วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ท่องโลกกับสองคนบนสองล้อ

เมื่อคนหนึ่งหลงใหลการขับขี่มอเตอร์ไซค์ คนคู่ใจก็ต้องติดตามไปด้วย เรื่องราวของสองคนบนสองล้อจึงเกิดขึ้น

      มีคนมากมายที่ท่องเที่ยวทางไกลด้วยมอเตอร์ไซค์ แต่มีไม่กี่คนที่ถ่ายทอดเรื่องราวระหว่างทางเพื่อเป็นข้อมูลและแรงบันดาลใจให้คนอื่นบิดตามไปบ้าง เช่นเดียวกับหมอต่าย - พญ.ปานใจ วงศ์วิริยะ แห่งรริชาคลินิกเวชกรรม และหมอหลุยส์ - นพ.พลกฤษณ์ จันทรโสภาคย์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลเอกชัย

      หมอหลุยส์ใฝ่ฝันอยากขี่มอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่กว่าเขาจะได้ขี่ก็ต้องรอถึงวัยเกือบ 30 ในวันที่มีกำลังครอบครองมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันแรกของตัวเอง

      เมื่อหมอหลุยส์ได้สัมผัสการขี่มอเตอร์ไซค์แล้ว เจ้าสองล้อก็กลายเป็นยานพาหนะหลัก ขี่ไปทำงาน ไปเที่ยว หรือแม้แต่การพักผ่อนสมอง “ไกลใกล้ไม่สำคัญ บางทีแค่เบรกออกไปขี่ 15 นาที กลับมาก็รู้สึกดีแล้ว”แต่เขาไม่ใช่คนหลงใหลความเร็ว เขาสามารถขับช้าๆ ไปจนถึงเร่งความเร็วได้ตามสถานการณ์และกฎจราจร เพราะหมอหลุยส์ชื่นชอบความรู้สึกของการขับขี่ เครื่องยนต์กลไก และการได้สัมผัสกับธรรมชาติระหว่างทางมากกว่า ซึ่งหมอต่ายก็มีความสุขในฐานะคนซ้อนเช่นกัน “ได้สัมผัสธรรมชาติรอบตัว 360 องศา ไม่มีกระจกรถยนต์มากั้น ดอกไม้หอมๆ กลิ่นดินหลังฝนตก เราได้กลิ่นหมดเลย เป็นความสุขที่ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและเส้นทางมากขึ้น”

      หมอหลุยส์กับหมอต่ายพากันท่องเที่ยวในทริปที่ไกลขึ้นเรื่อยๆ ขึ้นเหนือลงใต้ ทั้งท่องเที่ยวและมีจิตอาสานำเวชภัณฑ์ไปมอบให้พร้อมกับการตรวจรักษาถึงที่ที่เข้าถึงยากด้วย

ขี่ท่องไทยแล้วไปอาเซียน

      เที่ยวไทยหลายจังหวัดแล้วก็เริ่มออกทริปต่างประเทศครั้งแรกเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ไปยังประเทศลาว

      “เราขี่รถของเราไปเลย ไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ เป็นฮาร์เลย์ เดวิดสัน แนวครุยเซอร์ ที่ปกติคนไม่ค่อยเอาไปทางลุยๆ  แต่สมัยก่อนเรายังไม่ค่อยมีข้อมูลว่าเราจะไปเจอกับอะไร ไปกัน 40 คัน เจอทางเละเป็นโลกพระจันทร์เลย ก็ลำบากครับ เพราะรถไม่เหมาะกับทางขรุขระ เหนื่อย แต่เป็นประสบการณ์ที่สนุกมาก”

      ทริปนั้นช่วยเปิดโลกทัศน์ให้ทั้งสองว่า “เราสามารถเดินทางไปไหนก็ได้” ทั้งคู่จึงเริ่มขี่บิ๊กไบค์ของตัวเองไปประเทศต่างๆ ภายในอาเซียน

ท่องโลกกับสองคนบนอานมอเตอร์ไซค์

      การท่องเที่ยวสำหรับหมอต่ายและหมอหลุยส์คือมอเตอร์ไซค์เท่านั้น “ให้นั่งเครื่องบินหรือขับรถเที่ยว ผมไม่เอาเลย เพราะไม่รู้สึกสนุกแล้ว” แต่หมอต่ายอยากเดินทางไปต่างภูมิภาคบ้าง การขี่รถของตัวเองไปเที่ยวประเทศไกลๆ ค่อนข้างยุ่งยาก ต้องใช้ทั้งเวลาและทุนทรัพย์สูง การเช่ามอเตอร์ไซค์จึงเป็นทางออก

      ปีที่แล้วทั้งสองจึงไปประเทศญี่ปุ่น และเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่ในเส้นทางโยโกฮาม่า ไปฮาโกเน่ และทะเลสาปทั้ง 5 รอบฟูจิ

      จากทริปสั้นๆ ในญี่ปุ่น มาถึงทริปใหญ่ไปยุโรป ขี่รอบเทือกเขาแอลป์ซึ่งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป และกินพื้นที่ 9 ประเทศในยุโรป

