วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เที่ยวเหนือ เที่ยวไหน เที่ยวไปถีบไป : น่านไง...ปั่นน่านไง

ผมแทบจะเชื่อสนิทใจไปแล้วว่า ‘น่าน’ เป็นเมืองต้องห้ามสำหรับผม...

...เพราะนับตั้งแต่เริ่มเดินทางเป็น จนกระทั่งบัดนี้ที่มีการงานเกี่ยวกับการเดินทาง น่านคือไม่กี่จังหวัดที่ผมอยากไปแต่ไม่เคยไปสักที แม้จะมีงานให้ต้องไปหลายครั้งหลายหนแต่บทสรุปคือชวดทุกที

            ทว่าล่าสุดที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมโปรโมทการท่องเที่ยวสามจังหวัดภาคเหนือในชื่อยาวๆ ว่า ‘เที่ยวเหนือ เที่ยวไหน เที่ยวไปถีบไป @ แพร่ น่าน อุตรดิตถ์’ แน่นอนว่าสามจังหวัดดังกล่าวนั้นขึ้นชื่อลือชาถึงความเนิบ ชิล และชิค ช่างเหมาะสมกับนักเดินทางสายปั่น

            นั่งเครื่องบินไปที่ท่าอากาศยานน่านนคร ก่อนจะปั่นเที่ยวต้องเติมพลัง แต่จะกินอะไรดีให้สมกับที่ได้มาน่านเป็นครั้งแรกในชีวิต มื้อนี้ต้องพิเศษ และแล้ว ร้านก๋วยเตี๋ยวสุราษฎร์ธานี ก็คือที่ที่ไปฝากท้องมื้อแรก

            ทำไมชื่อสุราษฎร์ธานี ทั้งที่ที่นี่คือจังหวัดน่าน แล้วนอกจากชื่อ ร้านก๋วยเตี๋ยวนี้พิเศษอย่างไร คุณพี่เจ้าของร้านบอกว่าดั้งเดิมอาม่า (ยายของสามีคุณพี่เจ้าของร้าน) เคยเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่สุราษฎร์ฯ ต่อมาคุณพี่เจ้าของร้านชาวเชียงใหม่ไปพบรักกับหลานอาม่าชาวสุราษฎร์ แล้วมาเปิดร้านที่น่านเพราะน่านเมื่อ 6 ปีก่อนยังเงียบๆ เล็กๆ จึงมาเจาะตลาด ปรากฏว่าติดตลาด แม้ราคาของแต่ละเมนูสุดพิเศษจะคล้ายว่าแพง แต่เมื่อได้เห็นปริมาณกับรสชาติ คุณจะลืมคำว่าแพงไปหมดสิ้น ผมพิสูจน์แล้วด้วย สองเมนูยักษ์ใหญ่อันเลื่องชื่อของร้านคือก๋วยเตี๋ยวสองใจลังเล ที่ชื่อสองใจเพราะฝั่งหนึ่งเป็นก๋วยเตี๋ยวรสเลิศ น้ำซุปอร่อยมาก อีกฝั่งเป็นลวกจิ้มที่น้ำจิ้มแซ่บกลมกล่อม และอีกเมนูคือซุปหางวัว ที่เสิร์ฟมาในหม้อไฟร้อนๆ น้ำซุปรสเข้มข้น ติดเปรี้ยวตามแบบอิสลามต้นตำรับ ตักไปเจอหางวัวตุ๋นจนเปื่อยท่อนเบ้อเร่อ อร่อย นุ่ม หอม มัน เล่าไปน้ำลายสอไป

            กินจนจุก นั่งพักประเดี๋ยวเราก็มุ่งหน้าไปที่จุดแรกหากจะปั่นจักรยานตามเส้นทางกิจกรรมนี้ คือ ไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลเมืองน่าน อยู่ตรงถนนผากอง ที่นี่มีทั้งห้องสุขารองรับ มีร้านขายของที่ระลึก ขายอาหาร-เครื่องดื่ม และที่สำคัญมีจุดประทับตรากิจกรรม โดยให้นักท่องเที่ยวขอรับเอกสารซึ่งภายในมีทั้งแผนที่ ข้อมูลคร่าวๆ ของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และมีช่องสำหรับประทับตราเพื่อรับของที่ระลึกเมื่อปั่นครบทุกจุด

