วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ตัวจบมีจริง! ‘แท็บเล็ต’ ตัวเด็ด ‘HUAWEI MatePad 11’

ตัวจบมีจริง! ‘แท็บเล็ต’ ตัวเด็ด ‘HUAWEI MatePad 11’

ใครกำลังมองหา “แท็บเล็ต” ที่เด็ดทั้งรูปร่างหน้าตา, ราคาไม่โหดร้ายเกินไป, ใช้งานได้ครบครัน และฟังก์ชั่นจัดเต็ม ต้องดูรีวิวนี้ที่จะกระเทาะจนหมดเปลือกผ่านการใช้งาน “HUAWEI MatePad 11”

จะว่าเป็นยุคทองของ Gadget สาย แท็บเล็ต ก็ไม่ผิดนัก เพราะไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ค่อนข้างสอดคล้องกับคุณสมบัติของ “แท็บเล็ต” เอามากๆ ตั้งแต่ความสะดวกสบายในการพกพา, สเป็กที่พัฒนามาจนใช้งานได้ครบอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงราคาที่ในหลายแบรนด์ก็ทำให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้มากขึ้น

แม้ในตลาด “แท็บเล็ต” ปัจจุบันจะมีหลายแบรนด์ที่ลงมามีส่วนแบ่งทางการตลาด แต่ในระดับเจ้าตลาดไม่ได้มีมากนัก หนึ่งในนั้นคือ HUAWEI ที่เปิดไลน์อัพผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้แต่ละทีก็เรียกความสนใจได้ตลอด อย่างล่าสุดที่ส่งตระกูล MatePad มาทีเดียวในหลายรุ่น โดยมี HUAWEI MatePad 11 ที่อาจจะไม่ตัวใหญ่อย่างรุ่นก่อนๆ แต่ก็เต็มไม้เต็มมือดีทีเดียว

  • นิยามของความลงตัว

การที่ “HUAWEI” ปล่อย “แท็บเล็ต” ในซีรีส์เดียวกันแต่ต่างรุ่นมาในระยะเวลาไล่เลี่ย ไม่ได้หมายความว่าแค่เป็นการเสริมทัพเพื่อแบ่งมาร์เก็ตแชร์ แต่คือทางเลือกให้ผู้บริโภค ซึ่ง “HUAWEI MatePad 11” มีขนาดที่ใหญ่กว่ารุ่นที่เปิดตัวไปก่อนหน้าเล็กน้อยคือ HUAWEI MatePad Pro 10.8-inch โดยในรุ่นนี้มีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 11 นิ้ว แต่ที่น่าสังเกตคือขนาดหน้าจอจริงๆ จะอยู่ที่ 10.95 นิ้ว เมื่อเทียบกับ MatePad Pro 10.8-inch จะมีขนาดหน้าจอใกล้เคียงกันมากๆ และแสดงผลที่ความละเอียด 2560 x 1600 เท่ากันด้วย

ส่วน Refresh Rate ก็มากถึง 120 Hz ไว้ใจได้เมื่อต้องใช้การประมวลผลหน้าจอหนักๆ เช่นการเล่นเกมที่มีกราฟิกสวยๆ รายละเอียดเยอะๆ ภาพจะไม่แตกและมีความลื่นไหลมาก

อีกความแตกต่างที่เห็นชัดเจนมากคือตำแหน่งของกล้องหน้าอยู่ตรงกลางด้านบน (เมื่อวางแท็บเล็ตแนวนอน) ไม่ล้นขอบมาเป็น “รู” บนหน้าจอให้ขัดใจอย่างในรุ่น MatePad Pro 10.8-inch แล้ว ซึ่งบางคนอาจไม่คาใจ แต่ในแง่พื้นที่ใช้สอยที่เสียไปก็น่าคิด

แต่สิ่งที่ลงตัวมากๆ และไม่รู้สึกขัดใจเลยการที่ “HUAWEI” ใส่ CPU ตัว Qualcomm Snapdragon 865 มาในเครื่องนี้ เพราะใช้งานได้ดี ลื่นไหล แรง และแทบจะไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ

