วิกฤติเขาหัวโล้นเมืองน่าน คนกลุ่มเล็กๆ จะช่วยกันปลูกต้นไม้
ทนไม่ได้แล้วที่จะเห็นเขาหัวโล้นเมืองน่านอีกต่อไป...
พวกเขา(โจอี้-บอย, สุหฤท สยามวาลา,ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย, อาจารย์จุลพร นันทพานิช สถาปนิกและอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,ดนุพล สยามวาลา และสันติ โอภาสปกรณ์กิจ สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพ จึงร่วมกันตั้งกลุ่ม ปลูกเลย และจะเตรียมปลูกป่าในวันที่ 9-10 กรกฎาคมนี้
อาศัยความถนัดของแต่ละคน ช่วยกันคิด จัดการ และหาแนวร่วมลงมือปลูกป่าบนเขาหัวโล้น โดยโมเดลการปลูกป่า อาจารย์จุลพร เป็นผู้เขียนแบบแปลนต้นไม้ตามหลักนิเวศวิทยา
ส่วน สุหฤท สยามวาลา กรรมการผู้จัดการ บริษัทดีเอชดี สยามวาลา นักร้อง นักดนตรี นักจัดรายการวิทยุ หนึ่งในคนต้นคิด ไม่ได้ทำเล่นๆ ไม่ได้ทำเอาชื่อ
เขาหวังว่า การปลูกป่าครั้งนี้ จะส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป ถ้าสำเร็จก็จะเป็นโมเดลในการปลูกป่าที่หน่วยงานใดจะนำไปขยายผล ย่อมเป็นเรื่องดี
คุณคิดยังไงจึงลุกขึ้นมาปลูกป่าเมืองน่าน
ตอนนั้นวิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์ ทำให้ผมได้เห็นภาพมุมสูงของน่าน ปกติเห็นแค่เขาหัวโล้นเป็นหย่อมๆ หลังจากแชร์ภาพมีคนสนใจเยอะ เหมือนการกระตุกความคิด ผมก็คิดว่า น่าจะทำอะไรสักอย่าง จึงขึ้นไปดูป่าที่เมืองน่าน หายไปเยอะแล้ว ก็เลยรู้สึกว่า ปลูกป่าเถอะ การปลูกป่าแบบที่เราคิด ไม่ใช่เอาบริจาคเงินไปซื้อกล้าไม้มาปักแล้วจบ
ปกติชอบปลูกต้นไม้ไหม
ผมชอบอยู่กับต้นไม้ ไม่ชอบอะไรโล้นๆ ผมไม่ได้มีภาพแบบนักอนุรักษ์ และไม่จำเป็น ผมก็เหมือนคนทั่วไป ไปเที่ยวป่าแล้วมีความสุข ก็อยากให้มีป่า ดังนั้นการปลูกป่าจึงจำเป็น
ทำให้เกิดโครงการ ปลูกเลย ?
โจอี้ บอย เพื่อนผม ลุยก่อนเลย ขั้นแรกผมก็ลงเงินส่วนตัว เพราะทุกอย่างต้องใช้ทุน ผมคิดแค่ว่า เมื่อเราสามารถทำอะไรคืนให้ประเทศได้บ้าง ก็ทำแค่นั้นเอง มันสำคัญมากต่อคนรุ่นต่อไป คนอายุตั้งแต่ 35 น่าจะลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อคนรุ่นหลังบ้าง ป่าที่หายไปที่ผมไปเห็น แค่อำเภอสันติสุข จ.น่าน อย่าางเดียว ก็เป็นเขาหัวโล้นสุดลูกหูลูกตา แล้วป่าที่หายไปที่อื่นๆ อีกกี่ล้านไร่ พวกเราคนไทยจะไม่ทำอะไรเลยหรือ จะนั่งทะเลาะกันอยู่อย่างนี้หรือ จะไม่นึกถึงคนรุ่นหลังหรือ
ช่วงแรกๆ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ศิลปินเหล่านี้จะปลูกป่าจริงๆ หรือ คุณคิดเห็นอย่างไร
ไม่ผิดที่คนจะคิดแบบนั้น ผมเข้าใจ เพราะผมไม่สามารถบอกรายละเอียดทั้งหมดในเพจผม ผมทำเท่าที่ทำได้ ไม่ใช่ว่า ยกมือ เพื่อจะทำโครงการนี้ เมื่อวันที่ 30 พค.แล้วจบ คนจำนวนมากต้องการป่า อย่างน้อยหน่วยงานรัฐก็อยากร่วมมือ พวกเขาติดต่อผมและโจอี้ บอย ผมได้คุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดน่านหลายครั้ง และในวันที่ 9-10 กรกฎาคมนี้ เราจะลงมือปลูกป่า เป็นโมเดลตัวอย่างตามหลักนิเวศวิทยา ปลูกพืชท้องถิ่น ไม่นำพันธุ์ไม้แปลกปลอมมาปลูก มีมากกว่า 50 ชนิด
