เพาะรัก เรี่องเล่าในร้านอาหารจีน

เพาะรัก เรี่องเล่าในร้านอาหารจีน

ร้านอาหารแห่งนี้ขอร่วมแบ่งปันเพื่อช่วยกันดูแลโลก ด้วยการแจกเมล็ดพันธุ์แห่งรัก

หลายร้อยปีที่ธรรมชาติป่าเขาถูกทำลาย และตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เราต้องช่วยกันซ่อม สร้าง และทำ เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นคืน
หากใครเบื่อกิจกรรมปลูกป่าแบบทิ้งๆ ขว้างๆ หรือ การรณรงค์ใช้ถุงผ้าลดโลกร้อนตามกระแส ลองดูสิว่า ยังมีทางเลือกอื่นๆ ไหม
อย่างไอเดียแคปซูลเมล็ดพันธุ์ พกพาง่าย ปลูกง่าย แต่ปลูกแล้วจะงอกเงยหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง

ถ้าอย่างนั้น มาปลูกต้นไม้กัน...

เหมือนเช่นนักธุรกิจคนนี้ ขอมีส่วนร่วมสนับสนุนให้คนหันมาปลูกต้นไม้
“ปัญหาที่เรารู้อยู่ คือ โลกร้อนขึ้น สภาพอากาศแปรปรวน และมีช่วงหนึ่งคนพูดถึงเรื่องต้นไม้เยอะมาก จริงๆ แล้วเราไม่ได้คิดจะทำตามกระแส เราเป็นร้านอาหาร ถ้าจะแจกกล้าไม้ ก็ไม่สะดวก” ปาณสาร อัศวานุวัตร กรรมการบริหาร ภัตตาคารจีนฮองมินที่มีอยู่กว่าสิบสาขา เปิดประเด็น
เขาเป็นนักธุรกิจ และไม่ได้หลงใหลการปลูกต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ แต่ตระหนักรู้ว่า เมื่อทำธุรกิจได้ดีแล้ว ก็ควรทำสิ่งดีๆ ให้สังคมบ้าง แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม

จึงเป็นที่มาของแคปซูลเพาะรัก ที่’ปาณสาร’นำมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร ใครอยากได้ หยิบไปได้เลย เขาทำมาปีกว่าๆ เพราะเห็นว่า น่าจะช่วยสร้างจิตสำนึกในเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติได้บ้าง

“บังเอิญว่าผมไปเห็นในเฟสบุ้คอาจารย์ประจิณ ยอมดี ทำเรื่องแคปซูลเมล็ดพันธุ์ พกพาไปที่ไหนก็ได้ สะดวกดี เราก็อยากเอามาไว้ในร้านอาหารบ้าง เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ลูกค้าเรื่องการปลูกต้นไม้”

นั่นเป็นการต่อยอดจากคนรักต้นไม้ โดยการแจกแคปซูลเพาะรัก และจัดเวิร์คชอปให้ความรู้เรื่องการปลูกต้นไม้ใหญ่ โพธิ์ ไทร ไกร กร่าง
“เรามีแฟนเพจร้านอาหารอยู่แปดหมื่นกว่าคน ใครสนใจก็มานั่งฟังได้ มีอาหารเลี้ยง เราทำกิจกรรมเรื่องนี้ เดือนวันเดือน เมื่อปลายปีที่แล้วเราตั้งใจว่าจะพาลูกค้าที่สนใจเรื่องปลูกป่าไปเรียนรู้ที่นครนายก โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ไม่ได้ไป เพราะเป็นช่วงในหลวงรัชกาลที่9 เสด็จสวรรคต”

ระหว่างการสนทนา ปาณสาร ย้ำเสมอว่า เขาไม่ใช่นักอนุรักษ์ ไม่ใช่คนลุยป่า แต่เป็นนักการตลาด เวลาพูดเรื่องอะไร ก็อยากให้คนสนใจ

“ถ้าเราพูดเรื่องอนุรักษ์มากไป คนก็ไม่ฟัง และเราเห็นอยู่ว่า อากาศแปรปรวนทุกวัน การทำเรื่องนี้ก็แค่ต่อยอดความคิด เพราะเรามีร้านอาหารหลายสาขา ผมเองก็เคยลองเอาแคปซูลเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ไปปลูก ไม่ใช่ว่างอกทุกเมล็ด ต้นไกรไม่ได้ปลูกขึ้นง่ายๆ ทั้งๆ ที่เมล็ดพันธุ์หล่นใต้ต้นเยอะมาก เราแจกแคปซูลเพาะรัก เป็นกิมมิคอย่างหนึ่งให้ลูกค้า จัดกิจกรรมไปเรื่อยๆ เหมือนน้ำซึมบ่อทราย ถ้ามีกลุ่มไหนอยากจัดกิจกรรมเรื่องป่าและต้นไม้ในร้านผม ผมก็ยินดีให้บริการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย” 

