วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2569

Login
Login

อุทาหรณ์ 'ฌอน' ช่วยไฟป่า ข้อควรรู้ ‘รับบริจาค’ อย่างไรให้ถูกกฎหมาย

อุทาหรณ์ 'ฌอน' ช่วยไฟป่า ข้อควรรู้ ‘รับบริจาค’ อย่างไรให้ถูกกฎหมาย

สายบุญต้องรู้ บทเรียนจากเคส "ฌอน บูรณะหิรัญ" ไลฟ์โค้ชคนดังยังแจงไม่ชัดเรื่องเงิน "รับบริจาคช่วยไฟป่า" ทราบหรือไม่ว่า การจะเปิดรับบริจาค หรือเรี่ยไรใดๆ ต้องทำอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น!!

ดราม่า ฌอน บูรณะหิรัญ ไลฟ์โค้ชชื่อดัง กับคลิปวิดีโอ “ผมไปปลูกป่ากับท่านประวิตร” กลายเป็นไวรัลที่มีผู้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม ล่าสุดประเด็นได้บานปลายไปถึงเหตุการณ์ในอดีตเกี่ยวกับการเปิด "รับบริจาค" เงินเพื่อสนับสนุนการทำงานช่วยดับไฟป่าเชียงใหม่ของฌอนออกมาอย่างต่อเนื่อง

การเปิด "รับบริจาค" ของฌอนนั้นเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 จนถึง 1 พฤษภาคม 2563 เป็นเงินจำนวน 875,741.53 บาท เพื่อช่วยเหลือในการดับไฟป่าในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่

ทั้งนี้สราวุฒิ วรพงษ์ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่าเมื่อตรวจสอบการเปิดรับบริจาคดังกล่าว พบว่า ไลฟ์โค้ชคนดังไม่ได้มายื่นขออนุญาตทำการเรี่ยไร ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่แต่อย่างใด การเปิด "รับบริจาค" ดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนอ่านข้อควรรู้ก่อนเปิดรับบริจาค และวิธีการตรวจสอบก่อนทำการบริจาคเงินหรือสิง่ของ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

  • พระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร 2487

การเปิด "รับบริจาค" แบบถูกกฎหมายนั้นจะต้องอยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 ที่ระบุว่า "การเรี่ยไร" หมายความรวมตลอดถึงการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ชดใช้ หรือบริการ ซึ่งมีการแสดงโดยตรงหรือโดยปริยาย ว่ามิใช่เป็นการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ชดใช้ หรือบริการธรรมดา แต่เพื่อรวบรวมทรัพย์สินที่ได้มาทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ในกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นด้วย

โดยการขออนุญาตทำการเรี่ยไรในที่สาธารณะ สื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อโทรทัศน์ จะต้องได้รับอนุญาตจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รวมถึงต้องระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน กำหนดวิธีการที่จะทำการเรี่ยไร จำนวนเงินที่ต้องการเรี่ยไร และสถานที่ที่ทำการเรี่ยไร รวมทั้งผู้ที่ได้รับอนุญาตจะไม่สามารถเดินไปขอเรี่ยไรตามหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะได้ นอกเหนือจากที่ขออนุญาตไว้ ตลอดจนกำหนดระยะเวลาเริ่มต้นของการเรี่ยไรและระยะเวลาสิ้นสุดไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้การ "ขอทาน" นั้นไม่จัดอยู่ใน พระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 แต่จะอยู่ในหมวดพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน 2559 

159341727139

  • วิธีขออนุญาตจัดเรี่ยไรหรือ "รับบริจาค"

การขออนุญาตทำการเรี่ยไรในที่สาธารณะต้องได้รับอนุญาตจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์บริการประชาชนวังไชยา ถนนนครสวรรค์ เขตดุสิต กทม. และสำหรับต่างจังหวัด สามารถติดต่อได้ที่ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง

เอกสาร/หลักฐานที่ใช้ได้แก่

- รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 6x4 เซนติเมตร ไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่น จำนวน 7 รูป

- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือสำเนาหนังสือสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว

- สำเนาทะเบียนบ้าน

- ข้อความซึ่งจะนำออกโฆษณา หากเป็นภาษาต่างประเทศให้เสนอคำแปลอันถูกต้องเป็นภาษาไทย จำนวน 2 ชุด

- สำเนาใบอนุญาตจัดให้มีการเรี่ยไร (แบบ ร.3) หรือใบอนุญาตทำการเรี่ยไร (แบบ ร.4)

- หลักฐานเอกสารแสดงรายละเอียดการจัดให้มีการเรี่ยไรที่ผ่าน

- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากที่จะเก็บเงิน หรือเก็บเงินที่เรี่ยไรได้

- เอกสารหลักฐานรับรองความประพฤติจากหน่วยงานต้นสังกัดหรือบุคคลที่เชื่อถือได้

- โครงการ แผนผังแสดงสถานที่ตั้ง จัดให้มีการเรี่ยไร และภาพถ่าย

- หนังสืออนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่ใช้เป็นสถานที่จัดให้มีการเรี่ยไร ตาม (9) ถ้ามี

- ใบรับรองแพทย์

โดยคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตคือ

1. มีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

2. ไม่เป็นบุคคลผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

3. ไม่เป็นโรคติดต่อน่ารังเกียจ

4. ไม่เคยต้องโทษฐาน ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โจรสลัด กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ รับของโจร

