‘อยู่ดินกินดี’ สุขสดชื่นบนผืนดิน

‘อยู่ดินกินดี’ สุขสดชื่นบนผืนดิน

ในบรรดาที่พักแบบฟาร์มสเตย์ในแม่ริม ชื่อของ อยู่ดินกินดี น่าจะติดอันดับต้นๆ ที่หลายคนหลงรัก

            ต้องยอมรับว่าความโดดเด่นอย่างหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ที่ทำเอาหลายคนหลงรักแล้วไปลงหลักปักฐาน ก็เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองที่มีครบทุกอย่าง อยากใช้ชีวิตอย่างคนเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่ตัวเมืองก็มีครบครัน หรือต้องการสูดออกซิเจนบริสุทธิ์จากแมกไม้ หรือพักผ่อนกายใจไปกับธรรมชาติ เพียงแค่ขยับออกจากตัวเมืองไปนิดหน่อยก็จะได้ซึมซับอย่างเต็มที่

            ซึ่งอำเภอแม่ริมเป็นอีกพื้นที่ใกล้เมืองที่ยังเป็นแหล่งอากาศบริสุทธิ์เพราะยังมีป่าไม้ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ จึงไม่แปลกที่แม่ริมจะเป็นจุดนัดพบของนักเดินทางสายเขียวผู้แสวงหาความสงบเงียบง่ายงามตามธรรมชาติ ที่นี่จึงมีที่พักไม่หรูแต่อยู่สบายเพื่อรองรับคนกลุ่มนี้พอสมควร

            ในบรรดาที่พักแบบฟาร์มสเตย์ในแม่ริม ชื่อของ อยู่ดินกินดี น่าจะติดอันดับต้นๆ ที่หลายคนหลงรัก ในความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยคอนเซปต์สมกับที่มีช่างภาพและมือโปรดักชั่นชั้นเซียนนามว่า ‘ต้น แม่ริม’ เป็นเจ้าของ

            จากความหลงใหลในธรรมชาติ แม้ตัวเองจะทำงานและดำเนินชีวิตอยู่ในเมืองหลวงเป็นเวลานาน แต่คุณภาพชีวิตแย่ อากาศเลว และปัญหาสุขภาพของแม่ที่เขายื้อชีวิตไว้ไม่ทัน เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ช่างภาพหนุ่มใหญ่ตัดสินใจหันหลังให้เมืองหลวงแล้วมุ่งหน้าสู่อำเภอแม่ริม ทำอยู่ดินกินดีให้เป็นฟาร์มสเตย์ที่จะช่วยอัพเกรดคุณภาพชีวิตของตัวเขาเองและนักเดินทางที่แวะเวียนมาพักผ่อน

            เดิมทีที่นี่เริ่มจากที่พักเล็กๆ ปลูกพืชผักตามใจอยาก จากพืชผักสวนครัวค่อยๆ ขยับขยายเป็นพืชผลที่จริงจังมากขึ้น เช่น สละ สตรอเบอร์รี่ เพราะอากาศดี ดินดี และที่นับเป็นจุดขายของที่่นี่คือ ‘บ้านดิน’ สมกับชื่อ ‘อยู่ดินกินดี’ แน่นอนว่าลูกค้าจะได้พักผ่อนอย่างใกล้ชิดธรรมชาติชนิดเนื้อแนบเนื้อในบ้านดินที่เจ้าของลงมือทำเอง

            “บ้านดินที่นี่อาจไม่เหมือนออริจินัลที่เขาสร้างกัน อย่างบางหลังของที่นี่มีโครงปูนอยู่แล้วเราก็พยายามเอาธรรมชาติเข้ามาให้เยอะที่สุด”

