ในยุคโควิด-19 การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตและการทำงาน การทำมาหากิน ให้เหมาะกับสภาพปัจจุบัน นับเป็นทางเลือกและทางรอดกับสถานการณ์ New Normal ซึ่งสำหรับพนักงานจะมีแนวทางในกับปรับตัวอย่างไรบ้าง? มาดูกัน
ทุกวันนี้หลายๆ ท่านคงจะเห็น อ่าน ได้ยินคำว่า New Normal เฉลี่ยไม่น่าจะต่ำกว่าวันละ 5 ครั้ง จนแทบจะนอนละเมอถึงคำนี้ เพราะถ้าใครไม่เขียน ไม่พูดถึงเรื่อง New Normal ในวันนี้ จะกลายสภาพเป็นคนที่ตกยุคในทันที!
- New Normal แล้วไง!?
อันที่จริงมันคือการ “ปรับตัว” ให้เข้ากับสภาวะที่ทุกคนบนโลกยังอยู่ในยุคโควิด-19 ยึดพื้นที่ อะไรที่เคยทำแล้วอาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ ก็ต้องเลิกทำหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตและการทำงาน การทำมาหากิน ให้เหมาะกับสภาพปัจจุบัน จนกว่าสถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้น จนกลายเป็นรูปแบบวิถีชีวิตที่ต่างจากเดิม และกลายเป็นรูปแบบปกติในสภาวะแวดล้อมใหม่
- ลูกจ้างมืออาชีพทุกระดับ..มีทางเลือกอยู่ 3 ทาง
เขียนเกี่ยวกับเจ้าของกิจการ/ผู้นำองค์กรเกี่ยวกับการปรับตัวในช่วง “วิถี COVID-19” ไปหลายตอนแล้ว ถ้าจะไม่เขียนเกี่ยวกับพนักงานทุกระดับ ที่ไม่ใช่เจ้าของกิจการที่ยังอยู่ในช่วงวิถีโควิดก็กระไรอยู่..
ทางเลือกที่ 1 ชีวิตเหมือนเดิม จะเพิ่มเติมปรับเปลี่ยนอะไร กันนักกันหนา!
พนักงานทุกระดับที่เลือกทางเลือกแรกนี้ จะกลายเป็น “พนักงานกลุ่มแรก” ที่ต้องถูกตัด (ให้ออก) ออกจากหน่วยงานและบริษัท เมื่อถึงเวลาที่บริษัทต้องสลัดภาระเพื่อให้บริษัทอยู่รอดและก้าวไปข้างหน้าได้!
ทางเลือกที่ 2 ชีวิตต่างจากเดิมบ้าง ตามที่บริษัทกำหนด!
พนักงานทุกระดับที่เลือกทางเลือกที่สอง นอกจากใส่หน้ากากออกนอกบ้าน และใส่เข้าสถานที่ทำงาน ก็ไม่ได้คิดจะปรับเปลี่ยนอะไรมาก บริษัทหรือหน่วยงานให้ปรับตัวให้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะต้องใช้มากขึ้นในการทำงาน ก็เรียนรู้ “ตามสั่ง” ไม่ได้ตั้งใจให้เต็มที่
พูดง่ายๆ สั่งให้ทำก็ทำ แต่ไม่คิดที่จะทำหรือต่อยอดให้ดีขึ้นให้ ต่างจากเดิมอย่าง “เห็นได้ชัด!”
พนักงานที่เลือกทางเลือกที่สองนี้ ไม่ต้องแปลกใจที่จะไม่มีโอกาสเติบโตไปกว่าที่เป็นอยู่ อันที่จริงต้องพูดว่ายังมีงานให้ทำก็บุญแล้ว และจะเป็นกลุ่มที่สองที่ต้องจากไป เมื่อบริษัทเห็นว่าเป็นภาระในระหว่างที่หน่วยงานและบริษัทพยายามปรับตัวให้อยู่รอดหรือรุ่งในอนาคตอันใกล้นี้!
ทางเลือกที่ 3 คนเดิม แต่ไม่เหมือนเดิม!
พนักงานทุกระดับที่เลือกทางเลือกที่สาม จะเป็นพนักงานที่นำพาธุรกิจ และบริษัทให้รอดและต่อยอดไปได้อย่างดีด้วย ตัวอย่างเช่น
กลุ่มผู้บริหารระดับสูง (ที่เป็นลูกจ้าง ไม่ใช่เจ้าของบริษัท) จะแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ช่องทางสร้างรายได้ใหม่ในการทำธุรกิจ แล้วเสนอเจ้าของบริษัท ถ้าได้รับการอนุมัติแล้วทดลองทำแล้วเห็นผลดี ผู้บริหารมืออาชีพคนนี้จะกลายเป็นผู้พลิกเกมที่โดดเด่นในบริษัทนั้นๆ ทันที!
กลุ่มผู้บริหารระดับกลางที่เป็นลูกจ้าง หลังจากได้เรียนรู้จาก Work From Home แล้ว ก็ค้นพบแนวทางที่จะปรับเปลี่ยนการบริหารงาน ลดขั้นตอนไร้สาระ ซ้ำซ้อนที่เคยทำแล้วเสียเวลา เสนอแนวทางใหม่ๆ ในการบริหารงานให้กับผู้บริหารระดับสูงและเจ้าของพิจารณา ถ้าเป็นไปได้ด้วยดี... ก็จะเป็นผู้สร้างแนวทางใหม่ๆ ในการบริหารงานให้กับหน่วยงาน และองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและโดดเด่น!
ส่วนพนักงานระดับปฏิบัติการ... ถ้าอยากอยู่อย่าง “มีอนาคต หรือโดดเด่น” ให้พยายามเรียนรู้เทคโนโลยีที่เป็นแนวโน้มที่บริษัทจะนำมาใช้ ให้พยายามพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ ให้เลิกคิด เลิกปฏิบัติแบบเดิมๆ ที่ไม่เหมาะกับสภาวะปัจจุบัน ก็จะไปได้ดี
ทั้งหมดทั้งปวงนี้คือ New Normal สำหรับผู้บริหารระดับสูง ระดับกลาง และระดับปฏิบัติการ ที่ควรจะเป็น ไม่ใช่แค่เห็นและได้ยินแล้วเกาะกระแสขอพูดขอเขียน New Normal กับเขาบ้าง โดยที่ยังคิดยังทำเหมือนเดิมครับ!