            ได้เอกสารแล้วไปเที่ยวกันเถอะ เพียงข้ามไปฝั่งตรงข้ามคือ วัดภูมินทร์ วัดนี้แทบจะเป็นแลนด์มาร์คของเมืองน่านไปแล้ว เพราะนอกจากสถาปัตยกรรมแบบล้านนาอันงดงามตระการตาแล้ว ภายในโบสถ์วัดภูมินทร์มีจิตรกรรมฝาผนังที่เก่าแก่และงดงาม ซึ่งหนึ่งในจิตรกรรมอันเลื่องชื่อคือ ภาพปู่ม่านย่าม่าน หรือที่เรียกกันว่า “ภาพกระซิบรักบันลือโลก”

            ภาพปู่ม่านย่าม่านได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุดทั้งด้านองค์ประกอบและอารมณ์ รังสรรค์โดยศิลปินนิรนามที่คาดว่าเป็น หนานบัวผัน ศิลปินชาวไทลื้อที่เคยสร้างงานจิตรกรรมที่วัดหนองบัว อำเภอท่าวังผา จังหวัด

            ภาพนี้เป็นภาพชายหญิงคู่หนึ่ง โดยชายใช้มือข้างหนึ่งเกาะไหล่หญิงแล้วมืออีกข้างป้องปากคล้ายกับกระซิบกระซาบที่ข้างหูหญิงผู้นั้นด้วยนัยน์ตากรุ้มกริ่ม อันเป็นที่มาของชื่อ กระซิบรักบันลือโลก

            ยามค่ำคืนที่วัดภูมินทร์จะเปิดไฟหลากสีส่องไปที่ตัวโบสถ์และสถาปัตยกรรมส่วนอื่น หากใครชอบแสงไฟไม่ควรพลาด

            จากวัดภูมินทร์ปั่นไปยังถนนวรนคร ตำบลในเวียง เพื่อไปยัง วัดน้ำล้อม วัดเก่าแก่ของจังหวัดน่าน แม้ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสร้างตั้งแต่สมัยใด แต่ก็ประเมินจากสายตาได้ว่าเก่าแก่มากทีเดียว

            จุดที่ควรแวะชมคือชั้นบนของศาลาพิทักษ์ไทย ในอดีตสมัยปราบคอมมิวนิสต์บนศาลานี้ไว้เก็บศพผู้เสียชีวิตจากการปะทะ ต่อมาจนถึงปัจจุบันได้ปรับปรุงให้เป็นพื้นที่จัดแสดงพระพุทธรูปไม้ ซึ่งมีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับเมืองน่านขนานแท้ จำนวนกว่า 200 องค์ พระพุทธรูปไม้ หรือพระเจ้าไม้ถือได้ว่าเป็นศาสนวัตถุที่สร้างสืบทอดและกลายเป็นประเพณีของคนไทยล้านนาในจังหวัดน่าน สำหรับพระพุทธรูปไม้เก่าแก่ที่สุดในวัดนี้มีอายุกว่า 280 ปี!

            นอกจากนี้ในพิพิธภัณฑ์ฯ ยังมีหีบธรรมและสมุดใบลาน (บั๊บลาน) ทั้งเก่าแก่และทรงคุณค่า แต่อย่ามัวไหว้พระหรือชื่นชมของเก่าเพลินจนลืมประทับตราล่ะ ที่นี่คือหนึ่งในจุดประทับตรานะ (หลวงพ่อเจ้าอาวาสฝากบอก)

            จากวัดน้ำล้อมไปไม่ไกล ที่ถนนสุมนเทวราช ในซอย 2 มีสถานที่น่าแวะอีกแห่งคือ โฮงเจ้าฟองคำ ลักษณะเป็นบ้านเรือนไทยสไตล์ล้านนายกสูง แค่ปั่นเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงความร่มรื่นของเงาไม้ใหญ่ เดิมทีที่นี่เป็นคุ้มของเจ้าศรีบุญมา หลานเจ้ามาหวงศ์ เจ้าผู้ครองนครน่าน หนึ่งในเรือนเก่าแก่สวยงาม ของเมืองน่านที่ยังคงลักษณะตัวอาคารเดิม