162754285194

  • เสียงดีเกินตัว

ในแง่ความบันเทิง ไม่ว่าจะการดูหนังฟังเพลง “แท็บเล็ต” เครื่องนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีมาก นับตั้งแต่จอแสดงผลความละเอียดสูง ถึงจะไม่ใช่ Full HD แต่ HUAWEI FullView Display แบบ IPS ความละเอียด 2560 x 1600, PPI 280 ก็ให้ภาพคมชัด สมจริง และสีตรงมากทีเดียว

ส่วนคุณภาพเสียงคือข้อที่ต้องร้องว้าวเลย สำหรับ “แท็บเล็ต” เครื่องเล็กๆ นี้ เพราะจัดเต็มด้วยลำโพง 4 ตัว จูนเสียงโดย harman/kardon รายละเอียดของเสียงออกมาครบถ้วน พุ่ง และมีความหนักแน่น คาแรกเตอร์เสียงในการฟังเพลงโดยส่วนตัวรู้สึกว่าออกไปทางเสียงกลาง แต่ไม่ใช่ว่าเบสจะบางเบา ยังให้เสียงเบสได้ค่อนข้างดี ส่วนเสียงสูงก็ไม่ขี้เหร่ ส่วนคุณภาพในการดูหนังหรือวิดีโอต่างๆ ก็ถือว่าดีมาก

162754285036

  • ความ Multi ที่เหนือกว่า

ความพิเศษของบรรดา Gadget ของ “HUAWEI” คือการทำงานร่วมกันได้แบบ Seamless ไร้รอยต่อ เพราะมีทั้ง Huawei Share และฟีเจอร์มัลติต่างๆ ให้ใช้งาน อาทิ Multi-Screen Collaboration เป็นต้น ช่วยให้การใช้งานแบบ Multi-task ลื่นไหลและหลากหลายมากจนน่าทึ่ง

ประการแรกคือถ้าหากคุณใช้คอมพิวเตอร์แลปท็อปของหัวเว่ย จะใช้งานฟีเจอร์ HUAWEI Multi-screen Collaboration with laptop ได้ ฟีเจอร์นี้จะเนรมิตให้ทั้งสอง Device ทำงานร่วมกันได้ทั้งแบบจอเสมือน (Mirror Mode) สำหรับควบคุมคำสั่งต่างๆ บนแลปท็อปผ่าน “แท็บเล็ต” และจอแยก (Extend Mode) ที่เปลี่ยน “แท็บเล็ต” ให้เป็นอีกหน้าจอ เพิ่มขีดความสามารถของแลปท็อปให้ไร้ขอบเขต ว่าง่ายๆ คือ เหมือนขยายพื้นที่จอแต่ทำงานได้เหมือนเป็นจอเดียวกัน

เรื่องการแยกหน้าจอทำงานยังมีฟีเจอร์ Multi-Window ที่ใน “แท็บเล็ต” ที่ดีต้องทำได้ คือ เปิดแอพได้พร้อมกันหลายแอพ โดยที่ทำงานไปได้พร้อมๆ กัน แน่นอนว่า “HUAWEI MatePad 11” เปิดได้สูงสุด 4 แอพ แถมยังมี App Multiplier ซึ่งใช้ได้กับหลายแอพพลิเคชั่น เช่น JD CENTRAL, Rabbir Rewards เปิดหน้าต่างพร้อมกันได้โดยไม่ต้องกดย้อนกลับไปมา ซึ่งเป็นประโยชน์มากเมื่อต้องดูรายละเอียดในสิ่งที่สนใจหลายอย่างพร้อมกัน

162754285022

162754285166

  • แบตทนจนลืมชาร์จ

สำหรับแบตเตอรี่ของ “แท็บเล็ต” เครื่องนี้มากถึง 7250 mAh เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปตลอดทั้งวัน เปิดแสงสว่างตามปกติ รันแอพพลิเคชั่นต่างๆ อยู่ตลอด ผลที่ได้คือแบตเตอรี่ไม่หมดระหว่างวัน แต่ก็จะอยู่ได้จนถึงช่วงเย็นหรือหัวค่ำพอดีที่จะเป็นเวลาชาร์จแบตใหม่อีกครั้ง หรือถ้าหากใช้งานไม่บ่อยนัก ก็อยู่ได้นานเกินวันแน่นอน

