วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แก่ ไม่แคร์ศัลย์ฯ

ถ้าใครได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Iris ผลงานกำกับของ Albert Maysies ก็คงจะมีคำถามในใจว่า แล้วเราจะแก่แบบไหนดี...

คุณป้า Iris Apfel วัย 93 แก่มากและดูร่วงโรย แต่มีประกายตาแห่งความสดใส มีชีวิต ชีวา แต่งตัวในแบบของเธอ เลือกใช้ชีวิตที่เธอต้องการ แม้ในช่วงบั้นปลายชีวิตที่หลายคนไม่สนุกแล้ว แต่ทำไมเธอสนุกได้

บางคนอาจคิดว่า วัยนี้แล้ว ยังแต่งตัวแบบนี้อีกหรือ ก็ชีวิตมันเลือกได้...

อีกกรณีที่อยากยกตัวอย่างจากเฟสบุ้ค ที่หลายคนนำมาโพสต์ของ Annick Rbsn (ตัดตอนมาบางส่วน)....

เมื่อคนขายผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่สนามบิน พยายามชูประเด็นความอ่อนเยาว์ เพื่อขายสินค้าให้เธอ โดยพูดว่า

“ริ้วรอยบนใบหน้าของเธอ จะยิ่งเลวร้ายลง เมื่ออายุมากขึ้น”

Annick Rbsn บอกว่า “ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายกับการที่ผู้หญิงแก่ตัวลงสักหน่อย การมีอายุมากเป็นอภิสิทธิ์ที่หลายคนไม่มีนะ ฉันไม่เห็นด้วยที่คุณขายความอ่อนเยาว์แทนที่จะขายสินค้า และการที่คุณสบประมาทผู้หญิงสูงวัย ฉันไม่ต้องการใช้ครีมของคุณหรอก”

เธอต้องการให้ยุติวิธีการตลาดที่ขายความเกลียดตัวเองให้ผู้หญิงตั้งแต่เกิดจนตาย ผู้หญิงมีสิ่งสำคัญ ๆ จะต้องทำมากกว่าการใช้เวลาทุกนาทีกังวลเรื่องริ้วรอย เหี่ยวย่น หรือเรียวขา

...คุณคิดเห็นต่อเรื่องเหล่านี้อย่างไร

ผู้หญิงทุกคนต่างมีสิทธิที่จะเลือก...สิ่งที่ใช่สำหรับเธอ แต่เมื่อเลือกแล้ว ก็ต้องยอมรับผลของการเลือก

ถ้าอย่างนั้น ผู้หญิงธรรมดาๆ ไม่โด่งดังเหล่านี้ ก็เลือกที่จะแก่ ตามแบบของตัวเอง

ไม่อยากแก่ ก็แก่

ไม่ต้องเกริ่นให้มากความ มีใครบ้างละที่อยากแก่ ผู้หญิงจะกังวลมากเรื่องริ้วรอยบนใบหน้า ซึ่งหมายถึง ความแก่ได้มาเยือนแล้ว

“เพิ่งไปแบ็คแพ็คกับเพื่อนๆ นักเรียน เดินวันละหมื่นก้าว ซึ่งเราไม่เคยทำแบบนี้ พอทำ ก็สนุก เหนื่อยแต่มีความสุข” วงจันทร์ ตั้งทรงศักดิ์ พีอาร์รุ่นใหญ่ เล่าให้ฟัง

แม้เธอยังไม่สูงวัยมากนัก แต่เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่า ความแก่กำลังคืบคลานเข้ามาในชีวิต ไม่ต่างจากทุกคน

และเมื่อถามว่า กลัวแก่ไหม

เธอบอกว่า ไม่กลัว แต่ต้องระวังเรื่องอาหารการกิน พยายามทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส หัวเราะและเปิดรับความคิดใหม่ๆ แต่ยังไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

"พอเราอายุมากขึ้น เราก็คิดว่า แก่ไปตามวัยดีกว่า อาศัยใช้เครื่องสำอางช่วย แม้เราจะรักสวย รักงาม ก็ไม่อยากทำศัลยกรรมเพราะกลัวและเสียดายเงิน ถ้าอยากมีคิ้วสวยๆ ก็หัดเขียน เปิดยูทูบดู หรือไม่ก็ให้ลูกสอน ก็ค่อยๆ ฝึกไป สวยอย่างธรรมชาตินี่แหละ ไม่ต้องลงทุน ไม่เลวร้ายหรอก ก็เคยมีลูกน้องไปทำจมูก บางคนก็ไปฉีดฟิลเลอร์ แต่เราไม่กล้า เก็บเงินไว้ให้ลูกดีกว่า" เธอ เล่า โดยไม่กล่าวถึงอายุ
สำหรับบางคนการทำศัลยกรรมเพื่อกระชากวัย อาจไม่ใช่ทางเลือก ซึ่งทางเลือกของผู้หญิงที่อยากทำศัลยกรรมก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่ต้องดูผลระยะยาว ซึ่งหมอศัลยกรรมมือหนึ่ง นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ เคยเล่าว่า ดารานักแสดงส่วนใหญ่ผ่านการทำศัลยกรรม แต่ไม่ขอเอ่ยนาม

