หน้าตาหรือรูปร่าง อาจไม่ใช่สิ่งดึงดูดใจจากคณะกรรมการหรือผู้ชมเท่านั้น หากแต่การใช้เสียงบนเวทีการประกวดนางงามในช่วงการเปิดตัวแนะนำตัวผู้เข้าแข่งขัน เป็นอีกหนึ่งการสร้างกระแสให้คนพูดถึง
การประกวดนางงามในช่วงหลังมานี้ จะเห็นได้ว่าช่วงเปิดตัวผู้ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบแรก สาวงามหลายคนเลือกใช้โทนเสียงหลากหลายแนะนำชื่อเสียงเรียงนามต่อคณะกรรมการและผู้ชม จนสามารถสร้างพื้นที่ให้กับตัวเองและชื่อผู้จัดเวทีการประกวด จนไปสู่การตั้งคำถามว่า ทำไมนางงามยุคนี้มักใช้โทนเสียงที่ไม่คุ้นชินในการสื่อสารกับผู้ชม ซึ่ง กิ่ง-เหมือนแพร พานะบุตร ศิลปินและครูสอนร้องเพลง ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้เสียง แสดงความคิดเห็นว่า
"การใช้เสียงในการร้องเพลงหรือเพื่อการพรีเซนต์งานต่างๆ มีความสำคัญเหมือนกันหมด แม้แต่ในเวทีการประกวดนางงาม ที่ผู้เข้าประกวดต่างสวยพร้อมทั้งหน้าตาสวยคมและรูปร่างสมสัดส่วน แต่การโปรเจคเสียงก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สร้างพลังให้กับผู้หญิง โดยเฉพาะการดึงดูดความสนใจจากคณะกรรมการและผู้ชมที่มีต่อนางงามมากทีเดียว
ส่วนเทรนด์การแนะนำตัวด้วยการน้ำเสียงสูงของสาวงาม เราเห็นในเวทีประกวดมาสักพักหนึ่งแล้ว เสียงแหลมๆ ที่สาวงามหลายคนพูดออกมา ก็ถือว่าใช้ได้ผล ทำให้ผู้คนพูดกันว่า นางงามคนนั้นคนนี้ พูดเสียงแหลมมาก ใครกันคือเจ้าของเสียงเหล่านั้น แต่จริงๆ แล้วในการใช้เสียงที่ถูกต้อง ควรมีการโปรเจคเสียที่ดี ด้วยการใช้เสียงที่มีทั้งแรงและลม มีพลังที่ฟังแล้วดูหนักแน่นแบบเสียงทุ้ม จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือแก่ผู้ฟัง มากกว่าการใช้โทนเสียงแหลมที่เสี่ยงต่อการถูกมองว่า เป็นตัวตลกบนเวทีนางงาม
อย่างไรก็ตาม บนเวทีอย่างนั้นอารมณ์หรือความรู้สึกตื่นเต้นทุกคนย่อมเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพียงแต่ว่า ใครจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่ากัน ซึ่งผู้เข้าประกวดก็ต้องรู้จักบาลานซ์ให้เหมาะสม โดยอันดับแรก เราควรสร้างทัศนคติที่ดีก่อน ด้วยการสร้างความมั่นใจให้แก่ตัวเอง แม้จะต้องไปยืนอยู่ท่ามกลางคนสวยๆ หรืออยู่ในคนหมู่มาก การส่งสายตามองไปยังผู้ชมด้วยเรียกคะแนนได้ไม่ยาก

