หากตอนนี้คุณกำลังเบื่อกับการทำอะไรเดิมๆ อยู่ล่ะก็ ลองมารู้จักผู้หญิงคนนี้กัน แล้วคุณจะรู้ว่าเราสามารถสร้างสีสันให้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง เด่นใจ มุกดาพฤฒิกุล
เมื่อก่อน เด่นใจก็เหมือนกับหลายๆ คนที่ตั้งใจทุ่มเททำงานเพื่อความมั่นคงในชีวิตของตัวเอง แต่แล้ววันหนึ่ง ร่างกายมันบอกเธอว่า “ชั้นจะไม่ไหวแล้วนะ เธอใช้งานชั้นหนักเกินไปแล้ว” เธอจึงเริ่มทบทวนตัวเองแล้วพบว่า “จริงแฮะ”
จากนั้นเธอเริ่มดูแลร่างกายอีกครั้งด้วยการพามันไปออกกำลังกาย และทำอะไรใหม่ๆ ที่อยากทำ จากการวิ่งระยะสั้นๆ ไม่กี่ร้อยเมตร ก่อนจะเข้าสู่กีฬาอื่นๆ อีกมากมายที่ผ่านเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น วิ่งเทรล ดำน้ำ ยิงปืน ปีนเขา และไตรกีฬา
“เด่นเป็นคนชอบความท้าทายค่ะ ชอบแข่งกับตัวเอง ชอบเอาชนะตัวเอง เพราะพอทำได้มันรู้สึกมีความสุขมากกก อย่างดำน้ำเนี่ย ก็เริ่มจากเราไปเที่ยวทะเลแล้วเห็นโปรแกรม เราก็เออ อยากดำว่ะ แต่ตัวเองว่ายน้ำไม่เป็นเลยนะ ฮ่าๆ เราเลยเข้าไปติดต่อให้เขาพาไปดำ แต่มาติดปัญหาตรงที่ว่าต้องมีใบผ่านหลักสูตรการดำน้ำมาก่อน ซึ่งเราก็เอ๋อละ แต่ยังไม่ยอมนะ โกหกไปว่ามีใบ เราดำเป็นอยู่แล้วแต่ลืมเอามา ทีนี้ก็เรียบร้อยโรงเรียนเด่นใจค่ะ ฮ่าๆ แต่พอช่วงก่อนที่จะต้องโดดลงไปเนี่ย เรากลัวมาก ขาสั่น ความรู้สึกแบบเหมือนกำลังจะฆ่าตัวตาย ฮ่าๆ เราทำอะไรลงไปวะเนี่ย ไม่เคยดำยังไม่พอ ยังว่ายน้ำไม่แข็งอีก แต่เอาวะ มาถึงขนาดนี้แล้วยังไงก็ต้องลงไป เพราะเราไม่ยอมกลืนคำพูดตัวเองแน่ๆ เดี๋ยวเสียหน้าแย่ เลยทำใจอยู่สักพักก็โดดลงไปเลย แรกๆ หายใจถี่มาก กลัวไปหมด เราเลยค่อยๆ ปรับตัว พอเริ่มหายใจได้ เริ่มตั้งสติได้ก็โอเคละ ทีนี้ล่ะ ว้าวเลย !! ทุกอย่างดูน่าตื่นเต้นไปหมด เหมือนเราอยู่อีกโลกนึงเลย ตอนนั้นรู้สึกขอบคุณความบ้าตัวเองมากที่ทำให้เราเห็นในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มาก่อนในชีวิต จากนั้นพอกลับมาถึงกรุงเทพเราก็ไปลงเรียนจริงจังทันที พอมีเวลาว่างก็จะไปดำอยู่บ่อยๆ ไปอยู่บนเรือที 7 – 8 วัน ไปชาร์จแบตให้ชีวิต”
ทุกความเสี่ยงมีผลลัพธ์ที่วิเศษรออยู่