5. ไม่เป็นบุคคลที่เจ้าหน้าที่พนักงานเห็นว่ามีความประพฤติหรือหลักฐานไม่น่าไว้วางใจ

  • ข้อห้ามการจัดทำเรี่ยไรหรือ "รับบริจาค"

การจัดรับบริจาคเงินหรือเรี่ยไรที่กรมการปกครองห้ามทำ คือ

1. การเรี่ยไรเพื่อรวบรวมทรัพย์สินมาให้หรือชดใช้แก่จำเลยเพื่อใช้เป็นค่าปรับ เว้นแต่จะเป็นการเรี่ยไรระหว่างวงศ์ญาติของจำเลย

2. เรี่ยไรโดยกำหนดเก็บเงินหรือทรัพย์สิน โดยคำนวณตามปริมาณสินค้า

3. เรี่ยไรที่ส่งผลถึงความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน

4. เรี่ยไรที่กระทบอย่างรุนแรงกับความสัมพันธไมตรีต่างประเทศ

5. เรี่ยไรเพื่อจัดยุทธภัณฑ์ให้แก่ต่างประเทศ

ทั้งนี้มีการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตคือ ทางกระทรวงเป็นผู้ให้จัดเรี่ยไรคนในชุมชนเพื่อการกุศลประกอบศาสนกิจ และการเรี่ยไรในการออกร้านขายของภายใต้การได้รับอนุญาตอย่างถูกกฎหมาย

159341761772

  • "รับบริจาค" แบบผิดกฎหมาย มีโทษอะไรบ้าง?

สำหรับใครที่ไม่ขออนุญาตเพื่อ "รับบริจาค" ตามที่กรมการปกครอง และ พ.ร.บ. ควบคุมการเรี่ยไร 2487 กำหนดไว้นั้น จะมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 200 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

รวมถึงถ้ามีการใช้ถ้อยคำบังคับขู่เข็ญเพื่อให้ประชาชนบริจาค ทำให้เกิดความหวาดกลัวหรือเกรงกลัว มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี

แต่ถ้าเข้าข่ายกรณีที่มีการหลอกลวงหรือมีเจตนาในการฉ้อโกง ก็จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 หรือมาตรา 343 (แล้วแต่กรณี) จะโดนปรับไม่เกิน 100,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 5 ปี

  • เช็คอย่างไรให้ชัวร์ ก่อนร่วม "บริจาคเงิน"

สำหรับคนที่กังวลเกี่ยวกับมิจฉาชีพ ก่อนที่เราจะตัดสินใจบริจาคเงินนั้น วิธีป้องกันด่านแรก คือ การขอดูใบอนุญาตเรี่ยไร ซึ่งพ.ร.บ. ควบคุมการเรี่ยไร 2487 กำหนดให้ผู้ทำการเรี่ยไรมีหน้าที่จะต้องแสดงใบอนุญาตทำการเรี่ยไรต่อเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลผู้ประสงค์จะเข้าร่วมบริจาคให้มีสิทธิ์ในการตรวจดู เมื่อเจ้าหน้าที่หรือบุคคลนั้นเรียกร้อง

ใบอนุญาตเรี่ยไรแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

- ประเภท .3 เป็นใบอนุญาตจัดให้มีการเรี่ยไร โดยหัวหน้าหน่วยหรือประธานมูลนิธิเป็นคนขอ ในใบจะระบุว่าเรี่ยไรเพื่อวัตถุประสงค์ใด จำนวนเงินที่จะเรี่ยไร วิธีทำการเรี่ยไร วันเวลาที่อนุญาตให้ทำการเรี่ยไรและวันหมดอายุ เป็นต้น

- ประเภท .4 เป็นใบอนุญาตให้ทำการเรี่ยไร จะระบุรายละเอียดที่อนุญาตให้ทำการเรี่ยไร

ทั้งนี้ถ้าเป็นการเรี่ยไรโดยแต่งตั้งตัวแทนเพื่อทำการเรี่ยไร คนที่มาทำการเรี่ยไรแทนจะต้องมีรายชื่อในใบอนุญาตเท่านั้น ใบอนุญาตทั้งหมดที่กล่าวมาจะต้องใช้เอกสารตัวจริงเท่านั้นห้ามใช้สำเนาหรือถ่ายเอกสารสี

ข้อสังเกตอีกอย่าง คือ ใบอนุญาตมีลักษณะเป็นกระดาษผิวมัน สีขาว ขนาดเท่ากระดาษ A4 มีตราครุฑสีทองลักษณะเป็นตัวนูนอยู่ที่หัวกระดาษ รวมถึงให้สังเกตรอยตรงยางสีแดงของคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรบนรูปถ่ายของผู้ได้รับอนุญาตกับแผ่นกระดาษใบอนุญาต ว่าเป็นการประทับในครั้งเดียวกันหรือไม่ หากพบเจอว่าผู้รับบริจาคหรือเรี่ยไรไม่มีใบแสดงตนอาจจะเข้าข่ายการหลอกลวง

โดยประชาชนสามารถร้องเรียนได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 หรือ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 และ 1155 (ศปอส.ตร.)

-----------------------------

อ้างอิง :  ศูนย์บริการข้อมูลประชาชนกรมการปกครอง