วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ 2565 รู้จัก "เซนต์วาเลนไทน์" นักบุญแห่งรัก

14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ 2565 รู้จัก "เซนต์วาเลนไทน์" นักบุญแห่งรัก

ชวนรู้จักต้นกำเนิด "วาเลนไทน์" ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เรื่องราวตำนานความรักระหว่างนักบุญหนุ่ม "เซนต์วาเลนไทน์" กับสาวตาบอด

รู้หรือไม่? 14 กุมภาพันธ์ "วาเลนไทน์" ที่ผู้คนเฉลิมฉลองกันทั่วโลกนั้น มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับนักบุญหนุ่มคนหนึ่งที่หลงรักสาวตาบอด และความรักของทั้งสองเกิดขึ้นในขณะที่นักบุญติดคุก ด้วยข้อหาแอบทำพิธีแต่งงานให้หนุ่มสาวอย่างลับๆ แถมยังผูกโยงไปถึงตำนานเทพปกรณัมที่รู้จักกันดีในชื่อ "คิวปิด" ของชาวกรีกโรมันโบราณอีกด้วย

ก่อนจะไปบอกรักคนข้างกายในวันวาเลนไทน์ 2021 นี้ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ชวนมาทำความรู้จักต้นกำเนิดของวันแห่งความรักให้มากขึ้นอีกสักนิด

 

  • เซนต์วาเลนไทน์ นักบุญแห่งความรัก

ในยุคตอนต้นของศาสนาคริสต์ ผู้คนในประเทศแถบตะวันตกมีการเฉลิมฉลองวันแห่งความรักหรือที่เรียกว่า “วันนักบุญวาเลนไทน์” (Saint Valentine's Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี สาเหตุที่เรียกว่าเป็นวันนักบุญวาเลนไทน์นั้น เนื่องจากมีนักบวชในคริสตศาสนาคนหนึ่งชื่อ “นักบุญวาเลนตินุส” หรือ “เซนต์วาเลนไทน์” ที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อที่มาและการกำเนิดของ "วันวาเลนไทน์" 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

 

161323006766

ตามประวัติศาสตร์เล่าว่า นักบุญวาเลนตินุสเกิดเมื่อ พ.ศ. 769 เขาเติบโตมาเป็นบาทหลวงอยู่ที่โบสถ์แห่งหนึ่งใกล้ๆ กับกรุงโรม ประเทศอิตาลี ครั้งหนึ่งในยุคสมัยของ "พระเจ้าคลอดิอุสที่ 2" ของจักรวรรดิโรม มีการตั้งกฎหมายว่าห้ามไม่ให้ชายหญิงแต่งงานกันในเมืองของพระองค์ เพราะพระองค์ต้องการให้ผู้ชายทุกคนในเมืองไปเป็นทหารในการทำสงคราม

ขณะนั้น บาทหลวงคนดังกล่าวรู้สึกเห็นใจผู้ชายและผู้หญิงที่มีความรัก จึงแอบทำพิธีแต่งงานให้กับผู้ชายผู้หญิงที่มีความรักอย่างลับๆ โดยภายในงานมีเพียง เจ้าสาว เจ้าบ่าว และบาทหลวงเท่านั้น พวกเขากระซิบคำสาบานและคำอธิษฐานอย่างเบาเสียงที่สุด แต่แอบซ่อนอยู่ได้ไม่นาน พระเจ้าคลอดิอุสก็ล่วงรู้เรื่องราวดังกล่าว

เซนต์วาเลนไทน์จึงถูกจำคุกและถูกลงโทษอย่างหนักและแสนสาหัส แต่คนที่ถูกทำพิธีแต่งงานโดยเซนต์วาเลนไทน์มักแอบมาเยี่ยมเซนต์วาเลนไทน์ที่คุกอยู่เสมอ

 

 

  • ปาฏิหาริย์ของนักบุญวาเลนไทน์

ขณะนั้นมีผู้คุมคุกชื่อว่า "แอสทีเรียส" เขามีลูกสาวตาบอดและคิดว่านักบุญผู้นี้น่าจะช่วยลูกสาวของเขาได้ จึงขอให้เซนต์วาเลนไทน์ช่วยรักษา และด้วยปาฏิหาริย์ประการใดไม่ทราบได้ อยู่ดีๆ ลูกสาวของผู้คุมแอสทีเรียสก็กลับมามองเห็นได้เหมือนเดิม หญิงสาวผู้นี้รู้สึกสำนึกในบุญคุณจึงมาเยี่ยมเซนต์วาเลนไทน์ที่คุกอยู่เสมอ ว่ากันว่าทั้งสองแอบมีใจให้กันและกันด้วย

161322999355

จนกระทั่งถึงวันประหารชีวิตเซนต์วาเลนไทน์ ก่อนเขาเสียชีวิตเขาก็เขียนจดหมายถึงลูกสาวของแอสทีเรียสและลงท้ายด้วยคำว่า "From your valentine" แล้วเซนต์วาเลนไทน์ก็ถูกประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 816 เสียชีวิตในวัย 47 ปี