            เดินขึ้นไปบนโฮง (บนเรือน) คล้ายได้ย้อนเวลากลับไปสมัยโบราณ ภาพในละครพีเรียดแวบเข้ามาทันใด เพราะบนโฮงเป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องมือเครื่องใช้เก่าหาดูยาก ห้องหับถูกจัดให้เป็นแบบดั้งเดิม หากเดินชมเบื่อแล้วลงไปที่ใต้ถุนอีกรอบ ไปชมการสาธิตทอผ้าพื้นเมือง สำหรับคนที่อยากได้ของฝากติดมือกลับบ้าน ที่นี่มีผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจำหน่าย สวยสมราคา ที่นี่เป็นจุดประทับตราด้วย

            ระยะทางแต่ละจุดไม่ไกลกัน แต่อย่างไรก็ต้องหาเรื่องแวะกินน้ำ กินขนมให้ได้ เพราะว่ากันว่าที่น่านมีร้านกาแฟเก๋ๆ ที่ได้ฉายาว่า “ร้านกาแฟพ่อค้าแซ่บ”

            แม้จะไม่ได้มีรสนิยมชอบผู้ชาย แต่จะเป็นไรหากจะลองปั่นจักรยานไปดูหน้าพ่อค้าว่าแซ่บจริงดั่งคำล่ำลือหรือไม่ ปรากฏว่าไปถึงร้านกาแฟ Mix Academic Café ที่ถนนเปรมประชาราษฎร์ ก็ลืมเรื่องพ่อค้าหมดสิ้น มัวแต่เพลินกับการตกแต่งร้านสไตล์ Loft ดิบๆ ปูนเปลือย แถมมีธีมเกี่ยวกับจักรยานสอดแทรกอยู่ด้วย

            หลังจากนั้นหนุ่มน้อยเจ้าของร้านก็ออกมาต้อนรับ อืม...หน้าตาดีใช้ได้ แต่ที่แนะนำให้ลองลิ้มชิมรสคือเครื่องดื่มจำพวกกาแฟ และขนมเค้กหลากหลายชนิด ที่หน้าตาและรสชาติ ‘แซ่บ’ ไม่แพ้เจ้าของร้าน (ที่นี่จะเป็นจุดประทับตราด้วย)

            หากไม่หนำใจ ตัวเมืองน่านแสนกะทัดรัดยังมีที่ให้ปั่นจักรยาน (หรือด้วยวิธีการอื่นๆ) ไปเที่ยวได้อีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นอุโมงค์ลีลาวดีหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน แค่ข้ามมาอีกฝั่งถนนจากวัดภูมินทร์ ก็มีมุมเก๋ๆ ของต้นลีลาวดีที่ขนาบข้างทางและบรรจบกันเป็นอุโมงค์ เดินผ่ากลางแล้วถ่ายรูปชิคๆ อวดเพื่อนได้แล้ว

            ออกไปอีกหน่อยที่อำเภอภูเพียง มีวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อันเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุแช่แห้ง องค์พระธาตุตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ สีทองสุกปลั่ง เป็นพระธาตุประจำปีนักษัตรเถาะ (ปีกระต่าย)

            อีกที่ที่ไม่อยากให้พลาดคือวัดพระธาตุเขาน้อย ที่นี่มีทั้งพระธาตุให้กราบสักการะและมีจุดชมวิวเห็นเมืองน่านแบบพาโนรามา มีพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน โดดเด่นอยู่ในภาพด้วย

          และไม่ว่าจะอย่างไร ขอให้ตบท้ายด้วยร้านของหวานป้านิ่ม แนะนำให้ลิ้มลองบัวลอยไข่หวานที่รสละมุนลิ้น พิเศษตรงที่มีขนมหวานอื่นให้ใส่รวมกับบัวลอยได้ด้วย เช่น ไอศกรีมกะทิ (เมนูนี้ผมว่ารสชาติลงตัว)