นำวัสดุธรรมชาติมาผลิตเป็นภาพขาย สร้างรายได้ดี มีคนสั่งซื้อจนผลิตไม่ทัน
นายสมยศ คำเวบุญ อายุ 59 ปี หรือตายศ อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 11 บ้านดงยาง ตำบลบากเรือ อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เป็นชาวบ้านที่ได้ยึดอาชีพงานศิลปะ โดยการนำวัสดุจากธรรมชาติที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น นำไปประดิษฐ์เป็นรูปภาพงานศิลปะตามจินตนาการณ์ เพื่อส่งขายสร้างรายได้เข้าครอบครัว เดือนละหลายหมื่นบาท จนผลงานที่ผลิตออกมา เป็นที่ต้องการของลูกค้าสั่งจองเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนไม่สามารถที่จะทำส่งให้ได้ตามความต้องการของลูกค้า เนื่องจากเป็นงานศิลปะที่ต้องใช้ทั้งความสามารถ และเวลาในการประดิษฐ์งานแต่ละชิ้น ซึ่งวัสดุที่นำไปประดิษฐ์ลงบนรูปภาพส่วนใหญ่ จะใช้วัสดุจากธรรมชาติที่มีอยู่และหาได้ง่ายในท้องถิ่นโดยไม่ต้องซื้อ เช่น ฟางข้าว, ต้นข่าแห้ง, เศษไม้ไผ่, ขี้เลื่อย, เปลือกข้าวโพด,ใบเตย, ทางมะพร้าวและขมิ้น เป็นต้น
ก่อนที่จะนำวัสดุทั้งหมดไปประดิษฐ์ขึ้นเป็นรูปภาพต่างๆ ตามจินตนาการณ์ของตน ส่วนใหญ่จะเป็นรูปวิวทิวทัศน์ต่างๆ ประเพณีศิลปวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น รวมทั้งวิถีชีวิตการทำมาหากินของชาวบ้าน และรูปภาพที่ได้รับความสนใจของลูกค้ามากที่สุด คือภาพวิถีชีวิตของชาวบ้าน มียอดสั่งจองสูงสุดในรอบปี ผลงานที่ผลิตออกมาก็จะนำไปวางจำหน่ายตามงานแสดงสินค้าต่างๆ ทั้งในจังหวัดยโสธรเอง และในต่างจังหวัดทั่วประเทศ และอีกบางส่วนก็จะมีลูกค้าประจำ ที่สั่งจองทางโทรศัพท์ ส่วนราคาการจำหน่ายจะส่งจำหน่ายอยู่ที่ชิ้นละ 500-100,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของภาพ
ขณะนี้ภาพที่ผลิตออกมาเป็นที่ต้องการของลูกค้า จนแทบผลิตงานศิลปะส่งให้ไม่ทัน เพราะภาพแต่ละภาพจะต้องใช้เวลาทำไม่ต่ำกว่า 4 วัน จึงจะเสร็จพร้อมส่งขายนายสมยศ คำเวบุญ บอกว่า เดิมทีตนมีอาชีพเป็นช่างเขียนภาพตามผนังอุโบสถและตามศาลาการเปรียญวัด ซึ่งตนก็พอมีความรู้ทางด้านงานศิลปะอยู่บ้างและต่อมาเมื่อประมาณปี 2536 ตนจึงได้ทดลองนำฟางข้าวที่มีอยู่ตามทุ่งนาไปประดิษฐ์เป็นรูปภาพต่างๆ ตามจินตนาการณ์ของตน และลองผิดลองถูกอยู่หลายปี จนกระทั่งได้เรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับวัสดุธรรมชาติ ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นฟางข้าว, ต้นข่าแห้ง,ใบเตย,ขี้เลื่อย, เปลือกข้าวโพดและอีกหลายชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติที่ทนทาน และสามารถนำมาประดิษฐ์เป็นงานศิลปะได้เป็นอย่างดี จึงได้พัฒนาผลงานทางด้านงานศิลปะเรื่อยมา จนเป็นที่รู้จักของลูกค้าทั่วไป สนใจสั่งซื้องานประดิษฐ์ของตนเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนแทบทำให้ไม่ทันในแต่ละเดือน ตนมีรายได้จากการจำหน่ายงานประดิษฐ์ของตนตกหลายหมื่นบาท
ซึ่งนอกจากที่ตนจะประดิษฐ์งานศิลปะจากวัสดุส่งขายแล้ว ตนยังเปิดสอนงานศิลปะให้กับผู้ที่สนใจฟรีด้วย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่สนใจ ก็สามารถที่จะไปเรียนรู้และฝึกปฏิบัติด้วยตนเองได้ ตนยินดีที่จะถ่ายทอดความรู้ให้โดยไม่หวงแหน และสามารถที่จะนำความรู้ที่ได้ไปหาเลี้ยงชีพตนเองได้เลย




