background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

‘ใบขับขี่สาธารณะ’ มีกี่ประเภท? มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง?

‘ใบขับขี่สาธารณะ’ มีกี่ประเภท? มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง?

มาทำความรู้จักกับประเภทของใบขับขี่ว่ามีกี่ประเภท และสำหรับผู้ที่ต้องการขับแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ หรือรถสามล้อประเภทต่างๆ อยากจะทำใบขับขี่สาธารณะ ต้องมีขั้นตอนอะไรบ้าง? มาดูกัน

ก่อนจะมีรถสักคันหนึ่ง หรือขับรถชนิดใดก็ตาม สิ่งที่ทุกคนต้องมีตามตัวบทกฎหมายที่กำหนดไว้ นั่นก็คือ ใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่ โดยในเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบกได้อธิบายว่า ใบขับขี่มีทั้งหมด 11 ชนิด ได้แก่

1.ใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราว ซึ่งแยกย่อยออกไป 3 ประเภท คือ ใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราว มีอายุ 1 ปี ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อชั่วคราว อายุ 1 ปี  และใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว อายุ 1 ปี

2.ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล อายุ 5 ปี

3.ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล อายุ 5 ปี

4.ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ อายุ 3 ปี

5.ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ อายุ 3 ปี

6.ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล อายุ 5 ปี

7.ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ อายุ 3 ปี

8.ใบอนุญาตขับรถบดถนน อายุ 5 ปี

9.ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ อายุ 5 ปี

10.ใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นนอกจาก 1.-9. อายุ  5 ปี

11.ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี (ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ) อายุ 1 ปี

สำหรับใครที่อยากจะขับรถแท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊ก หรือวินเตอร์ไซค์ ฯลฯ ก็ต้องมีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ตามลำดับ

  • อยากมี "ใบขับขี่สาธารณะ" ต้องทำอย่างไร?

อย่างแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ คุณสมบัติของผู้ขอรับใบขับขี่รถสาธารณะ จะต้องมีใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว หรือใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ซึ่งแล้วแต่กรณีที่ได้รับมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

รวมถึงต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปีบริบูรณ์ กรณีผู้ขอรับใบขับขี่รถสาธารณะและใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ และจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ในกรณีใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ อีกทั้งต้องมีความรู้เรื่องการขับรถ และข้อบังคับต่างๆ

และยังต้องไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบขับขี่ ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายขณะขับรถ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือง ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเห็นว่าไม่สามารถขับรถได้ และไม่มีใบขับขี่รถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว ที่สำคัญคือ ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ หรือถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่ง เว้นแต่พ้นโทษครั้งสุดท้าย

ทั้งนี้จะต้องมีหลักฐานประกอบคำขอ ประกอบด้วย 3 เรื่อง คือ 1.ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบคคลชั่วคราว หรือใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว หรือใบขับขี่นถจักรยานยนต์ชั่วคราว ที่ได้รับมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ซึ่งยังรวมถึงใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล หรือใบแทนใบขับขี่รถดังกล่าว พร้อมด้วยสำเนา

2.บัตรประชาชนฉบับจริง และ 3.ใบรับรองแพทย์ ที่แสดงว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่อาจเป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน โดยต้องออกก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน

ขณะที่ขั้นตอนในการทำใบขับขี่สาธารณะนี้ มีทั้งหมด 6 ขั้นตอน ดังนี้

1.ตรวจสอบเอกสาร และออกคำขอ

2.ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบการมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ การทดสอบสายตาทางลึก การทดสอบสายตาทางกว้าง และการทดสอบปฏิกิริยาเท้า หรือความสามารถในการใช้เบรคเทานั่นเอง

3.อบรม 5 ชั่วโมง สำหรับรถยนต์สาธารณะ และรถยนต์สามล้อสาธารณะ ส่วนด้านรถจักรยานยนต์สาธารณะ อบรม 3 ชั่วโมง

4.ต้องเข้าทดสอบภาคทฤษฎี

5.ตรวจสอบความประพฤติหรือประวัติอาชญากร ไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีบุคคลทั่วไป หรือหนังสือรับรองความประพฤติให้ผู้ขอนำไปให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ขอรับใบอนุญาต ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการกอง หรือเทียบเท่ารับรองความประพฤติหรือประวัติอาชญากร

6.ชำระค่าธรรมเนียม และถ่ายรูปพิมพ์ใบขับขี่

  • ต้องการต่อใบขับขี่สาธารณะยุ่งยากไหม?

สำหรับใครที่มีใบขับขี่ประเภทนี้อยู่แล้ว และใกล้จะหมดอายุ ถ้าต้องการต่อใบอนุญาต ต้องมีหลักฐานประกอบการขอ 3 อย่าง เช่นเดียวกับการขอครั้งแรก ขณะที่ขั้นตอนมี 5 ขั้นตอน คล้ายๆ กับการขอทำใบอนุญาตครั้งแรก แต่ครั้งนี้ไม่ต้องทดสอบภาคทฤษฎีแล้ว

แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นอยู่ตรงที่ ใบอนุญาตขับรถสาธารณะที่นำมายื่นหมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องทดสอบข้อเขียนด้วย แต่หากใบอนุญาตขับรถสาธารณะที่นำมายื่น หมดอายุเกิน 3 ปี จะต้องเพิ่มทั้งขั้นตอนของการทดสอบข้อเขียนและการสอบขับรถ

ที่มา : dlt