วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์การสร้างผู้ชมผู้ฟังดนตรีคลาสสิกรุ่นใหม่

การเปลี่ยนแปลงหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล กลายเป็น “ทางเลือกใหม่” ด้านความบันเทิงทางเสียงเพลงของผู้คนยุคนี้

 

 

  การแสดงคอนเสิร์ตช่วงหลังๆ ที่ผู้เขียนมีโอกาสได้ชมและฟังมา ค่อนข้างจะ “เงียบเหงา” พอสมควร เมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้ชมผู้ฟัง เปรียบเทียบกับการแสดงที่ผ่านมาก่อนหน้านั้น

อาจเป็นเพราะ “หน้าฝน” ที่ฝนตกบ่อยครั้งในยามค่ำคืน ผลซึ่งตามมาอย่างคาดคะเนได้แน่นอนคือ รถติด ก่อให้เกิดความเบื่อหน่าย อ่อนล้าในการเดินทางออกจากบ้านหรือที่ทำงาน ไปยังสถานที่แสดงดนตรี

อาจเป็นเพราะ “สภาพเศรษฐกิจ” ช่วงนี้ทำให้ความพร้อมทางอารมณ์ ที่อยากไปฟังเพลงลดน้อยลง

หรือจำนวนแฟนเพลง “ขาประจำ” ดนตรีคลาสสิก ถดถอยลงไปตามอายุขัยที่มากขึ้น อยาก พักผ่อน หรือฟังเพลงอยู่กับบ้าน ผ่านสื่อผลิตซ้ำทางดนตรี ที่ซื้อหาสะสมไว้มากมายและยาวนาน น่าจะมีความสุขมากกว่าการออกนอกบ้านไปฟังเพลง

ขณะที่ “คนรุ่นใหม่” เจเนอเรชั่นใหม่ ไม่ได้รับการปลูกฝัง สั่งสมประสบการณ์ด้านศิลปะ ผ่านระบบการศึกษาในบ้านเรา ที่จะทำให้เกิดความชื่นชอบดนตรีคลาสสิก จนกลายเป็นแฟนเพลง เป็น “ลูกค้า” ประจำในการแสดงสด คอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิก มีจำนวนไม่มากพอที่จะทดแทนผู้ชมผู้ฟังวัยอาวุโสที่เริ่มหรอหรอยลงไปเรื่อยๆ

การเปลี่ยนแปลงหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล กลายเป็น “ทางเลือกใหม่” ด้านความบันเทิงทางเสียงเพลงของผู้คนยุคนี้ แทนการ “เสพ” งานศิลปะดนตรี ที่อาจดูยากฟังยาก ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ มีพื้นฐานในการฟังดนตรีบ้างพอสมควร

0 0 0 0 0

คอนเสิร์ต “เบโธเฟน กาล่า” แสดงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บรรเลงโดยวง บางกอก ซิมโฟนี ออร์เคสตรา หรือ วงบีเอสโอ อำนวยเพลงโดย ชาร์ลส์ โอลิเวียริ-มันโร วาทยกรชาวแคนาดา เพลงเอกของรายการ เปียโน คอนแชร์โต หมายเลข 4 ของ เบโธเฟน เดี่ยวเปียโนโดย มาร์เซลล่า ฟิโอริลโล นักเปียโนหญิงชาวอาร์เจนติน่า อาจเป็นสิ่งสะท้อนปัจจัยหลากหลายข้างต้น ที่ส่งผลกระทบเรื่องจำนวนผู้ชมผู้ฟังการแสดง

สิ่งที่ผู้เขียนคิดว่าสะท้อนออกมาได้ชัดเจนอีกประการคือ วาทยกร หรือ ผู้อำนวยเพลง มีผลต่อคุณภาพ สุ้มเสียงดนตรี บรรเลงโดยนักวงดนตรีวงบีเอสโอ เป็นอย่างมาก เพราะเสียงดนตรีน่าฟังกว่ามาก เมื่อเทียบกับคอนเสิร์ตก่อนหน้านี้ อำนวยเพลงโดยวาทยกรชาวอิตาเลียนท่านหนึ่ง โปรแกรมการแสดงที่มีการเดี่ยว ฟลูต คอนแชร์โต หมายเลข 2 ของโมสาร์ท แสดงไปเมื่อกลางเดือนมิถุนายน

ความสามารถทางดนตรี ความตั้งใจในการทำงานร่วมกับนักดนตรีไทย ความมากประสบการณ์ทางดนตรี ทำให้ โอลิเวียริ-มันโร วาทยกรรูปร่างสูงใหญ่ท่านนี้ ได้รับความชื่นชมทั้งจากนักดนตรีและผู้ชมผู้ฟังบ้านเราไปมากพอสมควร

อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนพบเห็นจากคอนเสิร์ต เบโธเฟน กาล่า คือ การที่วาทยกร “พูดคุย” ให้ความรู้ ข้อมูลเกี่ยวกับบทเพลง หน้าเวที ผ่านไมโครโฟน อย่างกระชับกับผู้ชมผู้ฟัง ก่อนที่จะบรรเลงเพลงนั้นๆ

  เป็นกระแสความพยายามสร้าง “กลยุทธ์” ใหม่ๆ การแสดงคอนเสิร์ต ให้ผู้ชมผู้ฟังสามารถเข้าถึงดนตรีคลาสสิกได้ง่ายขึ้น หฤหรรษ์กับการฟังเพลงได้มากขึ้น เป็นการสร้างความประทับใจดนตรีคลาสสิก กับผู้สนใจทั่วไป หรือ ผู้ที่เพิ่งมีโอกาสสัมผัสดนตรีคลาสสิกผ่านการแสดงจริง เพื่อให้กลายเป็นแฟนเพลงขาประจำต่อไป

โอลิเวียริ-มันโร ให้ความรู้ (ส่วนหนึ่ง) บทเพลง เปียโน คอนแชร์โต หมายเลข 4 ของ เบโธเฟน ว่า เป็นเพลงเดี่ยวเปียโน นักเปียโนเล่นนำเข้าก่อนเป็นคนแรก ก่อนที่วงออร์เคสตราจะเล่นตามเข้ามาทีหลัง แปลกและแหวกไปเมื่อเทียบกับ เปียโน คอนแชร์โต ทั่วๆ ไป โดยเฉพาะ เปียโน คอนแชร์โต อีก 4 บท ของเบโธเฟน ทั้ง 4 เพลงวงออร์เคสตราจะบรรเลงนำมาก่อน แล้วแนวเดี่ยวเปียโน จึงเล่นตามเข้ามา

ผู้เขียนฟังแล้ว คิดไปถึงเรื่อง “โจ๊ก” หรือ เรื่องตลกเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิกเรื่องหนึ่งขึ้นมา ว่าด้วยการที่นักเปียโนท่านหนึ่ง ออกทัวร์ยาวนานพอสมควร เดินสายบรรเลง “เปียโน คอนแชร์โต ไซเคิล” ของเบโธเฟน กล่าวคือ เดี่ยวเปียโน คอนแชร์โต หมายเลขต่างๆ ตามแต่ละเมือง ไม่ซ้ำกัน แต่ตลอดทั้งคอนเสิร์ตทัวร์นั้น ทั้งนักเปียโนและวงออร์เคสตรา มีโอกาสบรรเลงเปียโน คอนแชร์โต ของเบโธเฟน ครบทั้ง 5 หมายเลข

หลังนักเปียโนและวงออร์เคสตรา แสดงร่วมกันยาวนานกว่าเดือน ท้ายๆ คอนเสิร์ตทัวร์ แสดงที่เมืองๆ หนึ่ง เมื่อบรรเลงเพลงแรก ซึ่งเป็นเพลงโหมโรงจบลง นักเปียโนและวาทยกรเดินออกมาหน้าเวที โค้งรับเสียงปรบมือ นักเปียโนนั่งหน้าเปียโน วาทยกรยืนบนโพเดียมหน้าวงออร์เคสตรา ผู้ชมผู้ฟังใจจดใจจ่อ ตั้งใจฟังการเดี่ยวเปียโนและการบรรเลงของวง

แต่จนแล้วจนรอด ทั้งนักเปียโน วาทยกร และนักดนตรีในวง ล้วนนั่งนิ่ง (หรือยืนนิ่ง) เงียบสงบ ไม่เริ่มการบรรเลงสักที จนผู้ชมผู้ฟังเริ่มรู้สึกหงุดหงิด คิดว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่เล่นเสียที

ในที่สุดมารู้ว่า หลังจากทั้งนักเปียโนที่เล่นเดี่ยว วาทยกร และนักดนตรีในวง เดินสายเล่นร่วมกันมาเป็นเดือน การบรรเลงในแต่ละเมืองที่ไปแสดง บรรเลงเปียโน คอนแชร์โต คนละหมายเลข แตกต่างกัน ไม่เหมือนกัน เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

พอมาถึงการแสดงล่าสุด อาจด้วยความเหนื่อยล้า ขาดการย้ำ หย่อนยานการสื่อสาร ด้อยการประสานกันระหว่างนักเปียโนและวงออร์เคสตรา ทำให้นักเปียโนคิดว่าคอนเสิร์ตค่ำคืนนั้น ตนเองจะต้องเดี่ยว เปียโน คอนแชร์โต หมายเลขอื่น ที่ไม่ใช่หมายเลข 4 จึงตั้งหน้าตั้งตารอว่า เมื่อไรวงออร์เคสตราจะ “เล่นนำ” เข้ามาก่อน เพื่อหลังจบท่อนนำ จะได้เดี่ยวเปียโนตามหลังวงเข้ามา

