สรุปชัด มาตรการผ่อนปรนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ จะต้องฟังประกาศของ “ศบค.” หรือของ “กทม.” ที่ออกมาก่อนหน้านี้?
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโรคโควิด-19 ที่มีการแพร่ขยายเป็นวงกว้าง ทำให้รัฐบาลต้องใช้ยาแรงออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงการประกาศเคอร์ฟิว ช่วงเวลา 22.00-04.00 น. และมาตรการล็อกดาวน์สถานที่ที่มีความแออัดหรือผู้คนพลุกพล่าน เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ต้องปิดเป็นการชั่วคราว ซึ่งกำหนดระยะเวลาจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563
ซึ่งหลายคนก็เกิดคำถามว่า ระยะเวลาต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร สรุปแล้วควรจะยึดการปฏิบัติตามการประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) หรือกรุงเทพมหานคร (กทม.) กันแน่?
- มาตรการผ่อนปรนของ “กทม.”
โดยก่อนหน้านี้ช่วงเช้าวันที่ 29 เม.ย. 2563 ภายหลังการใช้เวลาการประชุมการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร กว่า 1 ชั่วโมง ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร ได้แถลงผลการประชุมระบุว่า กทม. ผ่อนปรนกิจการ 8 ประเภท แต่ต้องทำตามมาตรการที่กำหนด และข้อเสนอแนวทางผ่อนปรน สำหรับ 8 กิจการที่ผ่อนปรน ได้แก่ 1.ร้านอาหารทั่วไป นั่งทานที่ร้านได้ 2.ตลาดและตลาดนัด 3.ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย 4.โรงพยาบาล คลินิก และสถานพยาบาล 5.สนามกอล์ฟ และสนามฝึกซ้อม 6.สนามกีฬา 7.สวนสาธารณะ และ 8.ร้านตัดขนสัตว์ และคลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์
ทำให้ทุกคนต่างตื่นตัวและเตรียมพร้อมตามที่โฆษกกรุงเทพมหานครระบุ แต่ยังมีข้อสงสัยในเรื่องของรายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องของวันที่ที่ยังไม่มีการระบุที่ชัดเจน ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (30 เมษายน 2563) จึงออกมาชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊ค เอิร์ธ พงศกร ขวัญเมือง - Earth Pongsakorn Kwanmuang ไว้ดังนี้
1.ทำไม กทม.ต้องมาแถลงมาตรการก่อน?
ตอบ เพราะก่อนที่ ศบค.จะมีวันที่ประกาศคลายล็อคสถานที่ ที่จะอนุญาตให้เปิด กทม.อยากให้กิจการที่จะกลับมาทำการได้ ได้ที่การเตรียมพร้อม เพราะมาตรการต่างๆ อาจต้องใช้เวลาในการเตรียมตัว เช่น ร้านอาหาร ต้องมีการจัดโต๊ะ เขียนจุดต่างๆ เป็นต้นครับ
2.แล้วทำไม กทม.ไม่เคาะวันที่แน่นอนไป และรอ ศบค.ทำไม?
ตอบ กทม.มองว่า หาก กทม.เปิดสถานที่ต่างๆ ก่อน อาจทำให้คนจังหวัดอื่นๆ โดยเฉพาะจังหวัดรอบข้างมารวมตัวกันมากขึ้น ใช้บริการร้านที่เปิดก่อนในกทม.มากๆ เช่น คนจากจังหวัดปริมณฑล เข้ามาตัดผมใน กทม. ในช่วงที่จังหวัดอื่นๆ ยังปิดร้านตัดผมครับ
3.มีการประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อคืนว่าให้คำสั่งเดิมที่เคยออกก่อนวันที่ 1 พ.ค. มีผลต่อไป เบรคการปลดล็อกของ กทม. รึเปล่า?
ตอบ ไม่ใช่นะครับ คำสั่งเมื่อคืนเป็นการออก เพราะว่าคำสั่งที่ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศมีการออกคำสั่งปิดสถานที่ต่างๆ จะหมดลงในวันที่ 30 เม.ย. จึงทำให้ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศอาจต้องออกคำสั่งใหม่ในช่วงไม่กี่วันระหว่างรอ ศบค.ออกแนวทางการคลายล็อก
ดังนั้น เพื่ออุดช่องว่างไม่กี่วันเหล่านี้ จึงมีการออกคำสั่งเมื่อคืนครับ จึงขอให้พวกเราชาว กทม. ทุกคน เตรียมตัว และรอรับฟังข่าวสารจากทาง ศบค.ต่อไปครับผม
ชัดเจนแล้วว่ามาตรการผ่อนปรนของ กทม.ที่ประกาศมาก่อนหน้านั้นเป็นเพียงการบอกกล่าวให้เกิดการเตรียมตัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหลักแล้ว จะต้องฟังคำประกาศของ ศบค.
- มาตรการตรึง-ผ่อนปรนของ “ศบค.”
