Wonder Woman ไม่ได้มาแรงแค่กระแส และรายได้ แต่คนในวงการบันเทิงเองก็กำลังลุ้นอยู่ว่า สาวน้อยมหัศจรรย์จากค่าย DC Comics คนนี้ จะใช้พลังของเธอเปลี่ยนวงการฮอลลีวุ้ดได้ไหม
เป็นเรื่องน่ายินดีที่ “วันเดอร์ วูแมน” หนังซูเปอร์ฮีโรที่เจออุปสรรคเยอะเสียเหลือเกินก่อนจะเข้าฉาย ทั้งเรื่องประเด็นสิทธิสตรี และเชื้อชาติ กลับกลายเป็นม้ามืดที่ได้รับไปทั้งเงิน และกล่อง
ล่าสุด boxofficepro.com ประกาศว่า “วันเดอร์ วูแมน” ของผู้กำกับ แพทตี้ เจนกินส์ เพิ่งจะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำรายได้ในสหรัฐช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไปได้ถึง 100.5 ล้านดอลลาร์ กลายเป็น “หนังจากผู้กำกับหญิงที่ทำรายได้ช่วงเปิดตัวสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์” (เจ้าของสถิติเดิมคือ แซม เทย์เลอร์-จอห์นสัน จากเรื่อง Fifty Shades of Grey เมื่อปี 2558 ที่ทำไปได้ 85.1 ล้านดอลลาร์)
นอกจากนี้ “วันเดอร์ วูแมน” ซึ่งนำแสดงโดย “กัล กาด็อต” อดีตนางงามและนางแบบสาวชาวอิสราเอล ยังเป็นหนังทำเงินเปิดตัวสูงสุดเป็นอันดับ 6 ของเดือนมิถุนายนอีกด้วย โดยสามารถล้มยักษ์อย่าง Transformers: Age of Extinction เมื่อปี 2557 ที่ทำรายได้ช่วงเปิดตัวไป 100 ล้านดอลลาร์อีกด้วย
หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วจะตื่นเต้นอะไรกันนักหนา เพราะหนังซูเปอร์ฮีโร่ของค่ายดีซี คอมิกส์อย่าง Man of Steel, Batman v Superman: Dawn of Justice แล้วก็ Suicide Squad ต่างทำรายได้ช่วงเปิดตัวแรงกว่า “วันเดอร์ วูแมน” กันทั้งนั้น
คำตอบก็คือ ที่เขาตื่นเต้นกันก็เพราะไม่มีหนังซูเปอร์ฮีโรเรื่องไหนในบรรดา 3 เรื่องที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ได้รับเสียงชื่นชมล้นหลามจากทั้งนักวิจารณ์ แล้วก็คนดูเท่ากับ “วันเดอร์ วูแมน” เลยน่ะสิ
เท่านั้นยังไม่พอ สำหรับผู้ที่จับตามองความเป็นไปในฮอลลีวู้ดอย่างใกล้ชิดแล้ว การมาถึงของ “วันเดอร์ วูแมน” อาจไม่ได้เป็นแค่กระแสวูบวาบ แต่อาจรุนแรงถึงขั้นสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้เกิดขึ้นในวงการฮอลลีวู้ดขึ้นเลยทีเดียว
เรื่องนี้ เอมี นิโคลสัน หัวหน้านักจารณ์ภาพยนตร์ของ MTV News ได้ให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นเอาไว้ว่า ความเป็นจริงที่ขมปนหวานก็คือสาเหตุที่ “แพตตี้ เจนกินส์” ได้รับตำแหน่งผู้กำกับหญิงที่ทำหนังเปิดตัวได้สูงสุดไปครองก็เพราะว่า “ระดับมันต่ำเสียเหลือเกิน”