      “เราไปขี่ Complete Alps ซึ่งเก็บได้ทุกประเทศ ไปครั้งแรกตั้งใจไปขี่ในจุดสำคัญที่นักขี่ทั่วโลกใฝ่ฝัน เช่น สเตลวิโอพาส (Stelvio Pass) ฟูก้าพาส (Furka Pass) ซึ่งมีทางโค้งที่พับไปพับมา ผมกวาดเรียบทุกอย่าง ถือเป็นการเซอร์เวย์ด้วย เพราะเทือกเขาแอล์ปมีเส้นทางที่สวยมาก เราต้องกลับมาอีกแน่นอน”

      โค้งที่พับไปพับมาหลายสิบโค้งในแต่ละเส้นคนขี่ก็สนุก คนซ้อนก็มีความสุข ทริปนั้นคุณหมอทั้งสองขี่กันวันละ 400 – 600 กม. โดยเน้นทาง Local Road เพื่อเข้าถึงบรรยากาศจริงๆ “ภูมิประเทศหลากหลายมากครับ ทั้งทุ่งหญ้า ป่าเขา ชายทะเล มีทุกอย่างให้เราขี่จนจบเลย ถ้าเราวางแผนเส้นทางดีๆ นะครับ”

      ทริปที่แสนสวยงามพร้อมรีวิวโดยละเอียดจากหมอต่ายไว้ กลายเป็นข้อมูลการเดินทางให้แก่คนขี่มอเตอร์ไซค์นำไปใช้ต่อได้ แล้วทริปยุโรปครั้งที่ 2 ก็มีเพื่อนๆ ขอตามไปด้วย หลายคนเคยไปยุโรปแล้ว แต่ไม่เคยได้พบเส้นทางเช่นที่หมอหลุยส์และหมอต่างพาไป นี่จึงเป็นอีกทริปที่มีเรื่องราวประทับใจเช่นกัน

      แม้เทือกเขาแอล์ปจะยิ่งใหญ่งดงามปานใด แต่ทริปที่ตรึงใจที่สุดกลับเป็นทริปหฤโหดที่พวกเขาและเพื่อนขี่ขึ้นดอยเปเปอร์ จ.เชียงใหม่

      “เราขี่ BMW GSA เป็นรถใหญ่ 200 CC. เราทำการบ้านไปนะ แต่ข้อมูลมีน้อย เราคิดว่าน่าจะไปถึงได้ง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วทางยากมาก ชันมาก แล้วโค้งพับด้วย เป็นทางดินเละจนมองไลน์ไม่ออก ตอนแรกทริปนี้จะไปกัน 2 คนคันเดียว โชคดีมากที่มีเพื่อนขอไปด้วย ไม่งั้นไปล้มกัน 2 คน ยกรถไม่ไหวแน่ ก็เลยสำนึกได้ว่าถ้าทางยากเกินไป ควรพาเพื่อนไปด้วย 2-3 คัน เพื่อช่วยเหลือกันและกัน”

      รถใหญ่น้ำหนัก 170 กก. บวกสัมภาระที่นำมาบริจาคอีกร่วม 100 กก. วิ่งบนทางดินเละเป็นร่องลึกจึงล้มแล้วล้มอีก พวกเขาขี่อยู่ 6 - 7 ชั่วโมง จนถอดใจจะกางเต็นท์นอนข้างทางอยู่แล้ว ก็บังเอิญมาเจอชาวบ้านนำทางไปให้ เป็นความประทับใจที่สามารถฝ่าความโหดแบบที่ ‘สเตลวิโอพาส’ หนึ่งในถนนอันตรายที่สุดในโลกต้องชิดซ้าย และเพราะผ่านความลำบากมาหลายทริป หมอต่ายจึงถ่ายภาพและทำรีวิวแต่ละทริปอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้เดินทางคนต่อไปได้ประเมินเส้นทางว่าควรจะเตรียมตัวแบบไหนให้พร้อม

การเดินทางครั้งต่อไป

      คุณหมอทั้งสองเลือกจุดหมายปลายทางและวางแผนเตรียมไว้ยาวไปถึงปี 2562 แล้ว เพราะการเดินทางทุกครั้งต้องหาข้อมูลเส้นทางโดยละเอียด เตรียมวันลา และเตรียมทุนทรัพย์ให้พร้อม หลังจากนี้ไปแผนทุกอย่างของหมอต่ายและหมอหลุยส์ก็ยังคงมีแต่มอเตอร์ไซค์เท่านั้น เพราะความใฝ่ฝันของคู่รักนักเดินทางยังไม่จบ

      “อนาคต ถ้าเกษียณแล้ว เราก็หวังว่าสักวันเราจะได้ขี่มอเตอร์ไซค์ BMW ของเราเองจากเมืองไทยไปจอดหน้า BMW Museum ที่มิวนิค เยอรมนี เราไปมาแล้ว แต่ยังไม่ใช่ด้วยรถของเราเอง สักวันที่ทุกอย่างลงตัว มีเวลา พร้อมทุกอย่าง เราก็จะทำความฝันนั้นให้เป็นจริงค่ะ”