ทำความเข้าใจ "ประกันสังคมมาตรา 33" ที่มนุษย์เงินเดือนควรรู้ จ่ายเงินสมทบแล้วไปไหน ได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง
“ประกันสังคม” รายจ่ายที่มนุษย์เงินเดือน พนักงานบริษัทเอกชน ซึ่งเป็น “ผู้ประกันตน มาตรา 33” ต้องถูกหักจากเงินเดือนทุกๆ เดือนเพื่อสมทบเข้า “กองทุนประกันสังคม” ตามกฎหมายแรงงาน เพื่อช่วยเป็นหลักประกันในมิติต่างๆ ของลูกจ้างทั้งในมิติของสุขภาพ การว่างงาน อุบัติเหตุ รวมไปถึงเงินสำหรับใช้จ่ายหลังเกษียณ
โดยในยามปกติ ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนในระบบ “ประกันสังคม มาตรา 33” จะถูกหักเงิน 5% ของค่าจ้าง (สูงสุด 750 บาท) เข้ากองทุนประกันสังคม และนายจ้างก็จะจ่ายสมทบในจำนวนที่เท่ากัน บวกกับเงินที่รัฐบาลจ่ายเข้ามาให้ด้วยอีก 2.75%
ยกเว้นช่วงเยียวยาผลกระทบจาก “โควิด-19” เช่นนี้ ที่รัฐบาลได้ปรับลดการหักเงินสมทบกองทุนประกันสังคมแล้วหลายครั้งด้วยกัน
เริ่มจากครั้งแรก คือ เมื่อเดือนมีนาคม - พฤษภาคม 2563 ปรับลดให้ลูกจ้างถูกหักลดลงเหลือ 1% (สูงสุด 150 บาท) ส่วนนายจ้างลดจาก 5% เหลือ 4% (สูงสุด 600 บาท) ก่อนจะกลับมาใช้อัตราปกติ 5% เมื่อมิถุนายน 2563
การปรับลดครั้งที่สอง คือ เดือนกันยายน - พฤศจิกายน 2563 ที่มีมติปรับลดการหักเงินสมทบ จาก 5% เหลือ 2% (สูงสุด 300 บาท) เท่ากันทั้งฝั่งลูกจ้าง และ นายจ้าง ก่อนจะกลับมาใช้อัตราปกติ 5% ในเดือนธันวาคม 2563
การปรับลดครั้งที่สาม คือ การออกประกาศลดการหักเงินสมทบเหลือ 3% (สูงสุด 450 บาท) ให้กับทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง เป็นเวลา 3 เดือน ระหว่าง มกราคม - มีนาคม 2564
หลังจากใช้มาตรการดังกล่าวได้เพียงเดือนเดียว คือ มกราคม 2564 ก็ได้สั่งปรับลดอีกครั้ง สำหรับ เดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม 2564 ให้เหลือการหักเงินสมทบเพียง 0.5% ของค่าจ้าง (สูงสุด 75 บาท) สำหรับลูกจ้าง ส่วนฝ่ายนายจ้างจ่ายเงินสมทบในอัตรา 3% มีผลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2564
แต่ไม่ว่า เหล่าลูกจ้าง “ผู้ประกันตน มาตรา 33” จะถูกหักเงินไปเท่าไร มีใครทราบหรือไม่ว่า “เงินสมทบ” ที่เราถูกหักไปทุกๆ เดือนนั้น ไปอยู่ที่ไหนบ้าง แล้วจะเกิดประโยชน์กับเราอย่างไร
“กรุงเทพธุรกิจออนไลน์” จะพาไปทำความเข้าใจกับ “กองทุนประกันสังคม 101” ที่ลูกจ้างควรทราบถึงสิทธิที่มี ซึ่งให้ ความคุ้มครอง 7 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย ตาย ว่างงาน คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ทุพพลภาพ ชราภาพ โดยในจำนวนเงินที่เราถูกหักไปในทุกๆ เดือนนั้น ทางสำนักงานประกันสังคมได้ทำการจัดสรรเพื่อให้เป็นไปตาม 7 ความคุ้มครองข้างต้น
- พนักงานประจำ ต้องถูกหักเงินสมทบอย่างไร?
สำหรับพนักงานประจำ จะถูกนายจ้างจะหักเงินเดือน 5% สูงสุดไม่เกิน 750 บาท เพื่อนำส่งกองทุนประกันสังคมในทุกๆ เดือน เช่น หากคุณได้รับเงินเดือน 10,000 บาท จะถูกหักเงินเพื่อนำส่งประกันสังคม 500 บาท หากได้รับเงินเดือน 15,000 บาท จะถูกหักเงินเพื่อนำส่งประกันสังคม 750 บาท แต่ในกรณีที่เงินเดือน 15,000 ขึ้นไปจะถูกหัก 750 บาท เนื่องจากเป็นเพดานสูงสุด
- จ่ายสมทบแล้ว.. เงินไปไหน?
จุดสำคัญที่ผู้ประกันตนควรรู้ และต้องรู้คือ เงิน 5% ที่ถูกหักไปสมทบในกองทุนประกันสังคมนั้นไปอยู่ที่ไหนบ้าง สมมติว่าเราส่งเงินสมทบในกองทุนประกันสังคมทุกเดือน เดือนละ 750 บาท
1.5% ของยอดสมทบ หรือสูงสุด 225 บาท จะใช้ในส่วนประกันเจ็บป่วย หรือตาย
0.5% ของยอดสมทบ หรือสูงสุด 75 บาท จะถูกเก็บไว้ในส่วนของประกันการว่างงาน
3% ของยอดสมทบ หรือสูงสุด 450 บาท จะถูกเก็บไว้ในส่วนของประกันชราภาพ
- ได้รับสิทธิ์อะไรบ้าง
จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าเงินที่ถูกหักไปสมทบกองทุนประกันสังคมทุกๆ เดือนนั้น จะถูกนำไปสะสมไว้สมหรับผู้สมทบในอนาคตในรูปแบบต่างๆ โดย สิทธิ์ที่ผู้ส่งเงินประกันสังคมจะได้รับ แบ่งออกเป็นกรณีหลักๆ 7 เรื่องได้แก่ เจ็บป่วย ตาย ว่างงาน คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ทุพพลภาพ ชราภาพ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
สิ่งที่ไม่รู้ไม่ได้ คือ "สถานะ" ของการเป็นผู้ประกันตนของตัวเอง โดยการตรวจสอบข้อมูล และสิทธิ์ประกันสังคมต่างๆ สามารถทำได้ด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ของ "สำนักงานประกันสังคม" 2 ช่องทางหลัก ได้แก่
- เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th โดยจะต้องสมัครสมาชิกก่อนเข้าระบบเพื่อตรวจสอบข้อมูลต่อไป
- แอพพลิเคชั่น "SSO Connect mobile" ที่สามารถตรวจสอบเงินชราภาพ ตรวจสอบสถานพยาบาลตามสิทธิ ทำการเปลี่ยนสถานพยาบาล เช็คยอดเงินทันตกรรม การส่งเงินสมทบ ฯลฯ ได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านสมาร์ทโฟน โดยสามารถดาวน์โหลดได้ผ่าน Google Play และ App Store
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนประกันสังคม 1506 ให้บริการทุกวันทุกเวลา สามารถโทรตรวจสอบสิทธิประกันสังคม หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ประกันสังคม รวมทั้งสิทธิประโยชน์กองทุนเงินทดแทน สามารถโทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกันสังคมมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการ





