background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

"เปรม= ความรัก" จุดเริ่มต้นของนับรบสายดนตรี

"เปรม= ความรัก"  จุดเริ่มต้นของนับรบสายดนตรี

ยุคปัจจุบันที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของสื่อได้ จึงไม่น่าแปลกที่จะมีศิลปินผุดขึ้นมาไม่เว้นวัน

     ถ้าใครทนสมรภูมิที่มีการแข่งขันสูงไม่ไหว ก็จะเริ่มดับหายไปทั้งที่ยังไม่ทันเปล่งประกาย  สำหรับ “เปรม” แล้ว พวกเขาต่างบอกว่านั่นแหละคือประสบการณ์ที่มีค่าที่สุด 

     เปรม ในภาษาสันสกฤตแปลว่า ความรัก สมาชิกทั้ง 3 คนจึงยึดถือคำนี้เป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกัน  วงเปรมประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 3 คน นำโดย เจ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ร้องนำแชมป์ - ธรวัฒน์ ดำรงศิริมงคล (เบส) และ แอ๊นท์ - แอนดรูย์ ไดเล็ก (กีต้าร์) ซึ่ง เจ พี่ใหญ่สุดของวงพาเราย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์วันแรกที่ได้พบกับสมาชิกอีก 2 คนว่า เหมือนเป็นพรหมลิขิต

“วันนั้นผมไปซ้อมดนตรี ได้ยินห้องข้างๆ เล่นเพลงที่ผมชอบ เลยแอบฟังอยู่พักนึง แล้วเจ้าของห้องซ้อมดนตรี เดินมาบอกผมว่า จะไปแจมกับน้องๆไหม? ผมรีบตกลงทันที ไปถึงไม่ต้องพูดอะไรกันมาก ขึ้นดนตรีมายังไม่ถึง 10 ตัวโน๊ต ผมรู้เลยว่านี่แหละผมเจอแล้ว วงเปรม

     สมาชิกทั้ง 3 คน เข้ากันได้เป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ทำให้พวกเขารวมเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่ใช่แค่การร้องเพลงได้ เล่นดนตรีดี แต่มันคือการอยู่ร่วมกันแบบครอบครัวที่สามารถพูดคุยปรึกษากันได้ตลอดเวลา

“คำว่า เปรม มันเกินไปกว่าเรา 3 คนนะ มันคือครอบครัว คือพี่น้อง มันเลยจุดของการเล่นดนตรีมาแล้วนะ ปัจจุบันวงของเราใช้โทรจิตคุยกันแล้ว คือมองหน้ากันก็รู้เลยว่าต่อไปจะเป็นเพลงอะไร มาแนวนี้ต่อไปจะเป็นอะไร ไม่ใช่แค่เรื่องเพลงนะ ขนาดสั่งอาหาร จะรู้เลยว่าสั่งอันนี้เสร็จ จะต้องสั่งอันนี้ต่อ เคล็ดลับทำทีม ทำวงเราต้องดูแลความรู้สึกและช่างสังเกตุซึ่งกันและกัน

ที่สำคัญเรามีจุดหมายเดียวกันคือ เราชอบเล่นดนตรีให้คนฟัง ให้คนสนุก ให้คนมีส่วนร่วมกับเรา แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เราไม่ต้องการให้คนฟังมาบอกว่า โอ้โห! เพลงนี้ยากจัง เก่งจังเลย แต่จุดมุ่งหมายของเรา คืออยากให้ทุกคนมีอารมณ์ร่วมไปพร้อมๆกับเรา” แอ๊นท์ มือกีต้าร์บอกถึงความรู้สึกที่มีมาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี

อีกหนึ่งสิ่งที่เราสัมผัสได้คือความรักในเสียงดนตรีของพวกเขาทั้ง 3 คนที่เหมือนจะผูกพันกับดนตรีตั้งแต่เด็ก อย่าง เจ นักร้องนำบอกกับเราว่า ชื่อของเขามาจากนกบลูเจย์ เพราะคุณแม่ชอบร้องเพลง และตัวเจเองก็เป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ทางด้านดนตรีตั้งแต่ 3 ขวบ คือสามารถจำเมโลดี้ได้อย่างแม่นยำ

     ส่วน แอ๊นท์ ก็ได้เข้าร่วมบรรเลงในวงโยธวาทิต ทำให้ได้ซึมซับเรื่องโน๊ตเพลงมาตลอด

“จุดพลิกคือตอน ป.3 วันนึงจะออกไปเล่นเกมส์ตามร้านเน็ต เจอพ่อห้าม พ่อบอกว่า “ที่บ้านก็มีกีต้าร์ทำไมไม่หัดเล่น” ตอนแรกก็จับเล่นๆดู ก็ไม่ยาก จนมาวันนึง ได้ยินเพลงที่เราชอบในวิทยุ เราเลยรีบเปิดหนังสือเพลงแล้วเล่นตาม เอ๊ะ! แต่ทำไมโน๊ตไม่เหมือน ผมเลยแกะเพลงเอง และไว้ใจหูตัวเองมากกว่า จากวันนั้นมันเลยทำให้เราหลุดกรอบอะไรได้ซักอย่าง จนมาถึงจุดที่จับอันนู้นมาใส่อันนี้และได้ชิ้นงานใหม่ เหมือนดนตรีมันฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก ต่อให้มีคนเบี่ยงผมไปที่อื่น แต่ลึกๆในใจผมก็ยังเป็นดนตรีอะ มันซึมซับมาโดยตลอด”

     เพื่อนๆในวงต่างมีดนตรีนำทางมาตั้งแต่เด็กแต่สำหรับ แชมป์ ความฝันในวัยเด็กของเขาคือการเป็นนักกีฬาทีมชาติ

“พอเข้ามัธยม ก็ไม่อยากเป็นนักกีฬาแล้ว อยู่ดี ๆ ก็อยากเล่นดนตรี มันดูเท่ สาวกรี๊ด จนถึงช่วงหนึ่งผมได้รู้สึกว่าดนตรีมันคือส่วนหนึ่งของชีวิต ในช่วงที่ผมตกต่ำมากๆ คุณพ่อป่วยหนัก ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเยอะ ก่อนหน้านี้ผมเล่นดนตรีเพราะรัก รายได้นั้นเป็นของแถม แต่พอตอนพ่อป่วยมันกลายเป็นรายได้อีกหนึ่งทาง ช่วงนั้นคุณพ่อนอนโรงพยาบาลมันรู้สึกแย่มากเลยนะ ถึงขนาดที่เราค้นหาเพลงในยูทูป ฟังเพื่อสะกดจิตให้ตัวเองแฮปปี้ หรือต้องฟังอะไรที่ทำให้เราคิดบวก ผมรับหน้าที่ดูแลคุณพ่อในช่วงกลางวัน พอตกเย็นผมก็ออกไปเล่นดนตรี จนทำให้ผมรู้สึกว่าสิ่งที่มีความสุขทั้งหมดจากวันนั้น คือการเล่นดนตรีการเล่นดนตรีมันสามารถบำบัดเราได้ และเราเห็นคุณค่ามาก เหมือนว่าเราไม่ได้กินข้าว พอได้ ข้าวมามันโคตรอร่อยเลยนะ เป็นแบบนั้นเลย” ธรวัฒน์ ดำรงศิริมงคล (แชมป์) เล่าความในใจที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน

     ไม่ว่าจะเป็น ความผิดพลาดจากการเดินตามฝัน หรือความผิดหวังจากความรัก ทุกสิ่งทุกอย่างหลอมรวม ทำให้เราเป็น เปรมในทุกวันนี้