วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ชีวิตดี” มีอยู่จริง

ไม่เพียงแค่เสียงไก่ขันเท่านั้น ...

แต่แสงอ่อนๆ ของดวงอาทิตย์ที่กำลังส่องผ่านระเบียงบ้านเข้ามา ช่วยปลุกทุกชีวิตที่หลับใหลเพราะอ่อนล้า ให้ตื่นขึ้นมารับความสดใสของโลกใบใหม่อีกครั้ง


บิดขี้เกียจ 2-3 ทีแล้วเดินออกไปที่ระเบียง ใกล้กับนาผืนเล็กๆ หน้าบ้านคือแปลงผักอินทรีย์ที่กำลังให้ผลผลิตงดงาม เจ้าของบ้านหนุ่มสาวกับลูกชายจอมซนสาละวนอยู่กับการเก็บผักเพื่อปรุงเป็นอาหารเช้าให้กับแขกที่เข้ามาพัก ภาพน่ารักๆ แบบนี้ถือเป็นของแถมชั้นดีสำหรับใครก็ตามที่มาเช็คอินที่ ราชวังอินทร์ (Ratchawang-inn)


นิยามแค่ที่พักอาจจะแคบไป เพราะราชวังอินทร์เป็นมากกว่านั้น ด้วยความตั้งใจของเจ้าของบ้าน อานันท์ – ภธดา ราชวังอินทร์ ศิลปินล้านนาร่วมสมัย ที่ต้องการให้พื้นที่ 6 ไร่แห่งนี้เป็นทั้งที่พัก หอศิลป์แสดงงานศิลปะ ห้องเรียนธรรมชาติ คล้ายๆ กับ Artist Residence “ราชวังอินทร์” จึงเป็นได้ทุกอย่างที่เจ้าของบ้านอยากให้เป็น


“เราอยากทำที่นี่ให้เป็นอาร์ตติสต์เรสซิเดนซ์ เหมือนกับว่าให้คนที่เข้ามา มาเพื่อพักผ่อน ปลูกผัก ปลูกข้าว แล้วมีกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มาทำงานศิลปะกัน หรือมาชมงานศิลปะ คือเราเปิดที่นี่โดยมีศิลปะเป็นหลัก” ภธดา กล่าว


จากที่พักของคู่รักศิลปิน จึงค่อยๆ ขยับขยายให้กลายเป็นที่พักของนักเดินทางผู้รักงานศิลปะ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายด้วย


แม้จะเป็นคนฝางโดยกำเนิด แต่อานันท์ บอกว่า เลือกพื้นที่บริเวณชุมชนสันต้นม่วงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพราะที่นี่แวดล้อมไปด้วยศิลปินและงานศิลปะหลากหลายแขนง แม้จะไกลจากแสงสีในเมืองใหญ่ แต่ก็ไม่เหงา


“ย่านนี้มีปัจจัยเอื้อเฟื้อคือปากทางเข้าเป็นชุมชนที่ทำงานกระดาษสา เข้ามาอีกก็มีการแกะไม้กันเยอะ มีงานเชิงวัฒนธรรม หรืองานเซรามิกก็มี เราสามารถขี่จักรยานไปดูงานศิลปะได้หลายที่เลย ที่ผ่านมาก็จะมีศิลปินต่างชาติ นักศึกษาศิลปะต่างชาติ นักศึกษาศิลปะจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อนฝูง หรือแม้แต่นักเดินทางทั่วไปก็เข้ามาพักกับเรา มาอยู่ที่นี่เหมือนอยู่บ้าน มาพักผ่อน”


ภายในพื้นที่สงบงามจึงประกอบไปด้วยบ้านพัก ทั้งแบบบ้านเดี่ยว บ้านบนต้นไม้ และกำลังจะมีบ้านแบบอาคาร 2 ชั้นเพิ่มขึ้นมาในอนาคต อาคารส่วนกลางสำหรับกิจกรรมยามว่าง เช่นปั้นดิน วาดภาพ อ่านหนังสือ ฯลฯ และหอศิลป์แสดงงานศิลปะ ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลางพื้นที่ เน้นใช้สีแดง เหลือง ส้ม ซึ่งเป็นสีประจำวันเกิดของคนในบ้าน ซึ่งเข้ากันดีกับงานศิลปะแนวพุทธศิลป์


