การทำ "ธุรกรรมออนไลน์" ล้วนต้องใช้รหัส "OTP" ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้งออนไลน์ จ่ายบิลออนไลน์ สมัครใช้งานโซเชียลมีเดีย สมัครใช้งานคนละครึ่ง ฯลฯ ชวนรู้ว่าเลข OTP คืออะไร? พร้อมรู้วิธีป้องกันไม่ให้ถูกมิจฉาชีพหลอกดึงรหัส OTP ที่คุณได้รับ
ยังจำกรณี "โดนหักเงินจากบัญชีไม่รู้ตัว" ที่เป็นกระแสร้อนแรงก่อนหน้านี้กันได้หรือไม่? ถ้ายังจำได้ คงทราบว่าบัญชีส่วนใหญ่ที่โดนหักเงินไปนั้น มักเกิดจาก "ธุรกรรมออนไลน์" บางอย่างที่ไม่มีการขอรหัส "OTP" ระหว่างที่ทำธุรกรรม
กลายเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพแฮกเข้ามาในระบบ แล้วหักเงินออกจากบัญชีไปได้ง่ายๆ ดังนั้น หนึ่งในวิธีการป้องกันตัวเองเบื้องต้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อในกรณีแบบนี้ก็คือ ต้องระมัดระวังการใช้จ่ายผ่านโลกออนไลน์ เลือกใช้จ่ายในช่องทางที่เชื่อถือได้และมีการร้องขอรหัส OTP ก่อนการกดชำระเงินทุกครั้ง
ว่าแต่.. รหัส OTP คืออะไร? สามารถเพิ่มความปลอดภัยให้การทำธุรกรรมออนไลน์ต่างๆ ได้อย่างไร? ชวนหาคำตอบไปพร้อมกันที่นี่
1. OTP คืออะไร? ช่วยรักษาความปลอดภัยได้ยังไง?
มีข้อมูลจากเพจ "ตำรวจสอบสวนกลาง" ระบุว่า OTP ย่อมาจาก One Time Password หมายถึง รหัสที่ใช้เพียงครั้งเดียวในการเข้าสู่ระบบออนไลน์เพื่อทำธุรกิรรมใดๆ ก็ตาม
โดยทุกครั้งที่ผู้ใช้งานเข้าระบบ จะได้รับรหัส OTP ชุดใหม่เสมอ ซึ่งจะส่งผ่านทาง SMS ตามเบอร์โทรศัพท์ที่กรอกไว้ มีอายุการใช้งาน 3-5 นาที ต่อ 1 รหัส ดังนั้น OTP จะช่วยให้ไม่ต้องตั้งรหัสผ่านและจดจำรหัสผ่านอันเดิม จึงช่วยรักษาความปลอดภัยป้องกันไม่ให้ผู้อื่นนำรหัสไปใช้ต่อได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- อย่าให้ OTP กับใคร! ดีแทคเตือนระวังโจรออนไลน์แฝงตัวช่วงวิกฤติโควิด-19
- สมัคร 'คนละครึ่ง' รอบใหม่ ต้องรู้จัก 'OTP' รหัสลับที่ต้องลุ้น!
- รู้จัก 'OTP' รหัสลับ ต้นตอสมัคร 'คนละครึ่งเฟส 2' สะดุด
2. ช่องทางดูดเงินมิจฉาชีพ หลอกขอเลขรหัส OTP
เนื่องจากปัจจุบันนี้ผู้คนหันมาใช้จ่ายและทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านออนไลน์มากขึ้นกว่าในอดีต ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพหาช่องทางใหม่ๆ ในการดูดเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหาย หนึ่งในั้นคือการหลอกลวงขอรหัส OTP จากเหยื่อ
ส่วนใหญ่มิจฉาชีพกลุ่มนี้มักจะอ้างว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่จากสถาบันทางการเงิน หรือค่ายโทรศัพท์ พูดจาหลอกลวงให้เหยื่อหลงกล แล้วยอมส่งเลขรหัส OTP ผ่าน SMS หรือเว็บไซต์ที่แนบลิงก์เอาไว้ไปให้
เมื่อกดเข้าไปในลิงก์ เหยื่อก็จะโดนดูดข้อมูลส่วนตัว จากนั้นมิจฉาชีพก็จะสวมรอยเป็นเหยื่อรายดังกล่าวแล้วไปทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น ถอนเงินออกจากบัญชีธนาคาร, โอนย้ายเงินในบัญชี, เปลี่ยนแปลงการผูกบัญชีกับแอพพลิเคชันม แฮกเข้าบัญชีบัตรเครดิต และการจ่ายสินค้าออนไลน์ เป็นต้น
ดังนั้น รหัส OTP จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรเปิดเผยให้ผู้อื่นรู้ เพราะเสี่ยงต่อการโจรกรรมข้อมูล ทำให้เสียทรัพย์ได้ในภายหลัง
3. วิธีป้องกันเบื้องต้น ไม่ให้ถูกหลอกขอเลข OTP
- อย่าหลงเชื่อลิงก์ที่แนบมาพร้อมกับข้อความ SMS อีเมล เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือโปรแกรมสนทนาต่างๆ และห้ามเปิดลิงก์ที่แนบมาอย่างเด็ดขาด
- ห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวผ่านการร้องขอทุกรูปแบบต่างๆ หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับช่องทางการบริการ ให้ติดต่อกับผู้บริการด้วยตนเอง
- เลือกใช้บริการแจ้งเตือนในแอพฯ โมบายแบงก์กิ้ง เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชีตลอดเวลา
- กรณีหลงเชื่อและเปิดเผยข้อมูลหรือรหัสผ่านไปแล้ว ให้รีบติดต่อธนาคาารผู้ให้บริการ เพื่อเปลี่ยนรหัสผ่านทันที
-------------------------------
อ้างอิง : เพจตำรวจสอบสวนกลาง