“ปัญหาอยู่ที่การเลือกหมอที่ทำ ผู้หญิงบางคนทำมาแล้ว ต้องมาให้หมอแก้หลายครั้ง บางทีไปทำที่เกาหลีเชื่อโฆษณา ต้องมาแก้ไข บางคนก็แก้ได้ บางคนก็แก้ไม่ได้แล้ว”

อยากแก่แบบไหน

“ตอนที่เรายังไม่แก่ เราก็คิดว่า เรามีหน้าที่ต้องดูแลผู้สูงวัยในบ้านให้ดีก่อน ก็เลยลาออกจากงานประจำ และตัดสินใจไม่ผิด ได้มีโอกาสดูแลพ่อแม่และพี่ มีเวลาให้ครอบครัว" วิรดา อนุเทียนชัย พีอาร์ฟรีแลนซ์ ซึ่งเคยทำงานระดับบริหารด้านการประชาสัมพันธ์ ปัจจุบันเป็นฟรีแลนซ์ เพื่อมีเวลาให้ครอบครัว เล่าให้ฟัง และบอกว่า

"ช่วงที่ดูแลแม่ แม่บอกว่า ดีนะที่มีเราดูแล เรื่องงานเราก็ทำมาเยอะแล้ว เมื่อใดที่เราแก่ลง ตอนนั้นคงไม่ต้องดูแลใครแล้ว ก็วางแผนไว้ว่าจะไปอยู่วัด ปฎิบัติธรรม เพราะเราไม่ต้องห่วงใครแล้ว ไม่มีลูก ไม่มีคนแก่ต้องดูแลแล้ว”

คงเคยได้ยินเรื่องราวทำนองนี้อยู่เรื่อยๆ ซึ่งเป็นข้อดีของครอบครัวไทยที่มีการเกื้อกูลดูแลซึ่งกันและกัน กลุ่มคนที่ทำงานมาค่อนชีวิต เริ่มหันมาใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้น เห็นความเจ็บป่วยไข้ ความตาย ความไม่เที่ยงในชีวิต บ้างก็เข้าใจสัจธรรม บ้างก็เดินไปตามครรลองที่คิดว่า ใช่ เมื่อไม่ใช่ ก็แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด

"ไม่กลัวแก่ อยากแก่ รู้สึกว่าแก่แล้วสงบ ทำทุกอย่างช้าลง เราอยากเดินไปถึงจุดนั้น เพราะชีวิตที่ผ่านมาเป็นคนคิดเร็ว ทำเร็ว ถ้าไปถึงจุดนั้น จะทำให้ตัวเราช้าลง คิดอะไรละเอียดมากขึ้น" บุปผา เรืองช่วย นักสร้างสรรค์รายการโทรทัศน์ เจ้าของบริษัทเดอซัน จำกัด กล่าว

ด้วยอายุและวันเวลา คนเก่งๆ เช่นเธอ ซึ่งทำงานด้านสร้างสรรค์ เชื่อมั่นในตัวเอง มีลูกน้องมากมาย เมื่อได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ก็ได้พบกับช่วงเวลาแห่งความสงบ ได้พิจารณาวันเวลาที่จะต้องก้าวต่อไปในวัยที่หลายคนไม่อยากไปถึง

“เวลาที่ผ่านมา ทำให้เข้าใจตัวเอง เรียนรู้และรับรู้มากขึ้น หาความสงบตอนนี้ดีกว่า รอให้ไปถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต เราก็ใช้ความแก่ของตัวเองเพื่อการเรียนรู้ ชีวิตเรียนรู้ได้ทุกวัน แต่ถ้าให้มองว่า ตัวเองจะแก่ยังไง มองไม่ออก แต่เชื่อว่า คนที่ชอบทำอะไรไวๆ ชอบวางแผนอย่างเรา คงจะมีความสงบมากขึ้น ยอมรับอะไรง่ายขึ้น ง่ายๆ เลย เคยมีนิสัยชอบวิจารณ์เพื่อนๆ ก็ค่อยๆ น้อยลง แต่ยังไม่หายนะ” บุปผา เล่าถึง ช่วงวัยที่ค่อยๆ เปลี่ยนไป