เด่นใจบอกกับเราว่าที่เธอยอมเสี่ยงเล่นกีฬาซึ่งหลายคนมองว่าอันตรายนั้น เพราะเธอต้องการสร้างสีสันให้กับชีวิต ไม่อย่างนั้นถ้าเปรียบชีวิตเป็นรสชาติอาหาร เมนูที่ชื่อว่าเด่นใจคงจะจืดชืดและไม่อร่อยมากแน่ๆ แต่เธอจะไม่ยอมเป็นแบบนั้นเด็ดขาด เธอจึงลองเล่นกีฬาใหม่ๆ ที่พบเจออยู่เสมอ อาทิ การปีนเขาในความสูงกว่า 30 – 40 เมตร หรือการวิ่งเทรลเข้าป่าเป็นระยะทางไกลๆ เพราะเธอเชื่อว่าทุกความเสี่ยงจะพาเธอไปเจอผลลัพธ์ที่วิเศษกว่าเดิมเสมอ ไม่ว่าจะวิวบนภูเขา ซึ่งคนที่ขึ้นถึงยอดเท่านั้นจะเห็นและเข้าใจความรู้สึกได้ หรือความงดงามจากกลิ่นดิน กลิ่นหญ้าในป่าก็ล้วนหอมหวนเย้ายวนไปด้วยเสน่ห์ไม่แพ้กัน ซึ่งทั้งหมดนั้นก็มาจากความกล้าที่จะลองอะไรใหม่ๆ นั่นเอง
จากมวยวัดสู่การสู้อย่างมีแบบแผน
สำหรับกีฬาที่เด่นใจเล่นมาอย่างมากมายนั้นเธอบอกว่าช่วงการเริ่มต้นเป็นอะไรที่ยากที่สุดแล้ว แต่เมื่อเราเริ่มเล่นเป็นเราก็จะค่อยๆ สนุกและมีความสุขไปกับมันเอง ซึ่งหลักในการเลือกเล่นกีฬาของเธอมาจากช่วงเวลานั้นเธอมีอารมณ์แบบไหน ก็จะเล่นกีฬาที่ตอบสนองความรู้สึกนั้น เช่น ถ้าอยากออกแรงก็จะไปวิ่งหรือปั่นจักรยาน แต่ถ้าอยากอยู่นิ่งๆ อยากฝึกสมาธิ ไม่อยากเคลื่อนไหวมากก็จะเลือกไปยิงปืนเพื่อผ่อนคลายแทน และในปีนี้เธอบอกกับเราว่าจะให้มันเป็นปีของ “ไตรกีฬา”
“ปกติทุกกีฬาที่เราเล่น เราจะเล่นแบบมวยวัดตลอด คือเริ่มจากความรู้สึกเราก่อน จากนั้นไปศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองแล้วลุยเลย แต่พอเป็นไตรกีฬามันทำแบบนั้นไม่ได้ เป็นกีฬาแรกในชีวิตเลยที่ต้องเล่นอย่างมีแบบแผน เราเลยต้องมีโค้ชคอยให้ความรู้ ความเข้าใจและเทคนิคต่างๆ เพราะไตรกีฬาต้องเล่นกีฬาตั้ง 3 อย่างพร้อมกัน ซึ่งเวลามันเอามารวมกันเนี่ยมันไม่เหมือนกับการแยกกันเล่น เพราะเราไม่สามารถทุ่มกำลังทั้งหมดไปที่กีฬาใดกีฬาหนึ่งได้”
ทางที่ต้องเลือก
แล้วการแข่งไตรกีฬาแรกของเธอก็มาถึงพร้อมๆ กับการกลับมาของความรู้สึกเดิม นั่นคือเธอรู้สึกว่ากำลังจะฆ่าตัวตายอีกครั้งแล้ว เธอกำลังจะถอดใจ เธอกำลังจะยอมแพ้ แต่วินาทีนั้นก็มีมือของเพื่อนมาตบที่บ่าเธอเบาๆ พร้อมกับบอกว่า “จะยอมแพ้ไม่ได้ เธอต้องแข่ง !”
ก่อนเสียงสัญญาณปล่อยตัวจะดังขึ้น คราบน้ำตาแห่งความกลัวยังเอ่อล้นไม่หายไป แต่เมื่อทุกอย่างต้องเดินต่อ เธอจึงต้องเริ่มมันด้วยตัวเอง เธอกระโดดลงไปพร้อมกับคนอื่นๆ บางคนว่ายเร็ว บางคนว่ายช้า สำหรับเด่นใจ เธอเลือกใช้วิธีค่อยๆ ว่ายไปทีละนิดแล้วหยุดพักแบบทุ่นต่อทุ่น จนในที่สุดเธอก็ถึงฝั่ง วินาทีนั้นเธอดีใจมาก เธอกรี๊ดออกมาดังๆ ราวกับการแข่งขันจบแล้ว เธอกับเราบอกว่าแต่ละคนก็มีวิธีสู้ในแบบของตัวเองเมื่อเจอปัญหา อยู่ที่ใครจะเลือกไปต่อหรือยอมแพ้เท่านั้นเอง