162754285177

  • Option ครบจบ

การใช้งาน “แท็บเล็ต” เครื่องนี้ให้เต็มประสิทธิภาพควรจะต้องใช้งานควบคู่กับ Option เสริมอย่างดินสอ HUAWEI M-Pencil (Gen 2)

ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า “แท็บเล็ต” เครื่องนี้ใช้งานหลักๆ ทั่วไปได้ดีแน่นอน แต่ก็มีอีกหนึ่งการใช้งานที่หลายคนเลือกใช้ Gadget ประเภท “แท็บเล็ต” คือการวาด ระบายสี สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ซึ่ง “HUAWEI MatePad 11” เมื่อใช้งานรวมกับ M-Pencil ก็เหมือนว่าจะเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ จุดเด่นหนึ่งของ “แท็บเล็ต” เครื่องนี้จึงเหมาะกับไว้ใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ

ด้านความละเอียด (Pressure Sensitivity) มากถึง 4096 ระดับ เขียนได้ค่อนข้างละเอียด ลากตรงไหนก็ไปตามนั้น ลงน้ำหนักได้สมจริง มีความหน่วงต่ำเพียง 2 ms ซึ่งก็ยังรู้สึกได้ถึงความหน่วงเล็กน้อย (เล็กน้อยจริงๆ) โดยเฉาะในลายเส้นที่ใหญ่ แต่ในเส้นเล็กๆ ถือว่าสบายหายห่วง

นอกจากใช้ขีดเขียนได้คล่องมือแล้ว ยังมีฟังก์ชั่น Free Script ช่วยเปลี่ยนลายมือเป็นตัวพิมพ์ ใช้ได้ในแอพพลิเคชั่นจดบันทึกของหัวเว่ย ได้แก่ HUAWEI Notepad, WeNote และ Noteshelf รวมถึงการแชทผ่านแอพต่างๆ เช่น Line, Facebook Messenger เป็นต้น หรือจะเขียนบนช่องค้นหาของเบราว์เซอร์ เช่น Petal Search ก็จะเปลี่ยนเป็นคำค้นให้อัตโนมัติ แต่ข้อจำกัด ณ ขณะนี้คือยังเขียนภาษาไทยไม่ได้

สำหรับการพกพาก็สะดวกมาก เพียงแค่วางบนขอบตัวเครื่อง แม่เหล็กแรงสูงจะดูดติดไว้ ในตำแหน่งที่ถูกต้องจะเป็นการชาร์จไฟให้ดินสอแท่งนี้ด้วย

162754285122

อีกอย่างคือ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard คีย์บอร์ดแบบไร้สายทั้งการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธและการชาร์จไร้สาย จุดเด่นคือออกแบบให้มีระยะห่างตัวอักษร 1.3 มิลลิเมตร เทียบเท่าคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ PC ทั่วไป พิมพ์ได้ถนัดแน่นอน

สำหรับ Option ทั้ง M-Pencil และ Smart Magnetic Keyboard ก็มีให้เลือกว่าจะเอาหรือซื้อเพียงแค่ตัว “แท็บเล็ต” อย่างเดียว ถ้าหากต้องการแค่ตัวเครื่อง ราคาจะอยู่ที่ 15,900 บาท และใน Set ที่มาพร้อม M-Pencil บรรจุมาภายในกล่อง ราคา 19,900 บาท ซึ่งในการจำหน่ายช่วง Early Bird คือวันที่ 29 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2564 ไม่ว่าจะเป็น Set ใดก็จะได้รับ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard ฟรี และใน Set ที่มาพร้อม M-Pencil จะได้รับหูฟัง HUAWEI FreeLace Pro เพิ่มอีกด้วย ซื้อได้ที่นี่ คลิ๊ก 

162754285045

          ...

การที่คนต้อง Work from Home หรือ Work from Everywhere จนเป็นเรื่องปกติ ยิ่งส่งเสริมให้ตลาดของ Gadget เติบโตขึ้น สิ่งที่ตามมาคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์คนยุคนี้ และยิ่งคนต้องการหา “ตัวจบ” จริงๆ ผู้ผลิตต้องทำให้เครื่องมือนั้นมีประสิทธิภาพมากพอที่จะทำให้การทำงานหรือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ผ่านหน้าจอ “แท็บเล็ต” เป็นไปอย่างราบรื่น