ฉากบังเพลิง ศิลปะความสวยงามงานจิตรกรรม

ฉากบังเพลิง ศิลปะความสวยงามงานจิตรกรรม

ฉากบังเพลิงที่ถูกถ่ายทอดความวิจิตรศิลป์ผ่านภาพวาดที่ใช้ในการตกแต่งพระเมรุมาศทั้ง 4 ด้าน

พระเมรุมาศคือสิ่งแสดงพระเกียรติยศในวาระสุดท้ายแห่งพระชนมชีพ ศิลปะในพระเมรุมาศล้วนมีความสมบูรณ์แบบทั้งสิ้น รวมไปถึงฉากบังเพลิงที่ถ่ายทอดความวิจิตรศิลป์ผ่านภาพวาดซึ่งมักเขียนเป็นรูปเทวดา สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อใช้สำหรับปิดกั้นทางขึ้น-ลงพระเมรุมาศทั้ง 4 ด้าน เพื่อบังลมในเวลาถวายพระเพลิง การตกแต่งฉากบังเพลิงเป็นตามแบบอย่างมาตั้งแต่โบราณ

มณเฑียร ชูเสือหึง รักษาการในตำแหน่งจิตรกรเชี่ยวชาญ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เล่าถึงที่มาของฉากบังเพลิงว่า "ฉากบังเพลิง เป็นการประกอบพระเกียรติพระอิสริยยศ เพื่อเป็นการกั้นลมไม่ให้ไฟแตกกระจาย และเพื่อไม่ให้คนภายนอกเห็นภาพ ในขณะที่ทำพิธีกรรมหรือพระราชพิธีการเคลื่อนย้ายพระบรมศพ ซึ่งฉากบังเพลิงขนาดจริงนั้นสูง 4 เมตร กว้าง 6 เมตร ซึ่งมีความสูงใหญ่กว่าฉากบังเพลิงในอดีต"

ภาพจิตรกรรมบนฉากบังเพลิงในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีการเขียนภาพการกำเนิดพระนารายณ์ 10 ปาง และจิตรกรรมฝาผนังพระพุทธรัตนสถานตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

“ฉากบังเพลิงมีทั้งหมด 4 ด้าน แต่ละด้านแบ่งเป็น 4 ชิ้น แต่ละชิ้นแบ่งเป็น 2 ช่อง โดยช่องด้านบนเป็นภาพนารายณ์อวตาร ใช้ลวดลายนี้เพราะเราถือว่าพระมหากษัตริย์เป็นสมมติเทพลงมาปกครองมนุษย์โลก โดยมีลวดลายทั้งหมด 8 ปางจาก 10 ปาง ส่วนด้านล่างของฉากบังเพลิงจะเป็นเรื่องราวของโครงการในพระราชดำริ ซึ่งแบ่งเป็นหมวดดินน้ำลมไฟ โดยทิศเหนือเป็นหมวดน้ำ เช่น ฝนหลวง ทิศตะวันออกเป็นหมวดดิน เช่น ดินเปรี้ยว ทิศใต้เป็นหมวดไฟ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ส่วนทิศตะวันตกเป็นหมวดลม รวมกังหันลมในสถานที่ต่างๆ เช่น โครงการชั่งหัวมัน เป็นต้น ส่วนด้านหลังของฉากบังเพลิงจะเป็นลายดอกไม้มงคลนำมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราว และมีพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. และมีดอกดาวเรืองซึ่งเป็นดอกไม้พระจำพระองค์ประดับอยู่" 

ในอดีตฉากบังเพลิงใช้สีฝุ่นในการลงสี ฉากบังเพลิงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใช้เป็นสีอะคริลิค “ในครั้งนี้ใช้สีอะคริลิคซึ่งเป็นสีวิทยาศาสตร์ สีสังเคราะห์ เนื่องจากสีฝุ่นมีข้อเสียคือต้องหาวัตถุดิบจากธรรมชาติ หากโดนน้ำหรือมีความชื้น จะหลุดลอกได้ง่าย แต่สีอะคริลิคหากโดนน้ำโดนแดดสีจะไม่หลุดลอก”

ขั้นตอนในการทำฉากบังเพลิง ใช้คนทำจำนวนมากตามความถนัดของแต่ละคน "สำหรับปีนี้ฉากบังเพลิง สูงใหญ่กว่าในอดีต การทำงานนั้นต้องแบ่งหน้าที่ตามแต่ความถนัด โดยมี 5 ขั้นตอน คือ ขั้นแรกร่างภาพ ขั้นที่สองทำสีต้นแบบ เป็นการร่างสีต้นแบบ ขั้นที่สามคือขยายแบบ เพื่อแสดงรายละเอียดในส่วนต่างๆ ที่แล้วเสร็จครบทั้ง 4 ด้าน ขั้นที่สี่คือการนำแบบที่ร่างทั้งหมดไปวาดและลงสีทั้งหมดบนผ้าใบใหญ่ ส่วนขั้นตอนสุดท้ายคือเรานำแบบทั้งหมดไปผลึกลงฉากบังเพลิงของจริงและทำการเก็บสีทั้งหมดจนแล้วเสร็จสมบูรณ์" 

เนื่องจากฉากบังเพลิงเป็นศิลปะที่มีความสวยงาม หลังเสร็จพิธีกรรมจะไม่เผาทิ้ง เช่น ฉากบังเพลิงของรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันอยู่ที่วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร ทั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีการเก็บรักษาฉากบังเพลิงเช่นกัน สำหรับฉากบังเพลิงของรัชกาลที่ 9 ยังไม่มีการวางแผนว่าจะนำฉากบังเพลิงเก็บรักษาที่ใด ศิลปะความสวยงามของจิตรกรรมบนฉากบังเพลิงควรค่าแก่การสืบทอดสรรพวิชาความรู้เคียงคู่ไปกับการเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย 

  ฉากบังเพลิง ศิลปะความสวยงามงานจิตรกรรม

ฉากบังเพลิง ศิลปะความสวยงามงานจิตรกรรม

ฉากบังเพลิง ศิลปะความสวยงามงานจิตรกรรม

ฉากบังเพลิง ศิลปะความสวยงามงานจิตรกรรม

ฉากบังเพลิง ศิลปะความสวยงามงานจิตรกรรม

ฉากบังเพลิง ศิลปะความสวยงามงานจิตรกรรม

ฉากบังเพลิง ศิลปะความสวยงามงานจิตรกรรม

ฉากบังเพลิง ศิลปะความสวยงามงานจิตรกรรม

                                                                                                                                                                                                                                     *ฉากบังเพลิง ร.5

ฉากบังเพลิง ศิลปะความสวยงามงานจิตรกรรม

                                                                                                                                                                                                                                *ฉากบังเพลิง ร.5 สมบูรณ์