จากกรณีของอุบัติเหตุของดีเจชื่อดัง เชาเชา-ชวลิต ศรีมั่นคงธรรม ที่ได้รับความสนใจจากประขาชนเป็นอย่างมากเเม้ว่าเมื่อวานนี้ดีเจเชาเชาจะเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งพบกับมารดาของคู่กรณีคือนางสมควร ธงอาษาเพื่อปรับความเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังได้แจ้งข้อหาแก่นายชวลิตจำนวน 3 ข้อหาคือ ขับรถโดยประมาท ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และขับรถที่มีไม่มี พรบ.
ในวันนี้ดีเจเชาเชา-ชวลิต พร้อมด้วยทนายความศักดา ทวีแก้วได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เพื่อเปิดใจถึงเหตุการณ์ทั้งหมดพร้อมทั้งน้ำตาว่าตนเองเดินทางกลับมาหลังจากทำงาน ซึ่งตรงจุดเกิดเหตุเป็นทางกลับรถ. เมื่อกลับรถมาแล้วพบว่ากลุ่มรถมอเตอร์ไซต์รวมกันอยู่ และอยู่ดี ๆ มีรถคันนึงพุ่งออกมาชนที่รถ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าลงมาช่วยเหลือคนเจ็บอย่างเต็มที่
“พี่เป็นคนประคองหัวไว้ที่บ่าพี่ บอกน้อง ๆ อย่าเป็นอะไรนะ ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเหลือพี่อยู่กับเขา คือเพื่อน คนอื่น ๆ เขาไม่อยู่แล้ว พี่บอกน้อง พี่ตบเขาพี่ปลุกเขาอยู่ตลอด เขาก็จะหลับให้ได้ พี่เลยโทรหา อพปร. กู้ภัย สายไหม .... พี่บอกได้เลยว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นมันเร็วมาก กะทันหันมาก ระยะกระชั้นชิดมาก คุณเคยขับมารถมาอยู่ดี ๆ แล้วมีหินเขวี้ยงใส่รถมั้ยอะ คือขับรถมาแล้วมั้งปั๊งเข้ามาเลยอะ คือถ้าใครอยู่ตรงนั้นจะเข้าใจความรู้สึกของพี่เลยว่า เห้ย เราขับรถมาอยู่ดี ๆ แล้ว มีรถพุ่งมาจากทางด้านซ้ายอะ ซึ่งเราไม่ได้ตั้งใจ เราไม่ใช่คนที่จะไปชนเขา พี่เลยรู้สึกว่าพี่ไม่ได้ชน เขาพุ่งเข้ามา แต่สิ่งที่พี่เห็นสิ่งแรกอะคือคนเจ็บ พี่ก็ต้องไปช่วยเขาก่อนสิฮะ นั่นคือความรู้สึกวันนั้น พี่ยังเชื่อว่าการที่เราคิดดีทำดีช่วยเหลือคน มันจะเป็นสิ่งที่ดี จะทำให้เราปลอดภัย พี่คิดอยู่แค่นี้ เนี่แหละครับเรื่องที่มันเกิดขึ้นกับพี่ในวันนั้น ”
เสียงสัมภาษณ์พร้อมน้ำตาจากดีเจเชาเชา ก่อนจะพรั่งพรูถึงความอึดอัดใจจากกระแสสังคมที่โจมตีเขาอยู่เสมอว่าทำไมชนแล้วไม่รับ ในส่วนความเข้าใจผิดของมารดาผู้เสียชีวิต ดีเจเชาเชายืนยันว่าช่วยเหลือทุกขั้นตอนมาโดยตลอดไม่มีการทอดทิ้ง ใครที่กล่าวหาว่าตนเองดื่มแอลกอฮอล์ก่อนจะมารขับรถหรือเปล่านั้น เขายืนยันว่ามีเพื่อนร่วมงานที่ขับกลับมาทางเดียวกันเห็นเหตุการณ์และพิสูจน์ได้ว่าไม่เมา พร้อมกับตนเองสามารถพูดคุยกับสารวัตสอบสวนวันเกิดเหตุได้ นอกจากนี้ข้อกล่าวหาอื่น ๆ ได้แก่บัตรอนุญาตขับขี่หมดอายุและพรบ.รถยนตร์ขาดอายุนั้น ตนเองน้อมรับว่าเป็นความสะเพร่าของตนเอง ส่วนกรณีของคดีความทางทนายความขอให้รอการดำเนินการต่อไป ยังไม่สามารถชี้แจงอะไรได้มาก
กรณีนี้ต้องรอฟังความจากทั้งสองฝ่ายและทางเจ้าหน้าที่สอบสวนต่อไป ซึ่งดีเจเชาเชาได้กล่าวในต้อนท้ายว่าเป็นปีชงค์ของตนเอง และหากเสร็จเรื่องราวทั้งหมดจะขอไปบวช





