ความลับใน “ธรณี”

ความลับใน “ธรณี”

โลกนี้กว้างใหญ่และมีเรื่องราวชวนให้ประหลาดใจได้เสมอ การตายของกอริลล่ากับการได้มาซึ่งสมาร์ทโฟนก็เช่นกัน

หลายปีมาแล้วที่คนทั่วโลกได้รับรู้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับเบื้องลึกเบื้องหลังของการได้มาซึ่ง “แร่โคลแทน” ชิ้นส่วนสำคัญในการผลิตโทรศัพท์มือถือ นั่นคือ การตายของกอริลล่าในประเทศแถบทวีปแอฟริกา เพื่อค้นหาแหล่งแร่ที่เป็นความต้องการของมวลมนุษยชาติ


หลังจากนั้นก็มีการรณรงค์ให้ใช้โทรศัพท์มือถือกันอย่างรู้คุณค่า แต่ก็ต้านกระแสแห่งการพัฒนาไม่ได้ ทั่วโลกจึงมียอดขายสมาร์ทโฟนสูงขึ้นทุกปี โดยล่าสุดปี 2558 มียอดขายมากถึง 1,430 ล้านเครื่อง (ข้อมูลจาก IDC : International Data Corporation)


ไม่เพียงแค่แร่โคลแทนเท่านั้นที่สำคัญ แต่น้ำมัน ทองคำ ถ่านหิน ฯลฯ ต่างก็เป็นสินทรัพย์ที่อยู่ในดิน ซึ่งนับวันมีแต่จะลดปริมาณลงเรื่อยๆ สวนทางกับจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มสูงขึ้นทุกขณะ การศึกษาด้านธรณีวิทยาเพื่อช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ


ดร.ประดิษฐ์ นูเล นักธรณีวิทยาชำนาญการ สำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 (ขอนแก่น) กรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า ในยุคเริ่มแรกของการศึกษาธรณีวิทยาอาจจะเป็นการค้นหาทรัพยากรเพื่อตอบสนองความต้องการในการพัฒนาของโลก ทว่า มากกว่านั้นคือการศึกษาเพื่อค้นหาอดีตที่จะนำมาบอกเล่าปัจจุบันและนำไปสู่การเตรียมการสำหรับอนาคต


“ธรณีวิทยามันเหมือนวิทยาศาสตร์ ถ้าเรามีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เราก็จะไม่ไปหลงเชื่อไสยศาสตร์ หรือไม่ก็ไปเป็นเครื่องมือของใครเพื่อแสวงหาผลประโยชน์อะไรต่างๆ แน่นอนว่า ธรณีวิทยาเกี่ยวข้องกับทรัพยากร อย่างเรื่องของแหล่งแร่ ถ้าเราเข้าใจถ่องแท้ว่ามันเกิดขึ้น เกิดมากเกิดน้อย เราก็จะได้รู้ว่าจะใช้ทรัพยากรยังไง เพราะแร่บางตัวใช้แล้วหมดไป เราจะใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด”


นักธรณีวิทยาคนเดิมยกตัวอย่างการค้นพบ “เกลือหิน” ในภาคอีสานของไทย ซึ่งคาดว่าน่าจะมีปริมาณมากถึง 18 ล้านล้านตัน ว่า กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากมีแร่โปแตซที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลิตปุ๋ยจำนวนมาก ปัจจุบันจึงมีการยื่นขอทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่โปแตซในประเทศไทย ซึ่ง ดร.ประดิษฐ์ว่า การนำเกลือหินขึ้นมาใช้มีทั้งประโยชน์และโทษ รัฐบาลควรมีการควบคุมให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาในอนาคต เช่น ปัญหาดินเค็ม หรือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ


หรือถ้าควบคุมไม่ดีจริงๆ ก็อาจจะเกิดสงครามแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติที่คล้ายๆ กับการฆ่ากอริลล่าเพื่อให้ได้มาซึ่งแร่โคลแทนในแอฟริกาก็เป็นได้


ดร.ประดิษฐ์ กล่าวอีกว่า การศึกษาทางด้านธรณีวิทยาจะสามารถช่วยอธิบายถึงการเกิดภัยพิบัติต่างๆ ทั้งปัญหาดินถล่ม แผ่นดินไหว น้ำท่วม ธรณีวิทยามีส่วนที่จะทำให้รู้และรับมือได้