เอมีอธิบายต่อว่าผู้กำกับหญิง (ที่กลายเป็นของ rare item ในฮอลลีวู้ด) อย่าง แคธรีน บิเกโลว์ (The Hurt Locker) เอลิซาเบธ แบงก์ (Pitch Perfect 2) แล้วก็แซม เทย์เลอร์-จอห์นสัน (Fifty Shades of Grey) ต่างกำกับหนังฮิตด้วยกันทั้งนั้น แต่มันมี sense อย่างหนึ่งอยู่ในฮอลลีวู้ดว่า “ความสำเร็จของผู้หญิงเป็นเรื่องฟลุ้ค (เธอใช้คำว่า a girl-powered success is a fluke) เลยทำให้สตูดิโอต่าง ๆ ไม่ค่อยจะใส่ใจกับความสามารถของผู้หญิงเวลาที่อยู่หลังกล้องถ่ายหนังจริง ๆ จัง ๆ ซักเท่าไรนัก
เห็นได้ชัดเลยก็คือเรื่องที่ โซเฟีย คอปโปลา เพิ่งคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ประจำปีนี้ไปครองหมาด ๆ จากภาพยนตร์เรื่อง The Beguiled แต่ความจริงอันน่าขมขื่นก็คือ โซเฟียเป็นผู้กำกับหญิงคนที่ 2 เท่านั้นที่ได้รางวัลนี้ไปครองในประวัติศาสตร์อันยาวนานนับ 70 ปีของเทศกาลหนังเมืองคานส์ (คนแรกคือ Yuliya Solntseva ผู้กำกับหญิงชาวรัสเซีย ที่คว้ารางวัลไปครองจากภาพยนตร์เรื่อง Chronicle of Flaming Years ปี 1961)
นิโคลาสเลยฝากความหวังเอาไว้กับ “วันเดอร์ วูแมน” ว่าถ้าหนังซูเปอร์ฮีโรหญิงเรื่องนี้ทำรายได้ถล่มทลายแบบที่ได้รับเสียงวิจารณ์อันอื้ออึงแล้วละก็น่าจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีตามมา
“ฉันละอยากจะเห็น วันเดอร์ วูแมน ปล่อยหมัดน็อคเอาท์ที่สตูดิโอต่าง ๆ จะลืมไม่ลงเลยจริง ๆ” นิโคลาสกล่าว
ถ้าพูดถึงสถานการณ์ตอนนี้ก็ต้องบอกว่ามีลุ้น....
เพราะปัจจุบัน “วันเดอร์ วูแมน” ได้คะแนนจากเว็บรีวิวชื่อดัง Rotten Tomatoes ไปถึง 93 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่จากค่ายเดียวกัน 3 เรื่องที่เคยพูดถึงไปแล้ว แถมยังเป็นหนึ่งในหนังซูเปอร์ฮีโร่จากทุกค่ายที่ได้คะแนนรีวิวดีที่สุดตลอดกาลอีกด้วย
ถึงแม้ว่าตอนนี้ “วันเดอร์ วูแมน” จะเป็นม้ามืดที่กระแสตอนต้นดี แต่รายได้ค่อนข้างแผ่วอยู่ซักหน่อย (เปิดตัวได้ 100.5 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ Batman v Superman ได้มากกว่าเกือบเท่าตัวเมื่อปีที่แล้ว)
ได้แต่หวังว่ากระแสชื่นชมปากต่อปาก และคะแนนรีวิวที่ดีงามเสียเหลือเกินจะเป็นตัวกระตุ้นให้คนเข้าโรงไปดู “วันเดอร์ วูแมน” กันเยอะ ๆ จนกลายมาเป็นแรงส่งให้ “ม้ามืด” ตัวนี้กลายเป็น “ม้าตีนปลาย” ฝีเท้าจัดที่ทุบสถิติใหม่ ๆ จนสตูดิโอฮอลลีวู้ดไม่อาจมองข้ามพลังของผู้หญิงได้อีกต่อไป
มาเอาใจช่วยสาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้ให้กอบกู้จักรวาลฮอลลีวู้ดให้กลายเป็น a better place for women สำเร็จกันเถอะค่ะ

