ปีสองปีมานี้มีแหล่งท่องเที่ยวแนวเกษตรอินทรีย์เกิดขึ้นมากมาย
แต่ละแห่งก็มักจะมีคนรุ่นใหม่เข้าไปจุดประกาย หรือรังสรรค์ให้พื้นที่ดีๆ เกิดขึ้นได้จริงๆ ไร่รื่นรมย์ ที่ตั้งอยู่ในตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ก็เช่นกัน
ศิริวิมล กิตะพาณิชย์ หรือ แอปเปิ้ล เป็นเด็กไทยที่ไปจบการศึกษามาจากเมืองนอก(ออสเตรเลีย) แต่เมื่อกลับมาเธอก็เริ่มค้นหาความหมายของชีวิต และพบว่า เกษตรอินทรีย์น่าจะเป็นคำตอบที่ใช่ หลังจากนั้นเธอก็ค่อยๆ นับหนึ่งกับการทำไร่ที่มีชื่อว่า “รื่นรมย์” ทันที
“เปิ้ลอยากให้ไร่รื่นรมย์เป็นที่บอกเรื่องราวตั้งแต่แปลงนาจนถึงจานอาหาร เพราะปัจจุบันเราไม่รู้หรอกว่า อาหารมาจากไหน เริ่มต้นมันเป็นยังไง กระบวนการคืออะไร เพราะเปิ้ลเองก็มาจากคนที่ไม่รู้ว่ากระเพราหน้าตาเป็นยังไง ตะไคร้เป็นยังไง ไม่รู้จริงๆ ตำลึงเป็นยังไง เคยกิน แต่ไม่เคยทำ ดังนั้นมันจึงเป็นการเรียนรู้จาก 0
เปิ้ลจบนิเทศมา ไม่มีความรู้เรื่องเกษตรเลย ก็ค้นหาจนมาเจอว่าสิ่งที่ในหลวงทรงเตรียมไว้ให้เรานี่แหละคือที่สุด เกษตรพอเพียงของในหลวงไม่ได้บอกว่าให้เราอยู่ยากจน ขัดสน แต่คำว่าพอเพียงแบบในหลวงคือเราอยู่อย่างพอดี เราพอดี ธรรมชาติพอดี เมื่อมีความพอดีก็จะมีความสมดุลเกิดขึ้น เมื่อเกิดความสมดุล ชุมชนก็เข้มแข็ง”
หลังจากนั้นเด็กจบนอกคนนี้ก็เริ่มพาตัวเองไปศึกษาวิธีการทำเกษตรอินทรีย์ โดยเข้าร่วมโครงการ 1 ไร่ 1 แสน เป็นเวลา 1 ปีเต็ม จนได้ทักษะในการใช้ชีวิตมาพัฒนาความสุขของตัวเองและผู้คนในชุมชน
ไร่รื่นรมย์มีพื้นที่กว่า 100 ไร่ ถูกจัดสรรไว้อย่างลงตัว ทั้งส่วนที่เป็นป่า แปลงนา สวนผัก ล่าสุดแอปเปิ้ลบอกว่า กำลังทำโครงการ “โคกหนองนาโมเดล” ที่จะให้ชาวบ้านเข้ามาใช้พื้นที่ในการทำเกษตรฟรี เพียงแต่ต้องเป็นเกษตรอินทรีย์เท่านั้น
นอกจากนี้ก็มีพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมการเรียนรู้และการท่องเที่ยว โดยมีรื่นรมย์คาเฟ่ เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นอกจากนั้นก็มีที่พักแบบเต็นท์ สโลแกน “ก่อนนอนเห็นดวงดาว ตื่นเช้ามาเห็นตะวัน” ตั้งอยู่ท่ามกลางทิวเขาที่รายล้อมและสีเขียวๆ ของธรรมชาติ
แต่กว่าจะเป็นไร่รื่นรมย์ที่ชวนรื่นรมย์ตามชื่อนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แอปเปิ้ลว่า แม้จะไปเรียนรู้มานานถึง 1 ปี แต่ก็ไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับการทำเกษตรอินทรีย์จริงๆ เธอต้องลองผิดลองถูกกว่าจะเป็นไร่รื่นรมย์ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิปของทุกคนเช่นในทุกวันนี้
“เปิ้ลไม่ได้ตั้งใจให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่อยากให้มาพบประสบการณ์ มาเรียนรู้ชีวิต เปิ้ลกำลังสร้างแรงบันดาลใจให้หลายๆ คนอยู่ การมาที่นี่เปิ้ลไม่ได้ให้ทุกคนมาเป็นเกษตรกรนะ แต่อยากให้มาลองประสบการณ์ คุณปลูกแล้วชอบมั้ย ไม่ชอบลองมาขายมั้ย คุณมาลองทำอย่างอื่นมั้ย ลองค้นหาตัวเองให้เจอ ถ้าเจอแล้วอุปสรรคอะไรก็จะผ่านไปได้ เพราะมันเจอแล้ว แล้วเราก็จะทำตรงนั้นได้ดีที่สุด”
แน่นอนว่า แหล่งท่องเที่ยวเป็นผลพลอยได้ เพราะจริงๆ แล้วเจ้าของไร่รื่นรมย์ต้องการให้ที่นี่เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์และพลังงานทางเลือกมากกว่า(ไร่รื่นรมย์ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์) เธอพร้อมให้คำปรึกษาสำหรับทุกคนที่อยากเรียนรู้ โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่รอบข้าง เพราะฉะนั้นไร่รื่นรมย์จึงไม่มีการปิดกั้น ไม่มีการทำรั้ว เพื่อให้เพื่อนบ้านทุกคนเข้ามาศึกษาการทำเกษตรอินทรีย์ได้แบบฟรีๆ
“ชาวบ้านตรงนี้ทำอินทรีย์เยอะขึ้น เปิ้ลจะไม่บอกให้เขาทำ คนที่พร้อมแล้วมาหาเปิ้ลจะสอนทุกอย่าง เพราะถ้าเราไปบอกให้เขาทำ มันเหมือน เฮ้ย...คุณเป็นใครมาสอนฉัน ดังนั้นจะไม่มีการบังคับ ต้องเกิดจากความสมัครใจ
การทำอินทรีย์มันทำด้วยใจ ถ้าทำอินทรีย์แล้วคิดว่าจะได้กำไรมากขึ้น หรืออะไร อย่างนั้นไปไม่รอด คุณทำธุรกิจอื่นจะดีกว่า เร็วกว่า เพราะอันนี้มันใช้เวลา มันเหนื่อย เราเล่นกับสิ่งมีชีวิต เราปลูกร้อยไม่ได้ร้อยอยู่แล้ว เราได้ 70-80 เรากำหนดไม่ได้”
อย่างที่บอกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และหัวใจหลักของเกษตรอินทรีย์ก็ไม่ใช่แค่การไม่ใช้สารเคมี แต่อยู่ที่ว่าเราจะคืนความสมดุลกลับคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างไรมากกว่า
“สุดท้ายแล้วชีวิตมันไม่ต้องการอะไรมาก ชีวิตมันแค่ต้องการจะอยู่แค่เรากับธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้ ถ้าเราอยู่ร่วมกันได้ โลกก็จะสงบสุขมากขึ้น” เจ้าของไร่รื่นรมย์ สรุป