“เราทำนาปลูกผักกันเอง แต่ก็ไม่ได้ลงมือทำทุกส่วนแบบจริงจัง เพราะเรามีงานศิลปะที่ต้องทำ ก็เลยทำตรงนี้พอเป็นพิธี ให้ลูกพอรู้ พอทำเป็น ฝึกเขาให้ทำเป็น เพราะเด็กสมัยนี้เขาไม่รู้ เขาไม่เคยเห็นต้นข้าวจริงๆ มาอยู่ที่นี่แล้วเขาก็อาจจะได้รู้จัก และรักธรรมชาติมากขึ้น


ก็มีนักธุรกิจ นักสะสม มาลองใช้ชีวิตแบบนี้ ตื่นมาปลูกผัก รดน้ำต้นไม้ เหมือนที่เราทำ ซึ่งบางครั้งคนกรุงเทพฯ จะอิจฉา หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติมา ชอบจะขี่จักรยานไปตลาด ไปซื้อของ มาทำอะไรกินกับเรา คือมาใช้ชีวิต มาสัมผัสธรรมชาติ อยู่แบบชนบท มาเรียนรู้ชีวิตศิลปิน ชีวิตชาวนา แลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน”


ภธดา บอกว่า ในส่วนของการออกแบบแม้จะดูเรียบง่ายแต่ก็มีความเก๋ไก่ในแบบศิลปิน แต่ทั้งหมดเชื่อมโยงกับธรรมชาติ


“ตัวอาคารจริงๆ จะเปิดโล่ง หน้าต่างไม่สูงนัก เพื่อที่จะให้นอนแล้วมองเห็นทุ่งนา ส่วนด้านหน้ามีสะพานไม้สูงตามแนวข้าวเพื่อให้เดินผ่านไปแล้วเหมือนเดินอยู่บนยอดข้าวเลย จริงๆ มันคือเรียบง่ายแต่เชื่อมโยงกับภายนอก เอาความเป็นธรรมชาติมาเป็นภูมิทัศน์ใกล้ตัว ไม่เน้นหรูหรา ไม่มีทีวี ตู้เย็น เราให้มาใช้ส่วนกลาง ให้มาเสพธรรมชาติโดยเฉพาะ”


ทั้งอานันท์และภธดา บอกตรงกันว่า เน้นหาความสุข ไม่ใช่กำไร เพราะฉะนั้นจึงมีบ่อยครั้งมากที่พวกเขาเปิดบ้านให้นักศึกษาที่มาศึกษาเรื่องศิลปะเข้าพักฟรีแบบไม่มีคิดสตางค์ ถือว่าเป็นการส่งเสริมงานศิลปะไปในตัวด้วย


“ข้างบนหอศิลป์เป็นที่นอนโล่งๆ เราก็ให้นักศึกษามานอน อันนี้เป็นจุดประสงค์อันหนึ่งที่อยากทำ คือมีนักศึกษาจากปัตตานี มหาสารคาม ขอนแก่น หลายที่มา เขามากันเยอะ บางทีที่พักเราไม่พอ แล้วเด็กก็ไม่ค่อยมีตังค์ เขาเก็บตังค์มาดูศิลปะทางเหนือกันเอง ต้องไปกางเต็นท์กัน อะไรกัน เราเลยให้เขามาพักกับเราฟรีเลย ไม่ซีเรียส อยู่ไป กินไป พอเพียง ทุกวันนี้ไม่ได้คิดเอาตังค์จากตรงนี้ มีความสุขก็ทำไป เรามีความสุขที่ได้รับรองเพื่อน กัลยาณมิตร หรือนักศึกษา ถ้ามีคนมาพักด้วยว่าติดใจที่นี่ก็เป็นผลพลอยได้” ภธดา เล่าไปยิ้มไป


อย่างที่บอกว่าเน้นให้มาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เพราะฉะนั้น “ราชวังอินทร์” จึงเหมาะกับคนทุกคนที่หลงรักธรรมชาติ ศิลปะ และความง่ายงาม แบบที่ไม่ต้องพยายามที่จะเป็น


.................


ที่ตั้ง : บ้านสันต้นม่วงเหนือ ตำบลสำราญราษฎร์ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่


จุดเด่น : อยู่ท่ามกลางชุมชนที่เงียบสงบ แต่มีงานศิลปะระดับพรีเมียม


ราคา : 1,500 – 2,000 บาท


ติดต่อ : โทรศัพท์ 09 5687 6086 หรือ www.facebook.com/Ratchawang-inn