แผนการเงิน ต้องชัด

หนึ่งในชีวิตหลังเกษียณที่หลายคนพูดถึง คือ แก่แล้วมีเงินใช้ไปจนตายไหม

คนสูงวัยในสังคมไทยค่อยๆ ตระหนักรู้เรื่องเหล่านี้มากขึ้น

“เราก็พยายามดูแลตัวเองไม่ให้แก่ รู้สึกลึกๆ ไม่อยากแก่” โสภี ฉวีวรรณ เจ้าของบริษัทชมฉวีวรรณ จำกัด เล่า ซึ่งเมื่อไม่นานนี้เอง เธอเพิ่งทำสิ่งที่คนวัยสี่สิบกว่าๆ ไม่ควรทำ ใส่ส้นสูงสี่นิ้วไปงานเลี้ยงกว่าสี่ชั่วโมง จนเกิดภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ

“ถ้าใจสู้ แต่ร่างกายไม่ไหว ก็ต้องยอมรับ เมื่อแก่แล้ว ต้องไม่เป็นภาระใคร”

สิ่งที่เธอเล่า ก็ไม่ต่างจากหลายคนที่คิดเช่นนั้น แต่สิ่งที่เธอเตรียมตัวก่อนใครๆ ก็คือ วางแผนการเงินไว้ใช้ในยามชราแล้ว เพราะเธอทำงานคลุกคลีกับเรื่องเงินๆ ทองๆ มานาน

“เริ่มจากทำประกันสะสมทรัพย์ตั้งแต่อายุ 30 กว่าๆ ผ่านมา 15 ปี ปีหน้าจะมีเงินสะสมสองล้านบาท เพราะเรารู้ว่า ต้องบริหารการเงินอย่างไร ทำให้เราไม่กลัวเรื่องนี้ อย่างน้อยๆ ก็มีเงินให้ลูกใช้ และมีเงินไปเที่ยว ซึ่งต่างจากเพื่อนในวัยเดียวกัน บางคนยังไม่มีเงินออมเลย”

เตรียมพร้อมในเรื่องการเงิน ส่วนเรื่องความสวยความงาม เธอ บอกว่า ต้องดูแลตัวเองให้สวยพอดีๆ เหมาะกับวัย ไม่จำเป็นต้องสวยกระชากวัย

“วัยสี่สิบกว่าๆ เราทำงานที่ต้องพบปะผู้คน ก็ต้องดูแลตัวเอง ถ้าจะให้ทำศัลยกรรมคงไม่กล้า ถ้าทำ ก็ต้องดูคลินิคที่ไว้ใจได้ อีกอย่างถ้าเกษียณเมื่อไหร่ ก็อยากทำงานเพื่อสังคมที่เคยริเริ่มมา เคยทำให้คนหูหนวกที่เก่งเรื่องศิลปะสอนคนปกติ แต่เราทำปีละไม่กี่ครั้ง”

แก่อย่างมีคุณค่า ก็เป็นอีกทางเลือกของสาวๆ กลุ่มนี้ ซึ่งไม่ต่างจาก วงจันทร์ ที่ลองเที่ยวแบบแบคแพค ในช่วงวัยที่คนอยากเที่ยวแบบสบายๆ แต่เธอพบว่า สนุก ไม่เหนื่อยเกินไป เพราะมีแก๊งเพื่อนที่รู้ใจ

“ตอนสาวๆ อยากไปปีนัง ไม่ได้ไปซักที พอมีโอกาสก็ชวนเพื่อนไปเดินเที่ยว เพราะเป็นช่วงวัยที่เพื่อนบางคน ลูกๆ ต้องจ้างให้ไปเที่ยว ถ้าเราแก่ก็อยากแบคแพคท่องโลก เรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้บ้าง”

ส่วนเคล็ดไม่ลับ เพื่อให้ดูอ่อนวัย เธอ ย้ำว่า อย่าเครียด ให้สนุกกับชีวิต

“เครียดเมื่อไหร่ หน้าตาไปเลย ชีวิตเครียดแค่นิดๆ น้อยๆ เพื่อฝึกฝนสมองให้แล่น เพราะปัญหา ทำให้เราเกิดปัญญา แต่ต้องปล่อยวาง เรื่องไหนทำได้ก็ทำ อีกอย่างพยายามคิดบวก"

ง่ายๆ ที่ทำได้ตามแบบของสาวทำงานหลากหลายอาชีพ

คิดก่อน...กระชากวัย

เรียงเรียงจาก บทความปัญหาค่านิยมกับการทำศัลยกรรมของวัยรุ่นไทย (ทัศนีย์ น้อยเลิศ )

