Trash Hero นักสู้ กู้ ‘ขยะ’

Trash Hero นักสู้ กู้ ‘ขยะ’

จากจุดตั้งต้นด้วยคนไม่ถึงสิบ ผ่านมาสองปีเศษ นักสู้ขยะอย่าง “แทรช ฮีโร่” พิสูจน์แล้วว่า ไม่ได้มาเล่นๆ

จากการรายงานของมูลนิธิเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมเอลเลน แมคอาร์เธอร์ ระบุว่า ในปี ค.ศ.2025 มหาสมุทรจะต้องรองรับขยะพลาสติกโดยคิดเป็นสัดส่วน 1 ต่อ 3 ของปลาที่แหวกว่ายอยู่ในท้องทะเล

และยังบอกอีกด้วยว่า ในปีค.ศ.2050 หรือ อีก 34 ปีข้างหน้า “ขยะพลาสติก” ที่ลอยล่องจะมีมากกว่าจำนวนปลาทั้งหมดที่มีอยู่ในมหาสมุทรเสียอีก

ถึงจะดูเป็นคำพยากรณ์ที่มองโลกแง่ร้าย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะหากมนุษย์เรายังใช้และจัดการขยะพลาสติกอย่างผิดวิธี ซึ่งงานงานวิจัยชิ้นดังกล่าว ระบุว่า ปัจจุบันนี้มีขยะพลาสติกจำนวน 8 ล้านตันถูกทิ้งลงทะเลในแต่ละปี

และรู้ไหมว่า ปลายทางของขยะส่วนหนึ่งนั้นก็คือ หาดทรายขาวละเอียดที่แสนโด่งดังตามชายฝั่งของประเทศไทย

มรสุม ‘ขยะ’

ถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นประจำในช่วงโลว์ซีซั่นของทะเลไทยในทุกๆ ปี ขณะที่นักท่องเที่ยวหดหาย “ขยะ” คือสิ่งที่ถูกพัดเข้ามาแทนที่พร้อมพายุ

“ช่วงกันยายนถึงตุลาคมนี่ขยะจะเยอะมากๆ เลยค่ะ เทศบาลเขาทำไม่ทัน ก็จะมาช่วยเขาเก็บ”​ กษมา เบลส์ เจ้าของร้านพิซซ่า ในเขตทะเลบ้านกรูด จ.ประจวบคีรีขันธ์เอ่ย และเล่าต่อถึงกิจกรรมที่เธอและเพื่อนๆ ร่วมกันทำในนามของ “แทรช ฮีโร่ บ้านกรูด” ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว

จากกิจกรรมเก็บขยะอย่างง่ายๆ ที่สองครอบครัว คือ ตัวเธอและสามี (ไบรอน​ เบลส์)​ และครอบครัว ลอล์ฟ-แอนน์ เซลเลอร์ ชักชวนกันเดินเก็บขยะตามชายหาดกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะช่วงมรสุมที่ขยะจะเยอะเป็นพิเศษ​ จนกระทั่งได้รู้จักกับกลุ่มเก็บขยะที่หลีเป๊ะ คือ “แทรช ฮีโร่”​ ซึ่งเริ่มเป็นที่รู้จัก เธอจึงติดต่อไปขอเข้าร่วมเป็นเครือข่าย โดยมีเงื่อนไขไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย นั่นคือ ต้องเก็บขยะอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง

“พอเริ่มเก็บจริงจัง ขยะก็ลดน้อยลง แต่เราจะเปลี่ยนที่เก็บทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีเจ้าภาพดูแล อย่างถ้าเป็นพื้นที่ที่ไกลจากตัวเมืองหน่อย จะยิ่งได้ขยะเยอะ หรือถ้าเป็นก้นอ่าวที่น้ำทะเลตีเข้าไป จะเจอขยะชิ้นใหญ่ อย่างโฟมก้อนยักษ์ หลอดไฟ และทุ่นจับปลา คือ สิ่งที่เจอประจำ”​ สาวเมืองกรุงที่หันมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านกรูดเล่า

และยังเอ่ยถึงขยะท็อปฮิตที่เจอบ่อยสุดๆ อย่าง “รองเท้าแตะ” ว่า เจอเยอะมาก แต่เอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ เพราะเจอทีละข้าง (ฮา)
แม้กระทั่งตุ๊กตาหมีตัวยักษ์ขนาดสองแขนโอบก็ยังไม่วายกลายเป็นขยะประดับชายหาดให้เธอและเพื่อนๆ เดินเก็บกันมาแล้ว

ไม่ต่างกันกับ ศศินา เคาเดลคา หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรง กลุ่ม “แทรช ฮีโร่ อ่าวนาง” ที่ติดต่อเข้ามาขอเข้าร่วมขบวนการด้วยเช่นกัน

“ปกติก็เก็บกันอยู่แล้ว แต่เป็นรายสะดวก เห็นก็เก็บ แต่บางทีเก็บคนเดียวก็แอบเขินๆ เหมือนกัน (หัวเราะ) แต่พอทำแล้ว รู้สึกดี คือ งานเก็บขยะมันคงไม่ใช่กิจกรรมที่ใครๆ จะใฝ่ฝันถึงเวลาไปเที่ยวทะเลหรอก ใครมาเที่ยวก็ต้องนึกถึงกิจกรรมอย่าง ดำน้ำ สน็อคเกิล แต่เราก็อยากลองทำดู ก็เลยลุกขึ้นมาเชิญชวน นัดวันกัน และเชิญชวน ใครอยากเก็บก็มา ไม่ต้องอาย”

ทะเลอ่าวนาง ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับชายหาดบ้านกรูด ที่ต้องต้อนรับกองทัพขยะในช่วงฤดูมรสุม

“ขยะจากทะเลพัดเข้าฝั่งเยอะมาก แล้วก็ไม่ใช่ขยะจากบ้านเราเองด้วยซ้ำ ขวดที่เราเก็บได้ หลายๆ ขวดก็เป็นขยะจากต่างประเทศ เราเคยเก็บได้สูงสุด คือ วันเดียวได้ 1,155 กิโลกรัมที่เกาะปอดะ แต่ถึงจะเยอะ​เราก็ขอบคุณมากที่ซัดขยะมาให้เราเก็บ เพราะถ้ามันอยู่ในทะเลเราลงไปเก็บไม่ได้ ฉะนั้นขอบคุณมากๆ เลย ที่ทะเลพัดขยะขึ้นมาบนฝั่ง เราจะได้ช่วยเก็บได้

เวลาเจอขยะชิ้นใหญ่นี่ไม่ท้อเลยนะ จะมาท้อก็เวลาเจอขยะอย่างพวกเม็ดโฟมเล็กๆ นี่คือ ท้อมาก ไม่รู้จะเก็บยังไงให้หมด ก็ก้มหน้าก้มตาเก็บไป อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย” เธอเล่าพร้อมยืนยันว่า การคิดบวกถือเป็นสิ่งจำเป็นในการทำงานจิตอาสา

“เราคุยกันว่า อย่าไปเครียดเกิน งานแบบนี้ ถ้าเครียด จะทำได้ไม่นาน คิดเสียว่า อย่างน้อยก็ดีกว่า ไม่ทำอะไร”

นอกจากนัดเก็บขยะกันทุกสัปดาห์แล้ว อีกสิ่งที่ทีมแทรช ฮีโร่ ไม่ว่าที่ไหนๆ ทำอย่างต่อเนื่องก็คือ การให้ความรู้เรื่องขยะ โดยเฉพาะแก่เด็กๆ

“เรื่องนึงที่น่าตกใจ คือ ตอนเราไปสอนเด็กๆ เราถามเขาว่า รู้ไหมขยะ คือ อะไร เด็กบางคนยังเข้าใจผิดอยู่เลย เขาคิดว่า ใบไม้ กิ่งไม้ คือ ขยะ ก็ต้องมาสอนกันใหม่ เพราะขยะมันมีอยู่ตลอด ถ้าเราเปลี่ยนพฤติกรรมเขาไม่ได้ ก็คงยากถ้าอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง” หนึ่งในลีดเดอร์แทรช ฮีโร่ อ่าวนาง เอ่ย

และบอกว่า ทุกครั้งที่จัดกิจกรรมเก็บขยะ เธอจะพาลูกๆ มาช่วยกันเก็บด้วย เพื่อให้เด็กๆ ซึมซับเรื่องขยะไป

“ถ้าคนรุ่นเก่ามันเปลี่ยนยาก ก็มาปลูกฝังให้เด็กๆ รุ่นใหม่ใส่ใจเรื่องนี้ดีกว่า แต่เราเป็นมนุษย์นะ เราต้องเปลี่ยนแปลงได้สิ ทุกวันนี้ ก็พยายามบุกไปโรงเรียน ไปสอนเด็กๆ เรื่องขยะ พยายามสอนเข้าให้ลดละเลิกการใช้พลาสติก เพราะถึงเราจะทิ้งขยะลงถัง แต่ขยะพวกถุงพลาสติก มันไม่ได้ไปไหน​มันยังอยู่บนโลกนี้ แค่ย้ายที่จากมือเรา สู่ถังขยะ และเดินทางไปบ่อขยะอีกต่อหนึ่ง” ศศินา เปิดประเด็น

สู่วิถี ‘ฮีโร่’

เพราะรู้ดีว่า ขยะต้องอาศัยการจัดการที่มากกว่าการตะลุยเก็บ กลุ่มแทรช ฮีโร่ รุ่นบุกเบิก อย่าง “แทรช ฮีโร่​ หลีเป๊ะ”​ เลยพยายามสร้างโมเดลจัดการขยะที่วัดผลได้ และมองเห็นทางเดินไปข้างหน้า

Thaisquid Oversea หรือ ‘หมึก’ หนึ่งในทีมงานตั้งต้นของกลุ่มแทรชฮีโร่ อธิบายถึงวิธีการทำงานของกลุ่มฯ ที่เขาและเพื่อนๆ นำโดย Roman Peter, Darius, จิระวัฒน์ สมบูรณ์, นิรุธ ชูช่วง, พิทยากร รัตนสุวรรณ, Christian Widmer, Jessica Christensen​ และ Jessica Mehl ร่วมกันก่อตั้งขึ้นมาว่า หลักการอย่างแรก คือ ไม่สร้างศัตรู​​

“เรามีหน้าที่เก็บขยะ เราก็จะก้มหน้าก้มตาเก็บไป เราจะไม่ลุกขึ้นมาบ่นคนหรือหน่วยงานไหนๆ ใครไม่ช่วยก็ช่างเขา เราก็ทำของเรา ได้แค่ไหนก็แค่นั้น”​ เขาเอ่ยถึงหลักการที่ทางกลุ่มยึดถือ และส่งต่อไปยังเครือข่ายแทรชฮีโร่ทั้งหลาย

จากนั้นจึงเริ่มสร้างแนวร่วม โดยเปิดรับความช่วยเหลือจากกิจการห้างร้านท้องถิ่นเพื่อขอการสนับสนุนอุปกรณ์จำเป็นสำหรับกิจกรรมในแต่ละครั้ง เช่น ถุงขยะ ถุงมือ ของว่าง น้ำดื่ม รวมถึงค่าเรือสำหรับออกไปเก็บขยะตามเกาะเล็กเกาะน้อยกลางทะเล​​ ซึ่งจะไม่มีการรับบริจาคเป็นตัวเงิน ฉะนั้นเรื่องความโปร่งใส จึงเป็นเรื่องแรกที่ตัดความคลางแคลงใจในหมู่คนที่สงสัยไปได้

เมื่อพิสูจน์ความจริงใจได้แล้ว ความช่วยเหลือก็เริ่มลงมา แม้กระทั่งเรือที่ออกทะเลพานักท่องเที่ยวไปดำน้ำ ก็เริ่มช่วยเป็นหูเป็นตา คอยเช็คให้ว่า เกาะไหนเริ่มไม่โอเค ก็จะมาบอกกล่าวให้ฟัง

ฝ่ายซัพพอร์ตพร้อมแล้ว..​ ฝ่ายอาสาสมัครก็ต้องบุกหนักด้วยเช่นกัน โดยนอกจากจะขอความร่วมมือในการแปะป้ายโฆษณาเชิญชวนให้มาช่วยกันเก็บขยะกันแล้ว อีกหนึ่งทริคง่ายๆ แต่ได้ผลสูง ก็คือ การพยายามถ่ายรูปเหล่าอาสาให้ได้มากที่สุด และนำไปโพสต์บนเฟซบุ๊ค ซึ่งแน่นอนว่า เจ้าของรูปเห็นแล้วย่อมอดใจไม่ไหว คลิกแชร์ให้เพื่อนๆ ได้เห็นกันด้วย

“มันคือวิธีที่ง่ายมากเลยครับในการกระจายข่าวสารให้เราเป็นที่รู้จักมากขึ้น​ แล้วในการเก็บขยะทุกครั้ง เครือข่ายจะต้องทำสรุปขึ้นเฟซบุ๊ค ตั้งแต่จำนวนอาสาสมัครที่เข้าร่วมในสัปดาห์นั้นๆ และเอาขยะมาชั่งกิโลฯ​ ด้วยว่า เก็บได้มากน้อยแค่ไหน และห้ามลืม คือ ขอบคุณสปอนเซอร์” เขาอธิบายถึงการใช้ประโยชน์จากเฟซบุ๊ค ที่ได้ใจกันไปทั้งอาสาฯ​และสปอนเซอร์

แม้การโปรโมทอย่างง่ายๆ ผ่านเฟซบุ๊คจะเป็นวิธีที่น่าสนใจ แต่ก็คงไม่ถึงกับทำให้เครือข่ายแทรช ฮีโร่ ไปไกลถึงต่างประเทศได้เท่ากับการไปคว้ารางวัล Green Excellence Award 2014 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ​​ โดยพวกเขาได้ที่หนึ่งเรื่องสิ่งแวดล้อมชายทะเล จากการทำโปรเจคใหญ่ คือ “แคมปิ้งเก็บขยะ”​

“เราไปทำแคมป์ที่เกาะราวี (ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา)​ เมื่อปีที่แล้ว โดยให้อาสาเข้าไปฝังตัว กินนอนที่นั่น เรามีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย มีเต็นท์ที่พักให้ มีอาหารให้ทาน แต่มีเงื่อนไขคือ คุณต้องทำงานเก็บขยะให้เรา วันละ 4 ชั่วโมง” เขาเล่า

ราว 5 เดือนของการตั้งแคมป์​มีอาสาหมุนเวียนกันเข้ามาพักและช่วยกันเก็บขยะซึ่งถูกพัดมารวมกันด้านหลังเกาะจากเหตุการณ์สึนามิ หลังใช้เวลารวมกว่า 2,000 ชั่วโมง พวกเขาสามารถรวบรวมขยะได้มากกว่า ​30 ตันจากแค่หาดเดียว คือ อ่าวลึก​

ขยะที่เก็บและคัดแยกได้ แบ่งเป็น​ รองเท้าแตะ 8 หมื่นข้าง,​​ ขวดพลาสติกกว่า 6 หมื่นขวด, ขวดแก้ว 18,800 ขวด,​ไฟแช็คกว่า 16,00 อัน,​​ โฟมกว่า 200 ลูกบาศก์เมตร และขยะที่อาจจะนำมารีไซเคิลไม่ได้อีกกว่า 3 ตัน

ที่น่าสนใจ คือ ขวดน้ำพลาสติกที่พวกเขาเก็บได้ มาไกลกว่าที่คิด ไม่ว่าะเป็นมาเลเซีย อินโดนีเซีย มัลดีฟส์​ เมียนมาร์ จีน อินเดีย ศรีลังกา เวียดนาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อังกฤษ​ หรือแม้กระทั่ง บราซิล!