“อย่างที่บอกว่าการศึกษาทางธรณีวิทยามันสามารถเชื่อมโยงไปถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ โดยเราศึกษาจากดิน หิน ตะกอน ซึ่งความเปลี่ยนแปลงต่างๆ มันเป็นความลับที่ถูกเก็บซ่อนอยู่ในนี้ เราก็เอาตะกอนพวกนี้ไปศึกษาว่าในอดีตมันมีรอบไซเคิลของการแห้งแล้งหรือมีน้ำมาก เพื่อที่เราจะได้มาออกแบบรองรับว่า ช่วงชีวิตที่เราอยู่ตอนนี้มันอยู่ในไซเคิลแล้งหรือน้ำ เราจำเป็นต้องรู้ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปได้”


ด้าน มานพ รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า ทุกกิจกรรมของมนุษย์ล้วนเกี่ยวข้องกับธรณีหรือโลกแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะการอยู่ การกิน การใช้ชีวิต แต่น้อยคนนักที่จะรู้จัก และใช้ศาสตร์ด้านธรณีมาพัฒนาหรือส่งเสริมคุณภาพชีวิต


“คนไทยชอบอยู่กับยูเรเนียมโดยที่ไม่เห็นมีใครกลัวสักคน แถมยังขนเข้าไปไว้ในบ้านอีก ถ้าบอกว่ายูเรเนียมอย่างเดียวคนจะกลัวมั้ย ไม่กลัวหรอก แต่ถ้าบอกว่า ระเบิดปรมาณูเขาสกัดยูเรเนียมออกมาล่ะ กลัวมั้ย ยูเรเนียมมันมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ รู้มั้ยในไหน หินแกรนิตไง หินแกรนิตในประเทศไทยมียูเรเนียมสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก แต่ก็อีกนั่นแหละ มันทำอะไรเรามั้ย มันไม่ทำอะไรหรอก มันมีน้อยกว่าความสามารถที่เราจะป้องกันได้ เราก็เดินผ่านไปได้ ไม่เป็นไร”


อย่างไรก็ดี ยูเรเนียมที่ว่านี้เป็นธาตุสำคัญที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งในประเทศไทยพบว่ามียูเรเนียมอยู่จำนวนมากที่ “ดอยเต่า” จังหวัดเชียงใหม่ แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศไม่เหมาะที่จะลงทุนในการทำโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ได้ ภาคอีสานของไทยจึงกลายเป็นเป้าหมายที่สำคัญ


“โครงการโรงไฟฟ้ายูเรเนียมเป็นโครงการที่มีสักเมื่อ 25 ปีที่แล้วเป็นอย่างน้อย ถามว่าจำเป็นต้องมีมั้ย ในช่วงนี้คงไม่จำเป็น เพราะเราโชคดีที่เราสั่งซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศเยอะ และประเทศเหล่านั้นยังขายไฟฟ้าให้เราอยู่ แต่ถ้าประเทศเขาพัฒนาเยอะๆ เขาอาจจะบอกว่า ไม่ขายให้เราแล้ว เราก็ต้องคิดหนัก เพราะเวลาจะสร้างอะไรก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป”


ปฏิเสธไม่ได้ว่า นักธรณีวิทยาคือนักค้นหาทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ และแผนที่ทางธรณีที่นักธรณีวิทยาสำรวจขึ้นมานั้นก็เปรียบเสมือนลายแทงสำคัญที่เป็นความต้องการของทุกคน


“สำหรับผู้บริหารจะเรียกแผนที่ทางธรณีว่า ประกาศนียบัตรความมั่งคั่งของประเทศ เพราะพอดูแผนที่ปุ๊บ ก็จะบอกได้ว่า ประเทศนี้จะมีแร่อะไรบ้าง มีน้ำมันมั้ย มีทองมั้ย ไม่ต้องสำรวจ แค่ดูแผนที่ก็รู้ได้เลย เหมือนดูลายแทง เรารู้จากหิน เมืองนอกมาลงทุนบ้านเราหรือเราไปลงทุนเมืองนอกก็จะต้องดูแผนที่ทางธรณีวิทยาก่อนเป็นอันดับแรก”


