วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รายได้หด ถูกลดเงินเดือน ลงทุนได้ไหม

เมื่อรายได้ไม่เข้าเป้า บริหารเงินและลงทุนอย่างไร

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ส่งผลหลายธุรกิจได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับบรรดาคนทำงาน ไม่ว่าจะทำอาชีพอิสระหรือพนักงานบริษัทที่ชีวิตการทำงานต้องเปลี่ยนไป เพราะบ้างรายได้จากการค้าขายต้องลดลงกว่าที่เคยได้รับ ส่วนพนักงานบริษัทอีกไม่น้อยต้องถูกลดเงินเดือน เพื่อร่วมกันให้องค์กรภาพรวมต้องอยู่รอด (ไม่นับการถูกเลิกจ้างที่ต้องยึดอีกแนวทางหนึ่ง)  

ถึงเช่นนั้นเรื่องทีเราจะพูดในบทความนี้คือคำถามที่ว่า หากเราทำงานมีรายได้ประจำอยู่ดีๆ แต่จู่ๆ สถานการณ์ทางการเงินกลับได้รับผลกระทบ (เล็กน้อยถึงปานกลาง) เช่นนี้เราควรบริหารการเงินอย่างไร และยังควรยังลงทุนต่อแบบที่เคยดำเนินไปอยู่หรือไม่

แบ่งเงินเป็นสัดส่วนเพื่อหาความเป็นไปได้

ข้อนี้คือสเต็ปแรก และเป็นคำตอบว่าคุณควรจะไปต่อหรือหยุดไว้ก่อน

ต่อให้ถูกลดเงินเดือน แต่เมื่อมีรายได้เข้ามาแล้ว เราควรแบ่งรายได้เป็นสัดส่วน ยกตัวอย่างเช่น ก้อนแรกสำหรับการใช้จ่ายชีวิตประจำวัน 40% ก้อนที่สองสำหรับจ่ายค่าที่พักอาศัย ค่าน้ำมันรถ 40% และก้อนสุดท้ายที่ยังไม่ใช้จ่ายอีก 20%  ซึ่งในจำนวนนี้เราอาจจะแบ่งมาเพื่อการลงทุนสัก 10% ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าหากลองแบ่งเป็นสัดส่วนพบว่า รายได้ที่เข้ามายังไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ เช่นนี้เราอาจพักการลงทุนไว้ก่อนชั่วคราว ก็เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ และหากใครเจอสถานการณ์เช่นนี้ก็ขอให้ตั้งสติให้ดี ลองหาช่องทางที่จะทำให้เรามีรายได้เพิ่ม หรือลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก ซึ่งหากเราทำได้เช่นนี้และก็จะกลับมามีโอกาสมีเงินออม และได้กลับมาลงทุนอีกครั้ง

 

หาช่องทางใช้เงินน้อย แต่ต่อเนื่อง

ถ้าพิจารณาว่าไปต่อได้ ลองหาการลงทุนที่ใช้เงินลงทุนน้อย แต่เน้นความต่อเนื่อง เช่นการลงทุนในกองทุนหุ้น กองทุนออม หรืออีกสารพัดกองทุนที่มีมาให้เลือกสรร

ลักษณะการลงทุนในกองทุนรวม คือการนำเงินของเราไปลงทุนในกองทุนที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ตั้งขึ้น เพื่อให้นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามนโยบายของกองทุนนั้นๆ ภายใต้การบริหารของผู้จัดการกองทุน โดยจะสร้างผลตอบแทนในรูปแบบของส่วนต่างกำไรและเงินปันผล โดยความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนจะได้รับจะแตกต่างกันออกไปตามรูปแบบการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ซึ่งการเลือกรูปแบบกองทุนจะแตกต่างกันออกไปตามความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนแต่ละคนรับได้ โดยมีตั้งแต่ กองทุนความเสี่ยงต่ำ (ความเสี่ยงระดับ 1) ไปจนถึงความเสี่ยงสูงมาก (ความเสี่ยงระดับ 8+)

ค้นหาการลงทุนในงบ 1000 บาทได้ที่นี่ คลิก

160163035792

ศึกษาการลงทุนระยะยาว

เมื่อเราแบ่งสัดส่วนการใช้เงิน และเริ่มมองหาการลงทุนที่ใช้เงินลงทุนน้อยได้แล้ว สเต็ปต่อไปคือการศึกษาลงทุนระยะยาว ซึ่งแนวคิดการลงทุนระยะยาวนั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่ลงทุนหุ้น กองทุน ทองคำ แต่จุดร่วมเหมือนกันคือการลงทุนประเภทนี้จะมีสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลา ยิ่งถือนานเท่าไร กำไรยิ่งเพิ่ม

ที่สำคัญในสถานการณ์เช่นนี้ เราต้องอย่าสร้างหนี้สินเพิ่ม สถานการณ์รายได้หด ถูกลดเงินเดือน เช่นนี้คือบทเรียนชั้นดีที่จะทำให้เราเตรียมเงินสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉิน โดยสัดส่วนที่แนะนำคือ คือ 3-6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน เช่น แต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 20,000 บาท ต้องมีเงินสำรองไว้ประมาณ 60,000-120,000 บาท เป็นต้น

เงินสำรองฉุกเฉิน อาจจะจัดส่วนส่วนตามความมั่นคงของเรา หรืองานที่เราทำ ละในสภาวการณ์ที่ใครต่อใครต้องรายได้หด ถูกลดเงินเดือน การเก็บออมและศึกษาการลงทุนระยะยาวจะทำให้สถานะการเงินของเราปลอกภัย ไม่เดือดร้อน ในวันที่ยากลำบากเช่นนี้

สำหรับผู้ที่สนใจการลงทุนระยะยาว ใช้เงินลงทุนด้วยด้วยระบบ "Robo Advisor"  (Robot + Advisor)  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) ที่ให้บริการแนะนำการลงทุนแบบออนไลน์แก่นักลงทุนทั่วไป เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก

1601630195100