และในวันนี้ (30 เมษายน 2563) ทาง ศบค.ก็ได้มีการแถลงข้อกำหนดและมาตรการผ่อนปรน ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 4 ปรากฎว่า ที่ประชุม ศบค.ให้ข้อกำหนดและมาตรการผ่อนปรน โดยจะมีมาตรฐานกลาง ของกิจการและกิจกรรมในทุกพื้นที่ ให้ผู้ว่าฯราชการจังหวัดและผู้ว่ากรุงเทพมหานครกำหนดรายละเอียดต่อไป จะมีความเข้มข้นมากได้ แต่น้อยกว่ามาตรฐานกลางไม่ได้ โดยเริ่ม 3 พ.ค.2563 แล้วนับไปอีก 14 วัน จะประเมินตัวเลขผู้ติดเชื้อว่ามากขึ้นหรือน้อยลง ถ้ามากขึ้นจะทบทวนใหม่ทั้งหมด ถ้าน้อยลงจะคลายมาตรการเพิ่มขึ้น
ดังนั้นในส่วนมาตรการผ่อนปรนของ ศบค. กำหนดผ่อนปรน 6 กลุ่มกิจการและกิจกรรมเช่นเดียวกับที่ กทม.เคยออกมาประกาศไปก่อนหน้า โดยจะเริ่มได้ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2563 ดังนี้
1.ตลาด ได้แก่ ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน แผงลอย
2.ร้านจำหน่ายอาหาร ได้แก่ ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนนหวาน ไอศกรีม (นอกห้าง) ร้านอาหารริมทาง รถเข็น หาบเร่
3.กิจการค้าปลีก-ส่ง ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อบริเวณพื้นที่นั่ง/ยืนรับประทาน รถเร่หรือ รถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกขนาดย่อย/ร้านอาหารปลีกชุมชน ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม
4.กีฬา สันทนาการ ได้แก่ กิจกรรมในสวนสาธารณะ ได้แก่ เดิน รำไทเก็ก สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกายโดยไม่ได้เล่นเป็นทีมและไม่มีการแข่งขัน ได้แก่ เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน กอฟล์ และสนามซ้อม
5.ร้านตัดผม หรือเสริมสวย ได้แก่ ร้านตัดผม เฉพาะตัด สระ ไดร์ผม
6.อื่นๆ เช่น ร้านตัดขนสัตว์ ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์
มี "มาตรการที่คงตรึงไว้" ดังนี้
1.มาตรการเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหะสถาน ช่วงเวลา 22.00-04.00 น.
2.ควบคุมการเข้าออกราชอาณาจักร ทั้งทางบก น้ำ อากาศ
3.จำกัดการบินเข้า-ออกของสายการบินต่างประเทศ ยกเว้นบางกรณี เช่น ขนส่งสินค้า หรือการรับคนไทยกลับประเทศ มาตรการนี้จะมีต่อไปอีก 1 เดือน
4.งดหรือชะลอการเดินทางข้ามจังหวัดโดยไม่มีเหตุจำเป็น
5.คงการทำงานที่บ้านให้ได้ร้อยละ 50 และไม่ให้เข้าไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมากโดยไม่มีเหตุจำเป็น
ขณะเดียวกัน ศบค.ยังมีการตอบคำถามที่หลายคนสงสัยเพิ่มเติม อย่างกรณีของแอลกอฮอล์ หรือสุรา จะสามารถขายได้หรือไม่?
“ฉัตรชัย พรหมเลิศ” ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกรรมการ ศบค. ตอบว่า จากมติห้ามถึง 30 เม.ย. ให้มีผลต่อไปตามมติ ครม. ถึง 31 พ.ค. หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ซึ่งทางโฆษก ศบค.ได้สรุปชัดอีกครั้งว่า มาตรการเรื่องนี้ยังคงืดออกไป ทำอย่างไรมาก็ทำอย่างนั้น จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง แต่ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
แผงลอยที่ขายเสื้อผ้าหรืออย่างอื่นเปิดขายได้ไหม?
“กลินท์ สารสิน” ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ตอบว่า หาบเร่ แผงลอยเปิดได้ทั้งหมด แต่ต้องทิ้งระยะห่างไม่ต่ำกว่า 1 เมตร ควรปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐานหลักและเสริม แม้จะมาเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ต้องทิ้งระยะห่างไว้ก่อน
ร้านอาหารนอกห้างติดแอร์เปิดได้หรือไม่?
“กลินท์” ตอบว่า ร้านอาหารทั่วไปไม่เกิน 2 คูหาเปิดได้ แต่ต้องจัดโต๊ะให้ห่างๆ และนั่งห่างๆ แต่ถ้าเป็นร้านใหญ่กว่านั้นยังเปิดไม่ได้ ซึ่งต่อไปจะมีคู่มือออกมาให้ด้วยเป็นคู่มือกลาง ทางที่ดีซื้อกลับบ้านดีกว่า