โดยวันที่ 19 มิย.นี้มีเวิร์คชอปให้ความรู้การปลูกป่าที่ธรรมศาสตร์กับสนามหลวง ครึ่งเช้าสำหรับสายฮาร์ดคอร์ พร้อมลุยพื้นที่สูงเท่าตึกใบหยก เตรียมความพร้อมสำหรับสายแข็ง ตอนบ่ายมวลชนทั่วไปปั้น seed ball แจกดิน แจกเมล็ดพันธุ์ ทำกิจกรรมระดมทุน ใครสนใจมาได้เลย อาจารย์จุลพร มือปลูกป่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วางโมเดลพันธุ์ไม้ต่างๆ ไว้แล้ว ซึ่งเราจะทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าปลูกเสร็จแล้วจบ จะมีการให้ความรู้ด้วย
อะไรทำให้คุณมุ่งมั่นขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
เราไม่สามารถเปลี่ยนกฎหมาย เราทำดีที่สุดได้แค่นี้ ผมเองก็คนตัวเล็กๆ ทำในกรอบที่ทำได้ พยายามสู้กับระบบเท่าที่มีกำลัง ต้องเริ่มทำก่อน ทำผิดก็ปรับไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้โมเดลที่ป่าอยู่ร่วมกับคนได้ และอยากให้โมเดลนี้ขยายไปเรื่อยๆ เราต้องทำให้คนในพื้นที่ รู้สึกว่าการปลูกป่าแบบนี้เป็นอีกทางเลือก นอกเหนือจากปลูกข้าวโพด
แต่เขาจะตัดสินใจเลิกปลูกข้าวโพดรือไม่...เราไม่รู้ โมเดลที่อาจารย์จุลพรคิด เป็นแบบวนเกษตร มีทั้งพื้นที่ป่าและพื้นที่ทำกิน ไม่ใช่อยู่ดีๆ เอาคนออกจากป่าเพราะพวกเขาก็เป็นหนี้เป็นสิน ทำงานทั้งปีเพื่อใช้หนี้ ไม่เหลืออะไรเลย อยู่กับยาฆ่าแมลง นี่คือ หนึ่งในปัญหาที่ต้องแก้ไข
ตามที่อาจารย์จุลพรวางไว้ โหดมาก วันที่ 9 กค.รวบรวมผู้คนไปปลูกป่ากัน มีกลุ่มหนึ่งที่ลงพื้นที่ก่อนห้าวัน นอนที่นั่น เพื่อกำหนดแปลงการปลูกป่า ไม่ใช่งานเล็กๆ และไม่ใช่ทุกคนไปได้ ต้องเดินบนสันเขาเท่าตึกใบหยก ต้องมีการเตรียมการณ์ คนที่ไปช่วยปลูกป่าต้องแข็งแรง ไปแล้วจะถ่ายรูปก็ได้ มันเป็นความภูมิใจที่พวกเขาได้ปลูกป่า แต่งานนี้ไม่มีป้ายซีเอสอาร์ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ นอกจากพวกเราแล้ว ยังมีอาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร มาเป็นที่ปรึกษาในเรื่องพื้นที่ปลูกป่าและพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน
เป็นโมเดลที่ต้องลองผิดลองถูก ?
ผมไม่ได้บอกว่า ปลูกแบบนั้นดีกว่าปลูกแบบนี้ เราเปิดรับเงินบริจาค ทำให้โปร่งใส แปลงแรกห้าร้อยไร่ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ยังมีอีกแปดแสนไร่ที่ต้องปลูก ถ้าโมเดลนี้ทำแล้วเวิร์ค กลุ่มไหนอยากจะทำก็นำไปใช้ได้ แต่ละพื้นที่จะใช้พันธุ์ไม้ไม่เหมือนกัน เท่าที่ผมเห็น การปลูกป่าก็มีหลายวิธี มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงสุดยอดเรื่องปลูกป่า เป็นของจริงลงถึงพื้นที่ ลงถึงจิตใจคน แต่ใช้เวลาค่อนข้างยาวนาน
เรื่องป่า คุณได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติม
มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์มากที่ทำให้ต้นไม้แต่ละต้นอยู่รวมกัน ต้นไม้บางต้น รากใหญ่อุ้มน้ำ ทำให้ดินชุ่มชื้นคลายน้ำถ้าปลูกในตำแหน่งที่ถูกต้อง ธรรมชาติรักษาสมดุลเกื้อหนุนกัน เมื่อเราทำลายป่า ก็ต้องสร้างป่า ป่าบางแห่งไม่จำเป็นต้องเข้าไปจัดการ ปล่อยให้เติบโตเอง ซึ่งผมต้องทำให้ชาวไร่รู้สึกว่า ปลูกป่าแบบนี้ดีกว่าปลูกข้าวโพด พวกเขาต้องได้ผลตอบแทน ต้องมีโมเดลที่จัดการในอนาคต
กลุ่มที่จัดตั้งขึ้น คาดหวังผลแค่ไหน
หวังสูงก่อน ครั้งแรกอาจไม่สำเร็จ แต่เราจะทำไปให้ถึงจุดนั้น เพราะเรารู้ว่า ถ้าปลูกแล้วไม่มีประโยชน์สำหรับคนท้องถิ่น มันจะไม่ยั่งยืน คนกับป่าต้องอยู่ด้วยกันได้
ที่ผ่านมาคุณเห็นการปลูกป่าในเมืองไทยเป็นยังไง
ถ้าเป็นต้นไม้ก็มีประโยชน์ทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นพืชเชิงเดียว เป็นยางพาราที่ไม่อุ้มน้ำก็ไม่มีประโยชน์ พืชเชิงเดียวไม่ใช่แย่ แต่ต้องอยู่ในพื้นที่ที่ถูกออกแบบเอาไว้ แล้วเราก็ใช้ประโยชน์จากมัน
กิจกรรมนี้จะใช้เวลาปลูกป่ากี่ปี
สามปีกว่า ถึงจะมีต้นไม้สูงเมตรกว่าๆ หลังจากนั้น 5-10 ปีเป็นเรื่องการดูแล ซึ่งผมคิดว่า คงไม่มีใครอยากปลูกข้าวโพดหรอก แม้มันจะสร้างรายได้ แต่ไม่กำไร ไม่อย่างนั้นคงไม่เป็นหนี้
ปัญหาหนี้สินของชาวไร่ชาวนา คุณมีทางออกให้พวกเขาอย่างไร
ช่วงนี้ เราก็คิดว่า ทำยังไงให้พวกเขามีเงินเข้ากระเป๋าพอๆ กับการปลูกข้าวโพด ก็คือการปลูกป่า จากนั้นเขาต้องใช้ชีวิตอยู่กับป่าได้ เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ถ้าจะปลูกพืชเชิงพาณิชย์ ต้องไม่ให้ผิดระบบนิเวศมากนัก ต้องให้เขาอยู่ได้ด้วย
สมัยหน้าคุณจะสมัครผู้ว่ากทม.ไหม
ไม่ทราบครับ ต้องรอให้ถึงตอนนั้นก่อน ตอนนี้อะไรที่เป็นปัญหา พอจะทำได้ ก็ทำเลย จะบ่นอะไรนักหนา ตอนผมสมัครผู้ว่ากทม. ก็มีสองสามนโยบายที่่มีการนำไปใช้ อย่างเรื่องที่คุณถามว่า ขยะแลกสวนสาธารณะทำได้หรือ ก่อนอื่นคุณลองคิดดู...ขยะอยู่ที่ไหน ใครได้ประโยชน์ มีรายได้ให้กทม.เท่าไหร่ นั่นคือ คำถามแรกที่ต้องเริ่มหาคำตอบ ผมคิดว่า ขยะทั้งหมดมีมูลค่า รีไซเคิลแล้วนำมาใช้ประโยชน์ได้ เอาเงินตรงนั้นมาสร้างสวนสาธารณะได้
เป็นโครงการโลกสวย ดูดีเกินไปไหม
ถ้าคุณคิดแบบนี้ คุณจะเริ่มอะไรไม่ได้สักอย่าง ถ้าเริ่มแล้วติดก็แก้ปัญหาสิ ถ้ามองว่า นี่เป็นความคิดแบบโลกสวย เท่าที่ผมเห็นมีกรุงเทพฯนี่แหละที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง กรุงเทพฯไม่ใช่เมืองแปลกประหลาดจากเมืองอื่น ต้องมีคนเริ่ม ทำให้มันดีขึ้น แต่ถ้าคุณยังมีความสุขแบบนี้ คุณก็ปล่อยมันเหมือนเดิม ยิ่งคุณมีอำนาจที่จะทำให้กทม.ดีขึ้น คุณต้องเริ่มทำ และประชาชนก็ควรทวงถาม
...............
ปลูกป่าเขาหัวโล้น
1.ต้องเป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นในบริเวณนั้น (ป่าเบญจพรรณ)
2.พันธุ์ไม้ชุดแรกที่ปลูกต้องทน เเละช่วยให้ธรรมชาติคืนมา ให้ร่มเงา สร้างความชุ่มชื้น และธาตุอาหารในดิน
3.ป่าที่ปลูกต้องมีสมรรถนะในการอุ้มน้ำได้ดี
4. ต้นไม้ที่ปลูกต้องช่วยฟื้นฟูจุลชีวในดิน เช่น ต้นเต็ง ต้นรัง
5.ให้ประโยชน์แก่ชาวบ้านในระยะสั้นเเละระยะยาวแบบยั่งยืน