ขณะที่วาทยกรและนักดนตรีในวงคิดว่าโปรแกรมการแสดงในเมืองนั้น เป็นการบรรเลง เปียโน คอนแชร์โต หมายเลข 4 ทำให้ต่างก็ “รอ” ว่าเมื่อไรนักเปียโนจะเล่นเดี่ยวนำเข้ามาก่อน เพื่อวงจะได้ “เล่นรับ” ตามหลังเข้ามาอีกที

0 0 0 0 0

ความพยายามทำให้ดนตรีคลาสสิก หรือการชมคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิก น่าสนใจ สามารถดึงดูดผู้ชมผู้ฟังหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ซึ่งไม่ได้เติบโต คุ้นเคยมากับวัฒนธรรมการฟังดนตรีคลาสสิก ผู้บริหารจัดการด้านศิลปะการแสดงตะวันตกยุคนี้ ต่างล้วนพยายามค้นคิดวิธีการ หรือกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อ “สร้างผู้ชมผู้ฟังหน้าใหม่ๆ” มิฉะนั้นจำนวนคนฟังจะลดน้อยลงเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร กลายเป็นวิกฤตที่ร้ายแรงได้ในอนาคต

กลยุทธ์ต่างๆ มีตั้งแต่เรียบๆ ง่ายๆ พอยอมรับกันได้ในหมู่คอเพลงรุ่นอาวุโส ไปจนถึงการ“แหวกกฎ” หรือ “แหกขนบ” การชมการฟังดนตรีคลาสสิก ธรรมเนียมปฏิบัติซึ่งดำเนินมายาวนาน ต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เหมาะสม และดึงดูดผู้สนใจฟังเพลงรุ่นใหม่

  ที่เรียบๆ ง่ายๆ พอยอมรับได้ อาทิ การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับบทเพลงก่อนการแสดง, วาทยกรหรือนักดนตรีที่เล่นเดี่ยวสนทนากับผู้ชมผู้ฟังก่อนบรรเลงบทเพลงนั้น, นักดนตรีแต่งเนื้อแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าและสีสันเข้ากับยุคสมัย และกลุ่มเป้าหมายที่มาฟังการแสดง, เปลี่ยนแปลงเวลาในการแสดง เช่นเริ่มแสดงเร็วขึ้น หรือไม่ก็ดึกไปเลย ใช้เวลาแสดงประมาณ 60-80 นาที โดยไม่มีการพักครึ่งการแสดง, แสดงคอนเสิร์ตในคลับหรือพับ ท่ามกลางแสงสีหลากหลาย

ที่ “แหวกกฎ” หรือ “แหกขนบ” อาทิ ให้ปรบมือเมื่อจบท่อนได้ ไม่ต้องรอให้จบทั้งเพลง, แต่งเนื้อแต่งตัวตามสบาย, อนุญาตให้ “เซลฟี่” ระหว่างการแสดง, นำเครื่องดื่ม (บางชนิด) เข้าไปในการแสดงได้, ใช้แสงสี มัลติมีเดีย ระหว่างการแสดง ลักษณะเดียวกับคอนเสิร์ตดนตรีร็อค

จากข่าวสารที่ผู้เขียนติดตามสดับตรับฟังมา “ความสำเร็จ” หรือ “ความล้มเหลว” ของแนวคิด กลยุทธ์การสร้างผู้ชมผู้ฟังใหม่ๆ แต่ละเรื่องนั้น ต้องพิจารณาถึงปัจจัยอื่นๆ ไปพร้อมกันด้วย

อาทิ เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มที่ต้องการดึงมาเป็นคอเพลงคลาสสิกหรือไม่? ส่งผลกระทบกับผู้ชมผู้ฟังหรือแฟนเพลงขาประจำหรือไม่? เช่น การปรบมือระหว่างท่อน, การเซลฟี่ ระหว่างการแสดง, การใช้แสงสี มีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ถ่ายทอดการแสดงในหอแสดงดนตรี อาจเป็นที่ยอมรับได้ในกลุ่มผู้ชมผู้ฟัง กลุ่มเป้าหมายบางกลุ่ม

แต่อาจเป็น “การรบกวน” ผู้ชมผู้ฟังกลุ่มที่คุ้นเคย พึงพอใจ ยอมรับกฎเกณฑ์และขนบการฟังเพลงคลาสสิกลักษณะดั้งเดิม เพราะเชื่อว่าการแต่งกายอย่างดี มีธรรมเนียมปฏิบัติในการฟัง ก่อให้เกิดความรู้สึกว่า การมาฟังคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิก เป็น “ห้วงเวลาพิเศษ” ที่ต้องตั้งใจ และมีสมาธิในการฟังเพลงมากกว่าปกติ

การสร้าง “ผู้ชมผู้ฟังดนตรีคลาสสิกรุ่นใหม่ๆ” จึงยังเป็นเรื่องที่ต้อง “ขบคิด” กันต่อไปครับ.