            ด้วยความที่เป็นฟาร์มสเตย์ ที่พักนับเป็นส่วนประกอบหนึ่ง ส่วนที่เป็นฟาร์มก็เป็นอีกส่วนสำคัญ ณ ปัจจุบันนี้พื้นที่ส่วนมากของที่นี่จึงเป็นพื้นที่ปลูกพืชปลูกผัก โดยถูกจัดสรรตามใจเจ้าของสุดๆ แม้ไม่เป็นสัดเป็นส่วนแต่จะได้สัมผัสได้ถึงความหลากหลาย ซึ่งอันที่จริงแบบนี้น่าจะเป็นการทำฟาร์มที่ใกล้เคียงกับวิถีชีวิตมนุษย์ที่สุด ปลูกสิ่งที่กิน กินอย่างหลากหลาย ที่สำคัญเป็นเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด

            ต้น แม่ริม เล่าให้ฟังว่ามีความฝันว่านอกจากปลูกผักในฟาร์มสเตย์นี้แล้ว อยากขยายพื้นที่และปริมาณผลผลิตเพื่อนำไปขายตลาดผักอินทรีย์ ตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่าถ้ามีของครบในบ้านเราก็ได้กิน พอเหลือเราก็เอาไปขาย

ช่วงปลายฝนต้นหนาวไล่มาจนถึงปลายหนาวเข้าร้อน เป็นช่วงที่อยู่ดินกินดีเหมาะแก่การพักผ่อนมากที่สุด เพราะน้ำมี ต้นไม้งอกงามเขียวขจี และอากาศที่แม่ริมกำลังหนาวเย็น สำหรับนักเดินทางที่แวะเวียนมาแล้วคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณของที่นี่ให้มากความ แต่สำหรับคนที่กำลังตั้งคำถามในใจว่าไปแล้วจะได้อะไร คุ้มค่ากว่าการเสียเงินนอนโรงแรมหรูหราอย่างไร เจ้าของฟาร์มสเตย์ยกตัวอย่างตัวเองให้ฟังในฐานะหนูทดลองผู้เต็มใจ

            “เวลาผมไปทำงานที่กรุงเทพฯหรือเข้ากรุงเทพฯ จะเป็นความดันขึ้นเลย ทั้งปวดหัวและน้ำมูกไหลทันที พอมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่รู้จะเครียดอะไร มีหมา มีต้นไม้ มีบ้านดิน อยู่ที่นี่เราขับรถแค่ 25 กิโลเมตรจากนี่ไปตัวเมือง (ถ้าต้องการเข้าเมือง) ทุกวันนี้ไม่มีอาการความดันหรือภาวะเครียดอะไรเลย”

            และจะเครียดได้อย่างไร ในเมื่อตามเรือกสวนไร่นาที่นี่นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสได้หมด ในฤดูที่สตรอเบอร์รี่ออกผล เราเดินเข้าไปเก็บกินได้โดยที่ไม่ต้องล้างน้ำ (ยกเว้นเปื้อนดิน) ผักสดๆ ปลอดสารเคมีก็มีอยู่ทั่ว และผักเหล่านี้ก็ถูกเก็บไปประกอบอาหารด้วยฝีมือพ่อครัวแม่ครัวเจ้าของฟาร์มตัวจริง รสมือแบบทำให้คนในครอบครัวกิน คุณภาพของวัตถุที่ปลูกด้วยรักคัดด้วยใจ ในบรรยากาศที่หอมกรุ่นกลิ่นดินและกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า ยังมีเสียงนกร้องอย่างที่หาไม่ได้แล้วในเมืองใหญ่ นอกเสียจากเสียงนกกระจอกและนกพิราบ

            หากกิจกรรมกลางแจ้งทำให้เหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย บ้านดินที่เย็นยามอากาศร้อนและอบอุ่นพอดียามอากาศหนาว พร้อมจะเป็นที่พักพิงทุกเมื่อ

            บางครั้งการพักผ่อนอาจไม่ได้หมายถึงการได้อยู่กับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายจนเราแทบไม่ต้องกระดิกตัวไปไหน แต่อาจหมายถึงช่วงเวลาที่ได้กิน เดิน นั่ง นอน อย่างง่ายๆ ทว่าสุขล้น