การทำศัลยกรรม สามารถเปลี่ยนใบหน้าผู้หญิงที่ดูธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นตุ๊กตาบาร์บี้ เปลี่ยนคนที่ดูแก่ เหี่ยว ให้ดูเด็ก แต่ผลจะเป็นอย่างไร 

งานวิจัยชิ้นนี้รายงานว่า

1 คนเข้าใจว่า ศัลยกรรมจะปรับ หรือ แก้ไขความไม่พึงพอใจในร่างกายตนเองได้อย่างยั่งยืน

ความจริง ก็คือ ไม่ว่าศัลยกรรมชนิดใดก็ตาม ล้วนมีอายุของมัน และร่างกายมนุษย์ย่อมเปลี่ยนแปลงสภาพไปทีละน้อยตามวัยที่ล่วงเลย ผลหลังการศัลยกรรมสามารถให้ความพึงพอใจได้ในระยะหนึ่ง แต่ไม่สามารถคงอยู่เช่นนั้นตลอดไป และสิ่งนี้นี่เอง ที่นำไปสู่ศัลยกรรมซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อรักษาสภาพนั้นเอาไว้ตลอดไป

2. คนเข้าใจว่า การศัลยกรรมสามารถเยียวยาปัญหาในชีวิตได้

ความจริง ก็คือ หลายครั้งที่การทำศัลยกรรม ถูกดึงไปเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเรื่องของความเครียดในชีวิต บางคนทำศัลยกรรมเพื่อให้หางานทำง่ายขึ้น อยากเป็นที่ยอมรับจากคนอื่น ๆ บ้างทำเพื่อรักษาเยียวยาจิตใจหลังจากตกงานหรืออกหัก และคิดว่ารูปร่างหน้าตาของตัวเองเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ถูกทิ้ง ซึ่งความเป็นจริงจุดประสงค์ของศัลยกรรม ก็คือ การแก้ไขรูปลักษณ์ภายนอก แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับชีวิตได้อย่างลึกซึ้งหรือจริงจัง

3. คนคิดว่า ทำเพราะมันดูดี หลาย ๆ คนเลือกจะทำศัลยกรรมตามดารานักร้องที่เห็นในทีวี เพราะเห็นว่าพวกเธอเหล่านั้นทำออกมาแล้วสวยและดูดี ทั้งๆ ที่่ไม่เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าหรือร่างกายของตนเอง จึงนำมาสู่การทำศัลยกรรมซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกว่าจะเหมือนไอดอลที่ต้องการ

     คำแนะนำ : การตัดสินใจทำศัลยกรรม จำเป็นต้องพิจารณาอย่างถ้วนถี่ก่อนตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นเพศใด วัยใด ไม่ต่างจากการใช้เครื่องสำอาง หากใช้ไม่ถูกไม่ควร ก็อาจทำให้วัยสดใสกลายเป็นหมองลงไปด้วยซ้ำ แต่การใช้เครื่องสำอาง การแต่งหน้าแต่งตา เมื่อสร้างความไม่พอใจก็สามารถลบออกและแต่งใหม่ได้ แต่การทำศัลยกรรม หากตัดสินใจทำลงไปแล้ว การแก้กลับมาให้คงเดิม นับเป็นเรื่องที่ยาก และแทบจะเป็นไปไม่ได้ในกรณีที่ทำให้ดีเหมือนเดิม

อีกปัญหาที่ตามมา ก็คือ การใช้วัสดุที่แปลกปลอมต่อร่างกาย ในระยะยาวความคงทนของมัน ก็อาจสร้างปัญหาได้ เพราะวัสดุหลายชนิดที่เอามาสร้างมาเสริมเป็นอวัยวะเทียมจะย่อยสลายยากกว่าเนื้อหนังของมนุษย์ เมื่อวัยล่วงเลย ร่างกายอาจจะเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นตามวันเวลา แต่อวัยวะส่วนที่ผ่านการทำศัลยกรรม อาจจะดูผิดรูปผิดวัย สร้างความขัดหูขัดตาได้บ้าง

นอกจากนี้คนทำศัลยกรรมมาแล้ว ต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้น ถ้าไม่ระมัดระวังอาจทำให้อวัยวะส่วนที่ผ่านการศัลยกรรมบิดเบี้ยว ผิดรูปจากเดิมได้ เช่น ปากเบี้ยว จมูกยุบ หรือในบางครั้งจมูกที่เสริมจนโด่งเกินไป อาจทำให้ซิลิโคนดันปลายจมูก เกิดบาดแผลติดเชื้อได้

ดังนั้นการตัดสินใจทำศัลยกรรม ต้องอาศัยความละเอียด รอบคอบพอสมควร มีการศึกษาข้อมูลที่ดี และต้องชั่งใจระหว่างความคาดหวังกับผลที่ตามมา