ใต้ร่มฉัตรรัชกาลที่ 9

หากภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดได้นับพัน ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ 200 ภาพ ในนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กล่าวได้ว่ามีถ้อยคำอันทรงคุณค่ามากมายที่สื่อสารออกมาจากภาพถ่าย
เป็นความรู้สึกที่ยากเกินบรรยายหากกล่าวได้ โชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดในใต้ร่มฉัตรรัชกาลที่ 9
นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน” จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะองค์อัครศิลปินและพระมหากรุณาธิคุณในฐานะองค์อุปถัมภ์งานด้านศิลปวัฒนธรรมไทย โดยมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
นิติกร กรัยวิเชียร ภัณฑารักษ์กล่าวถึงที่มาของนิทรรศการครั้งนี้ว่าเกิดจากพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพบว่ามีภาพถ่ายฝีพระหัตถ์อีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน จึงมอบหมายให้สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นผู้ดำเนินการ
“โดยทางสมาคมฯได้ขอพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร นำภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาจัดแสดงออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ช่วงต้นรัชกาล กลางรัชกาล และปลายรัชกาล
ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในช่วงต้นรัชกาลส่วนมากเป็นภาพถ่ายฟิลม์ขาว-ดำ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระราชโอรส พระราชธิดา ทุกพระองค์ขณะทรงพระเยาว์
กลางรัชกาล เป็นช่วงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎร นำภาพถ่ายเหล่านี้มาพัฒนาประเทศ เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ปลายรัชกาล ส่วนมาเป็นช่วงแปรพระราชฐานไปอยู่ที่วังไกลกังวล หัวหิน ภาพถ่ายในช่วงนั้นจะเป็นภาพที่ผ่อนคลาย อาจเป็นเพราะสิ่งแวดล้อม ชายทะเล สัตว์ ต้นไม้”
นิติกร กล่าวถึงการคัดเลือกภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้ว่า “หลักในการคัดภาพจาก 600 เหลือ 200 ภาพ คือ มีความเด่นสะดุดตา ไม่เคยเห็นมาก่อน ภาพไหนที่เคยเผยแพร่แล้วคิดว่าสำคัญก็นำมาจัดแสดงให้อีก เพื่อให้เกิดความหลากหลาย โดยมี 3 ช่วงเวลาเป็นเกณฑ์
ครั้งสุดท้ายที่มีการแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ คือ ปีพ.ศ. 2535 นั่นคือ 25 ปีมาแล้ว แปลว่า คนที่อายุ 25 ตอนนี้ไม่เคยเห็นแน่ๆ มีบางภาพที่เราเคยเห็นในอินเตอร์เนตบ้าง หนังสือบ้าง บางภาพผมไม่เคยเห็นเลย
คราวนี้กล่าวได้ว่าเป็นการรวบรวมภาพถ่ายฝีพระหัตถ์รัชกาลที่ 9 ที่สมบูรณ์ที่สุด”
การนำเสนอในช่วงต้นรัชกาล โดดเด่นด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในคอลเลคชั่นภาพถ่ายขาว-ดำ และภาพสี อันงดงามยิ่ง
ในขณะที่ช่วงกลางรัชกาล ภาพฝีพระหัตถ์จะเป็นภาพสถานทรงงานในท้องถิ่นทุรกันดาร สถานที่ตั้งแต่โครงการด้านเกษตรและชลประทาน อันนำไปสู่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หากยังเป็นช่วงเวลาที่พระองค์ทรงเสด็จไปสนทนาธรรมกับเกจิอาจารย์ และเป็นที่มาของคอลเลคชั่นภาพถ่ายชุดอริยสงฆ์ ประกอบไปด้วย หลวงปู่แหวน สุจิณโณ หลวงปู่ขาว อนาลโย หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี และ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)
ส่วนภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในช่วงปลายรัชกาล จัดแสดงภาพถ่ายชุดคุณทองแดงตั้งแต่ยังเล็กไปจนถึงเติบใหญ่ที่ไม่ว่าใครเห็นก็อดที่จะมีรอยยิ้มไปไม่ได้
“ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใด ภาพที่เราได้เห็นตลอดคือ ภาพที่พสกนิกรมารอรับเสด็จอย่างเนืองแน่น ซึ่งพระองค์ทรงถ่ายภาพประชาชนที่มารอรับเสด็จเสมอ แม้กระทั่งในช่วงปลายรัชกาลที่ประชาชนมารอเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช”
เมื่อได้ฟังภัณฑารักษ์เล่ามาถึงตรงนี้ เราอดนึกถึงคำพูดของคุณป้าคนหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า “เราไม่ได้มาดูพระเจ้าอยู่หัว แต่เรามาให้พระเจ้าอยู่หัวเห็นว่าเรามา”
ประชาชนไทยอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์เสมอ เป็นบุญเหลือเกินที่ได้เกิดมาในรัชกาลที่ 9
หมายเหตุ :นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดแสดงแล้ววันนี้-7 มกราคม 2561 ที่ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร







