ปล่อยใจไปกับความเร็ว

ปล่อยใจไปกับความเร็ว

เสียงคำรามของเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ที่กระหึ่มในสนามแข่ง ฟังเร้าใจเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมและบรรดากองเชียร์ข้างสนามที่ชื่นชอบความเร็วได้ไม่ยาก

แต่ผู้ที่สวมบาทบาทเป็น “นักขับ” ไม่ง่าย เพราะแค่ “ครึ่งชั่วโมง” บนสนามประลองความเร็ว ก็เล่นงานนักแข่งให้สะบักสะบอมพอตัว

สำหรับผู้หลงใหลกีฬาความเร็วอย่าง ต่อย - ณัยณพ ภิรมย์ภักดี” นักแข่งคนไทยคนแรกที่ร่วมทีมระดับอินเตอร์เนชั่นแนลแห่ง “คราฟท์ แบมบู เรซซิ่ง” (Craft Bamboo Racing) จากฮ่องกง เจ้าของแชมป์การแข่งขันจีที เอเชีย ซีรี่ส์ ฤดูกาล 2015 (GT Asia Series 2015) นี่คือความสุุขที่เขาเทใจให้

คลั่งไคล้ความเร็ว

ณัยณพแข่งรถมากว่า 1 ทศวรรษ  เขาปักใจกับกีฬาชนิดนี้มาตั้งแต่เด็ก เมื่อครั้งเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษตอนอายุ 9 ขวบ และได้ชมการแข่งขันรถสูตรหนึ่งหรือฟอร์มูล่าวัน (F1) เขาบอกตัวเองว่านี่เป็นกีฬาที่ “เจ๋ง” และใฝ่ฝันอยากเป็นนักแข่งรถ แม้ไม่คิดว่าจะได้เป็นจริง  “การแข่งรถ F1 หลายคนดูแล้วอาจเบื่อ เพราะแค่ขับวน 80-90 รอบ แต่สำหรับผมสนุก”

ครั้นกลับมาเมืองไทย พ่อแม่ (จุตินันท์ - ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี) ก็ส่งให้ไปหัดขับรถเกียร์ธรรมดา เด็กหนุ่มวัย 14 ได้เรียนรู้ทักษะการขับขี่ จนเริ่มขยับมาขับเร็วในสนามแข่ง ยิ่งเกิดความชอบ สนุกจึงขออนุญาตพ่อแม่เพื่อแข่งรถจริงจัง โดยมีเงื่อนไขต้องรับปากกับพ่อแม่ว่าไม่ขับรถเร็วเมื่ออยู่นอกสนาม  

เส้นทางนักแข่งรายการแรกในเมืองไทยเกิดขึ้นเมื่อปี 2552 คือการแข่งขันรถยนต์ โตโยต้า วีออส วันเมคเรซ ณ สนามที่จังหวัดอุดรธานี และคว้าถ้วยแชมป์มาครองสำเร็จ ซึ่งเจ้าตัวภูมิใจมาก เพราะที่ 1 บ่งบอกว่าเขาเจ๋งสุด เร็วสุดในสนามนั้น 

 “ผมชอบความเร็วอยู่แล้ว เวลาขับก็เอ็นจอย ครั้งแรกที่ได้ถ้วยชนะเลิศ ภูมิใจมีความสุขมาก การได้ขึ้นโพเดียมรับรางวัล มันสุดยอด”  จากนั้นเขายังเข้าร่วมแข่งขันรถในรายการต่างๆ และคว้ารางวัลชนะเลิศมาทั้งสิ้น 16 ถ้วย

Goal สู่ Global

ปีที่แล้วณัยณพ โชว์ผลงานความเร็วติดอันดับที่ 3 จากออกตัวที่โหล่ ในรายการ Thailand Super Series ณ สนามบางแสน จนเข้าตาทีมระดับ “อินเตอร์เนชั่นแนล” อย่างคราฟท์ แบมบู เรซซิ่ง เมื่อมีโอกาสทดลองโชว์การขับขี่ และคุยกันถูกคอ โดยเฉพาะมี “เป้าหมาย” เดียวกัน เลยจับมือเซ็นสัญญาร่วมทีมกันอย่างเป็นทางการ โดยเขาจับคู่ “ดารีล โอยัง” ขับรถ Porsche หมายเลข 91 