นอกจากไอเดียการทำแคมป์ที่สร้างการตื่นตัวเกี่ยวกับขยะทางทะเลในประเทศไทยแล้ว พวกเขายังสั่งทำ “ขวดน้ำสแตนเลส” มาขายให้กับร้านค้า รีสอร์ทต่างๆ บนเกาะอีกด้วย

เปล่า.. ​พวกเขาไม่ได้คิดจะขายเอากำไร แต่ขายในราคาเท่าทุน​คือ 100 บาท เพื่อให้ร้านค้านำไปขายในราคาเท่าตัว คือ 200 บาท โดยมีข้อแลกเปลี่ยน คือ ร้านค้า รีสอร์ท เหล่านั้นจะต้องตั้งถังน้ำดื่มสำหรับเติมได้ฟรี สำหรับใครก็ตามที่ถือขวดน้ำนี้เข้ามา

“เรามีร้านค้าที่เข้าร่วมราวๆ 30 กว่าจุดบนเกาะ ในปีแรก (2014) เราขายขวดไปได้ 1,000 ขวด แล้วก็ตามไปจดปริมาณน้ำในแต่ละจุดว่า วันหนึ่งๆ หมดน้ำไปเท่าไหร่ แล้วเอามาหารกันกับขวดน้ำพลาสติก พบว่า ในปีแรกเราช่วยลดได้ถึงเกือบ 5 แสนขวด” เขาอธิบาย พร้อมเสริมว่า ในวันนี้ แทรชฮีโร่ หลีเป๊ะ มาไกลกว่าที่คิด โดยพวกเขาได้เปลี่ยนชื่อกลุ่มมาเป็น แทรช ฮีโร่ ไทยแลนด์​ เพื่อรองรับกับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศที่ส่งอีเมลเข้ามาขอร่วมขบวนการอย่างต่อเนื่อง

“มาไกลกว่าที่คิดมาก ตอนแรกคิดแค่บนเกาะหลีเป๊ะ จนตอนนี้ มีที่อินโดนีเซีย 6 ที่, มีที่กรุงปราก (สาธารณรัฐเชค), ฟิลลิปปินส์, ลังกาวี, มาเลเซีย ส่วนพม่าเริ่มวอร์มอัพแล้ว ส่วนในไทยก็มีตั้งแต่ เกาะลันตา,​อ่าวนาง,​​ ไร่เลย์บีช,​ หัวหิน,​ บ้านกรูด บางสะพาน,​ เกาะเต่า,​​ สงขลา, ปัตตานี, ตรัง,​ เขาสก,​​​ เชียงใหม่, กรุงเทพฯ แล้วก็กำลังจะเปิดที่ภูเก็ต อาจจะมีที่จันบุรีด้วย ตอนนี้ให้เขาวอร์มอัพ ให้ลองเก็บกันดูก่อนว่า ไหวมั้ย เอาจริงแค่ไหน ถ้าผ่านแล้ว ถึงจะได้แบรนด์เรา”

แม้จะมาไกลกว่าที่คิด แต่เขาและเพื่อนๆ ก็พร้อมรับมือกับพลังที่มากขึ้น และพยายามที่จะจัดการกับขยะอย่างครบวงจร โดยเฉพาะการรีไซเคิลขยะ

“เราเริ่มคุยกันว่า เราไม่อยากขนขวดพลาสติกมหาศาลขนาดนั้นออกจากเกาะไปตลอด ทุกครั้งที่เกิดขึ้น คือ ขยะที่เราเก็บได้และฝากให้เขา(โรงเก็บขยะ)​ไปจัดการ​ ให้เขาขนขึ้นฝั่งให้หน่อย แล้วเราก็ขอเขาตามไปดูที่ทิ้งขยะ เห็นว่า ขยะหลายอย่างมันรีไซเคิลไม่ได้ ก็เลยคิดวิธีการรียูสของพวกนี้เอง”

พร้อมกันนี้ เขาก็บุกงานด้านรณรงค์ควบคู่ไปด้วย ทุกวันนี้ แทรช​ ฮีโร่ เปิดรับพันธมิตรหน้าใหม่เสมอ จะเชิญไปพูดสร้างแรงบันดาลใจ หรือจะชวนกันไปเป็นพันธมิตรเก็บขยะก็ได้ ขอเพียงแต่มีความจริงใจ

“คุณต้องมาแบบใสๆ กับพวกผม เพราะพวกผมใสมาก แทรชฮีโร่ของเราไม่เคยมีใครเอาเรื่องธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องเลย” เขาเอ่ย และย้ำถึงกิจกรรมที่พร้อมเสมอหากใครชวนว่า...

ต้องไม่ใช่กิจกรรมประเภททำครั้งเดียวจบ..​ ถ่ายรูป เฮ!