ต่อมาพระสันตปาปาเกลาซิอุสได้กำหนดให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่เซนต์วาเลนไทน์ถูกประหารชีวิตเป็น “วันนักบุญวาเลนไทน์” ซึ่งถือเป็นวันแห่งความรักนั่นเอง

ถัดมาอีกในสมัยยุคกลางของยุโรป (ศตวรรษที่ 15) เกิดประเพณีรักเทิดทูน (courtly love) เฟื่องฟูขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้วันวาเลนไทน์มีการวิวัฒนามาเป็นโอกาสพิเศษซึ่งคู่รักจะแสดงความรักของพวกเขาแก่กัน โดยการมอบดอกไม้ ขนม ลูกกวาด ช็อกโกแลต และส่งการ์ดอวยพรให้แก่กัน ประเพณีดังกล่าวได้สือต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

 

 

 

  • ตำนานเทพคิวปิดและมนุษย์หญิงสาว

นอกจากเรื่องราวประวัติศาสตร์ของวัน "วาเลนไทน์" แล้ว ยังมีตำนานเกี่ยวกับเทพแห่งความรักอย่าง เทพคิวปิด (Cupid) เป็นบุตรชายของเทพวีนัส ชาวยุโรปมีความเชื่อในเทพองค์นี้ว่า สามารถดลบันดาลให้หนุ่มสาวตกหลุมรักกันและกัน ซึ่งถือว่ามีความเกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์ด้วยเช่นกัน

ในปัจจุบันมีผู้คนที่ศรัทธาในเทพคิวปิดไปขอพรเรื่องความรักกันเป็นประจำ อย่างเช่นที่ "วงเวียนพิคคาเดลลี" ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่นี่เป็นจัตุรัสลานน้ำพุของลอนดอน ซึ่งมีประติมากรรมสำริดบนยอดน้ำพุเป็นรูปกามเทพคิวปิดในร่างแบบชายหนุ่ม (หรือเทพอีรอสในอีกตำนานหนึ่งที่มีความคล้ายคลึงกับเทพคิวปิด) โดยรูปปั้นเทพเจ้าอยู่ในท่ากำลังแผลงศรอย่างงดงาม โดยมีหนุ่มสาวแวะเวียนมา "ขอพรความรัก" อยู่บ่อยๆ 

161322999953

ส่วนตำนานความรักระหว่างเทพคิวปิดและมนุษย์หญิงสาว เล่าขานกันว่า ครั้งหนึ่งเทพวีนัสผู้เป็นมารดาของเทพคิวปิดได้พบหญิงสาวมนุษย์นางหนึ่งชื่อ "ไซคี" ผู้มีหน้าตางดงามมาก จนผู้คนกล่าวขานว่านางเป็นร่างอวตารของเทพวีนัส เทพวีนัสเกิดอิจฉาความงามของไซคีจึงได้สั่งให้ "คิวปิด" ผู้เป็นบุตรชายแผลงศรแห่งรักใส่นางเพื่อแกล้งให้นางอับอาย 

แต่เมื่อคิวปิดมาเจอไซคีเข้าจริงๆ เขากลับหลงไหลในตัวของไซคี คิวปิดจึงแผลงศรนั้นใส่ตัวเองและไซคีเพื่อให้ทั้งสองรักกัน แต่คิวปิดไม่ยอมให้ไซคีรู้ว่าตนเป็นใคร โดยพยายามปิดบังตัวเองอยู่แต่ในความมืดในปราสาทไม่ให้นางเห็นหน้า นานวันเข้า ไซคีอยากรู้ให้ได้ว่าสามีของนางมีหน้าตาแบบไหน จึงแอบจุดตะเกียงน้ำมันขณะสามีนอนหลับ จึงทำให้รู้ว่าสามีของนางคือเทพคิวปิด 

161322999645

เมื่อไซคีรู้ความจริงเทพคิวปิดจึงไม่อาจอยู่กับนางได้อีกต่อไปเพราะเกรงฤทธิ์ของเทพวีนัสผู้เป็นมาดา เขาจึงบินจากไปปล่อยให้นางอยู่โดยลำพัง แต่ด้วยพลังแห่งความรักต่อสามี นางไม่ยอมแพ้ เริ่มออกตามหาสามี แต่เทพวีนัสได้ปรากฏตัวและขัดขวางไซคี โดยมอบภารกิจแสนโหดให้นางทำ ซึ่งนางก็ฝ่าฟันภารกิจต่างๆ ของเทพวีนัสมาได้ และพบคิวปิดในที่สุด

คิวปิดจึงเดินทางไปยังเทือกเขาโอลิมปัสเพื่อขอร้องให้ทวยเทพเห็นแก่ความรักของพวกเขาทั้งสอง จนเหล่าเทพทั้งหลายยอมรับและมอบน้ำทิพย์ให้ไซคีดื่มเพื่อความเป็นอมตะ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้รักกันอย่างมีความสุข

-----------------------

อ้างอิง:

signorscience.com

ed.ted.com/lessons/the-myth-of-cupid

th.wikipedia.org

Ones Terry. "Valentine of Terni". Patron Saints Tom. Archived from the original on April 1, 2010.

th.wikipedia.org

Larousse Desk Reference Encyclopedia, The Book People, Haydock, 1995, p.215.