เป้าหมายที่นักแข่งรถเลือดไทยที่ร่วมทีมอินเตอร์ คือการได้ตั๋วเป็นตัวจริงสู่สนาม24 ชั่วโมง เลอม็อง” (24 Hours of Le Mans) ที่ประเทศฝรั่งเศส

“ที่สุดของนักแข่งทุกคน ที่ต้องการแข่งขันในสนามที่เรียกว่า one of the big three  ได้แก่ เลอม็อง 24, การแข่งรถฟอร์มูล่า วัน  Monaco Grand Prix 2016 และอินดีแอนาโพลิส 500(Indianapolis Motor Speedway) ที่ไม่ใช่ใครก็ไปแข่งได้ แต่ต้องได้ตั๋วเข้าไป เป็นเอ็กซ์คลูสีพ  ซึ่งวิชั่นของทีมสักวันต้องไปวิ่งให้ได้ นั่นคือ Ultimate Goal ของผมกับทีม”

หน้าที่นักแข่ง

เป็นนักแข่ง ภารกิจหลักของเขาคือ “ถือหมวกกันน็อก แล้วไปขับรถ ขับให้ดีที่สุด ไม่ต้องคิดอะไรยิ่งดี คิดอย่างเดียวคือเรื่องแข่งรถ หากไปกังวลเรื่องอื่น อาจทำให้เสียสมาธิได้ เพราะทุกวินาทีที่กำกับพวงกำกับพวงมาลัย และเร่งความเร็วสำคัญมาก หากพลาด คู่แข่งที่ตามหลังมาอาจกระชั้นชิด หรือแซงนำหน้าได้ 

ที่สำคัญการเสียสมาธิเพียงเสี้ยววินาที การเข้าโค้งที่ควรจะเหยียบเบรก เช่น ระยะ 100 เมตร แต่สติหลุดลอยเหยียบเบรกช้า อาจทำให้เลยทะลุโค้งได้ “แข่งรถเป็นกีฬาต้องนิ่ง ผิดพลาดอะไรต้องเคลียร์สมองเร็วสุด” เพราะสิ่งที่ต้องทำ คือการสปีดไปให้ถึงเส้นชัย!

“สำหรับผมคือถ้าแข่งไม่ได้ที่ 1 จะมาแข่งทำไม แต่หากไม่ได้ ก็ต้องยอมรับสภาพตัวเอง และดูความจริงทั้งสภาพรถ สภาพตัวเราเองด้วย”

วินาทีชีวิต

เมื่อต้องขับแข่งรถในสนามด้วยสปีดถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การเกิดอุบัติเหตุเป็นเรื่องปกติ รถคว่ำ 3 ครั้ง และไฟไหม้อีก 1 ครั้ง เป็นความเสี่ยงที่พบเจอมาแล้ว  สติยังเป็นสิ่งสำคัญ หากไฟไหม้ แน่นอนว่าต้องพาตัวเองออกจากรถให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัย หากชุดไฟไหม้ต้องวิ่งไปหาหญ้าเพื่อม้วนตัวดับไฟ แต่จะวิ่งสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ต้องดูด้วยว่าจุดที่เกิดอุบัติเหตุนั้นอยู่ตรงไหน มีรถคันอื่นแข่งขันอยู่หรือไม่ เพราะหากไม่ดูตาม้าตาเรือ ฝันร้ายอาจตามมา

แม้จะเผชิญนาทีเสี่ยงชีวิต แต่นั่นไม่ได้ทำให้ณัยณพหลงใหลการแข่งรถลดน้อยลง  แต่ยังมุ่งมั่นขับรถแข่งเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้ ซึ่งอีก 5-10 ปี เขาต้องทำให้สำเร็จ!!

    ภาพ: Craft Bamboo Racing