งคริสต์มาสอีฟ

แก้วบอกว่านี่เป็นการร้องเพลงเดี่ยวครั้งแรกแบบเต็มเพลง Anata to Christmas Eve – คำสัญญาแห่งคริสต์มาสอีฟ เพลงนี้นับว่าเป็นเพลงพิเศษที่มีความสำคัญกับตัวเอง คอนเซ็ปต์โดยรวมเน้นจุดเด่นคือการเล่นเปียโน คิดไลน์เปียโนด้วยตนเอง สนุกและท้าทาย

“ครูเขาอยากให้เราได้มากที่สุดเท่าที่คนๆ หนึ่งจะทำได้ ถ้าแต่งเองได้ก็แต่งเอง ถ้าทำตรงไหนได้ก็ทำเอง อย่างของแก้วเองเล่นเปียโนได้ก็ให้แต่งไลน์เปียโน โดยมีครูที่สอนเปียโนแก้วช่วยคิดไลน์โซโล่”

“ชราไลน์” จากแก๊งเพื่อนสาวสู่ต้นแบบ Subculture ที่ถูกส่งต่อใน “BNK48” แก้ว BNK48

2. อร BNK48 เพลง RIVER เพลงหลักจากอัลบั้ม RIVER

อรยอมรับว่านี่คือเพลงที่มีความหมายกับเธอมาก เนื่องจากเป็นเซ็นเตอร์ ด้วยต้นฉบับเนื้อร้องทำนองเพลงนี้จะเป็นแนวสู้ชีวิต ตนเองจึงมีความตั้งใจทำให้เพลงเพิ่มเรื่องราวความรักเพื่อเข้าถึงใจผู้ฟัง ซึ่งต้องขออนุญาตจากทางญี่ปุ่น ซึ่งเมื่ออนุญาตก็เดินหน้าทำเพลงให้ออกมาดีที่สุด เพลงนี้จะเป็นตัวเชื่อมความรู้สึกระหว่างตนเองกับแฟนๆ ให้นึกถึงมิตรภาพระหว่างกัน 

“อาจจะด้วยเนื้อเพลง RIVER เข้าถึงยาก ก็เลยมีการเพิ่มเนื้อเข้าไปใหม่ และแต่งเองเข้าไปใหม่ ก็ต้องมานั่งเรียบเรียงเองว่าจะผ่านไหม นี่คือความยาก แล้วตอนที่เวิร์คชอป ไม่มีเพลงแนวที่ใช่เลย หนูก็เลยนำเพลงนี้มาเป็นการบ้าน”

3. ตาหวาน BNK48 เพลง พระจันทร์เสี้ยว Yokaze no Shiwaza

ซึ่งตาหวานบอกว่าเป็นเพลงที่ตัวเองร้องในเธียเตอร์ซึ่งคนภายนอกไม่เคยได้รับฟัง จึงต้องการให้คนภายนอกได้รู้จักเพลงที่มีความหมายดีๆ ไพเราะ เธอได้ใช้ทักษะการร้องที่มีพลังของตัวเอง พระจันทร์เสี้ยวเป็นการร้องเดี่ยวเต็มเพลง จังหวะเพลงที่ชอบคือ R&B และ POP นำมาปรับเปลี่ยนเพื่อให้เป็นสไตล์เพลงที่ตัวเองชื่นชอบ 

“ในการทำงานของตาหวาน การร้องซ้ำ ตัดเนื้อ เพิ่มเนื้อ เราทำเองให้ได้มากที่สุดเหมือนที่พี่แก้วบอก ไลน์การร้อง จะแอดลิบอย่างไร จะปรับคีย์อย่างไร ก็เป็นไอเดียของเราทั้งหมด คุณครูเขาให้การบ้านมา แล้วพวกเรามีเวิร์คชอปของตัวเองทุกคน ก็ต้องไปหาสไตล์ที่ตัวเองชอบ จะเริ่มอย่างไร ไปจินตนาการมาให้หมดทั้งเพลง เราทุกคนเลยมีส่วนร่วมกับเพลงเกือบทั้งหมดเลย”

4. น้ำหนึ่ง BNK48 เพลง High Tension ซิงเกิ้ล 8 เพลงที่ น้ำหนึ่งเป็นเซ็นเตอร์

น้ำหนึ่งเล่าว่าเป็นการนำเพลง High Tension จากรุ่นพี่วง AKB48 นำกลับมาร้องในสไตล์เรกเก้ สนุกสนาน เพลงนี้เป็นเพลงที่ตัวเองรักมากและชื่นชอบมาก ซึ่งพอเอามาทำใหม่ก็ยังคงจังหวะเพลงไม่เร็วมาก ฟังแล้วโยกตามได้ เพื่อให้เข้าถึงทุกคน และนี่เป็นการต้องร้องเพลงคนเดียวแบบเต็มเพลงครั้งแรก ประสบการณ์เข้าห้องอัดคนเดียว ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอคนเดียวด้วย

“ชราไลน์” จากแก๊งเพื่อนสาวสู่ต้นแบบ Subculture ที่ถูกส่งต่อใน “BNK48” น้ำหนึ่ง BNK48

5. เนย BNK48 เพลง Kimi wa Melody เธอคือ..เมโลดี้

สำหรับเนยนี่เป็นการร้องเพลงเดี่ยวครั้งแรก สไตล์เพลงแบ่งเป็น 3 หัวข้อ คือ สไตล์เพลงแนวน่ารัก ฟังง่ายเพลินๆ และมีความเป็นธรรมชาติ เนื้อร้องไม่รัวเร็วคำร้องมากจนเกินไป จึงปรับบางท่อนร้องให้ช้าลง กระชับคำร้องให้มากขึ้น แปลกใหม่ เพื่อต่างกับออริจินอลให้เป็นสไตล์เพลงที่เป็นตัวเองมากที่สุด

นี่คือการกลับมาในโปรเจคใหญ่ของ BNK48 หลังจากถูกโควิด-19 สกัดขา พวกเธอมาพร้อมกับเซอร์ไพรส์ที่แฟนคลับพลาดไม่ได้

อร BNK48 ฝากถึงแฟนคลับทุกคนที่ติดตามพวกเธอ นอกจากโปรเจค Verb of Feeling ยังมี BNK48 Charaline 1st Fanmeet รออยู่

“พวกเราเตรียมตัวกันค่อนข้างดุเดือด พวกเราจะทำเต็มที่สุดความสามารถ เพราะในนั้นเราใส่ของไปเยอะมากจริงๆ ถ้าเปรียบเป็นหม้อต้มยำ ตอนนี้มันเดือดปุดๆ เราใส่เครื่องล้นๆ เอาจริงๆ มันเหมือนคอนเสิร์ต มันจริงจัง มันเล่นใหญ่ ของเยอะมากจริงๆ อยากให้ไปเห็นความแปลกใหม่ที่ BNK48 ไม่เคยมีมาก่อน”

“ชราไลน์” จากแก๊งเพื่อนสาวสู่ต้นแบบ Subculture ที่ถูกส่งต่อใน “BNK48”

โดย BNK48 Charaline 1st Fanmeet ตอนสุภาพสตรีชราเทพี ณ วังเวงวิเวกวิเหวงโหว จะแสดงวันที่ 25-26 ธันวาคม 2564 ที่ Union Hall, 6F Union Mall เริ่มขายบัตรวันที่ 11 ธันวาคม 2564 เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป ทาง Eventpop