นอกจากแคปซูลเพาะรักบนโต๊ะอาหาร เขายังมีชุดเมล็ดถั่วและเมล็ดพันธุ์เล็กๆ สำหรับเด็กๆ ที่มากินอาหารพร้อมพ่อแม่ สามารถนำเล่นระหว่างทานอาหาร

“ก่อนหน้านี้ ผมก็ไม่เคยทำกิจกรรมเรื่องการอนุรักษ์ป่า และไม่อยากทำตามกระแส ไม่ใช่ว่า ทำแล้วก็แล้วไป ผมเป็นนักธุรกิจ จึงคิดว่า บริษัทไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ก็ควรคิดถึงคนอื่นบ้าง มีกำลังแค่ไหน ก็ทำแค่นั้น ไม่จำเป็นต้องทำโครงการใหญ่โต ผมเองทำเล็กๆ แต่ทำจริงจังและต่อเนื่อง เราเป็นร้านอาหาร เอาผักและปลามาจากธรรมชาติ ถ้าไม่ดูแลธรรมชาติ วันหนึ่งก็หมดไป”

ที่ผ่านมา นักการตลาดอย่างเขา เลือกทำเรื่องที่คนอื่นไม่ทำ เขาบอกว่า เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ธุรกิจภัตตาคารจีนของเขาเป็นร้านแรกๆ ที่พนักงานรับออเดอร์ใช้เครื่องกดสั่งอาหารถึงครัวได้เลย และตอนนี้มีระบบชิปการ์ด บัตรสมาชิกให้ลูกค้าเก็บแต้มสะสม ซึ่งร้านอาหารไม่สามารถโกงลูกค้าได้

“อีกอย่างเราเป็นร้านแรกๆ ที่เอากุ้งล็อบสเตอร์มาขายในร้านราคาพันต้นๆ ถ้ากินในโรงแรมราคาสูงมาก เราทำได้ เพราะขายจำนวนมาก อาศัยว่า ลูกค้ามากินกุ้งก็กินอาหารอื่นด้วย อีกอย่างในยุคนั้น ผมเป็นรายแรกๆ ที่ปรับย่ออาหารจีนจานใหญ่ๆ มาเป็นจานเล็กๆ กินคนเดียวได้” ปาณสาร เล่าถึงความคิดที่แตกต่าง

เมื่อถามถึงธุรกิจที่เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป เขาบอกว่า เรื่องความใส่ใจลูกค้าต้องมาก่อน ก็คือ การตลาดยุค4.0 ซึ่งเขาทำมานานแล้ว โดยพนักงานจะต้องจำได้ว่า ลูกค้าประจำกลุ่มไหนชอบกินอะไร

“ผมเชื่อว่า คนยุคนี้ไม่ได้มากินอาหารอย่างเดียว แต่อยากได้บริการที่ดีด้วย เรื่องการตลาดผมก็ต้องเรียนรู้ เมื่อ4-5ปีที่แล้วผมไปเรียนเรื่องการตลาดกับอาจารย์เสรี วงษ์มณฑา เรียนมันเกือบทุกคอร์ส นั่งหน้าตลอด เพราะการทำธุรกิจในองค์กรที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่พัฒนาตัวเอง ก็ล้าหลังทันที ผมจึงต้องหาความรู้ตลอดเวลา ”

เพราะตระหนักรู้ว่า ชีวิตไม่ได้มีแค่การค้าขาย และกำไรอย่างเดียว ยังมีส่วนเล็กๆ ที่ทำเพื่อคนอื่นได้ และเป็นหน้าที่ของนักธุรกิจ
“ถ้าเราจะบอกคนอื่นให้ทำตาม เราต้องเริ่มจากตัวเรา เราชอบต้นไม้ ก็ต้องปลูกให้คนอื่นเห็น เราทำร้านอาหาร ก็ต้องกล้ากินอาหารในร้านของตัวเอง ผมเจอคนขายของเยอะมากที่ไม่กล้ากินอาหารในร้านตัวเอง ผมทำครัวเปิดเลย ลูกค้าสามารถเห็นในครัว เดินไปดูได้ มีร้านอาหารร้านไหน กล้าเปิดครัวให้เห็นแบบนี้” ปาณสาร กล่าว