นิวัติ บุญนพ ผู้อำนวยการส่วนประสานและสนับสนุนวิชาการ กรมทรัพยากรธรณี เสริมเรื่องนี้ว่า แผนที่ทางธรณีวิทยาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นการค้นพบทรัพยากร ซึ่งถ้ามีการสำรวจและพิกัดจุดได้ แผนที่นี้ก็จะมีมูลค่ามหาศาล


“ข้อมูลพวกนี้อยู่ในบริษัท แล้วเอาไปขายในตลาดหุ้น เขาไม่มาบอกกัน มันเป็นความลับ อย่างเรื่องการสำรวจปิโตรเลียมในราชการ ผู้มีหน้าที่คือกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เขาสำรวจในเชิงวิชาการมากกว่า และให้สัมปทานบริษัทในการสำรวจ ซึ่งการสำรวจพวกนี้จะใช้คลื่นแผ่นดินไหวในการสำรวจ ส่งคลื่นลงไปเพื่อให้สะท้อนขึ้นมาในเครื่องรับ แล้วก็สามารถมาพล็อตเป็นชั้นต่างๆ ได้ว่าลึกเท่าไร หลังจากนั้นก็เจาะ ตรงนั้นมีโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่เหมาะสมมั้ย ถ้าเจาะไม่เจอก็ 700 ล้านที่สูญไป แต่ถ้าเจาะเจอก็เป็นหมื่นล้านเลยกำไร”


ถามว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติมากน้อยแค่ไหน ผอ.นิวัติ เผยว่า มีการสำรวจแล้วทุกพื้นที่ ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่จะอยู่ในบริษัทที่ดำเนินการเกี่ยวข้อง ส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานก๊าซธรรมชาติในภาคอีสานนั้นมีการดำเนินการอยู่แล้วที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น


“ที่น้ำพองมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานก๊าซธรรมชาติแล้ว จริงๆ เป็นก๊าซที่ดูดมาจากภูฮ่อม อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดหนองบัวลำภู แต่เอามาผลิตไฟฟ้าที่นี่ นอกจากนี้ก็มีอีกหลายที่ที่มี และปัจจุบันลาวใต้ก็กำลังสำรวจปิโตรเลียม เพราะเป็นหินทรายกลุ่มหินโคราชเหมือนกัน”


ถามว่าการค้นหาทรัพยากรธรรมชาติของนักธรณีวิทยาค้านกันมั้ยกับการทำงานของนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผอ.มานพ บอกว่า มีนักธรณีวิทยาหลายคนเหมือนกันที่ผันตัวเองไปเป็นนักอนุรักษ์ แต่ก็มีอยู่มากที่อนุรักษ์เพื่อหาผลประโยชน์กับสิ่งที่ทำ ซึ่งการทำงานของนักธรณีวิทยาที่แท้จริงนั้นจะเป็นการศึกษาเพื่อวางระบบการพัฒนาที่ถูกต้องและเหมาะสม


“ผมเคยไปดูโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์เมื่อ 30 ปีที่แล้วที่รัฐเซาท์ แคโรไลนา ผมถามคำถามแรกเลย ทำไมเซาท์ แคโรไลนา มาสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ทั้งๆ ที่รัฐคุณไม่มียูเรเนียม ยูเรเนียมอยู่ในรัฐอื่น ทำไมไม่ไปสร้างในรัฐที่มียูเรเนียม ทำไมไม่ไปสร้างเมืองนั้นแล้วส่งสายส่งไปให้หมด ทำไมชาวบ้านไม่ประท้วง เขาบอก เซาท์ แคโรไลนา เป็นรัฐที่จนเกือบที่สุดในสหรัฐ ต้องการเงิน เขาก็มาจ้างงาน จ่ายภาษี ประชาชนต้องการ ก็ไม่มีการประท้วง นี่คือเขามีเหตุผล” ผอ.มานพ สรุป


เพราะสินทรัพย์ที่อยู่ใต้พื้นพิภพมีคุณค่าต่อทุกชีวิต หากรู้จักแผนการใช้งานให้ถูกต้องและเหมาะสม ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่น้อยนิดก็จะเพียงพอต่อประชากรโลกที่มีอยู่เกือบ 8,000 ล้านคนในปัจจุบัน


หรือถ้าช่วยกันประหยัดอีกสักนิด ก็อาจจะไม่มีกอริลล่าตัวไหนต้องสังเวยชีวิตให้กับมนุษย์ที่ตกเป็นทาสของสมาร์ทโฟนก็เป็นได้