ผบช.ภ. 8 สั่งกำชับดูแลคดีเรือสปีดโบ๊ทล่ม หวั่นกระทบด้านการท่องเที่ยว
ความคืบหน้าเหตุเรือสปีดโบ๊ทหรือเรือด่วนบรรทุกผู้โดยสารซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรวมลูกเรือจำนวน 36 คนกลับจากดำน้ำที่หมู่เกาะอ่างทอง พลิกคว่ำบริเวณเขาแหลมใหญ่ ใกล้กับแหลมกากี ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวไว้ได้ทั้งหมดจำนวน 28 คนลูกเรือ 4 คน มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสียชีวิต 2 คน และสูญหายอีก 2 คนเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 26 พ.ค.59 ที่ผ่านมาท่ามกลางสภาพอากาศคลื่นลมแรงจัด และต้องยุติการค้นหาเนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย และเริ่มต้นการค้นหาต่อเนื่องในวันนี้ครับ/ค่ะ
ช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเกาะสมุยกว่า 20 คนร่วมประชุม เตรียมการออกค้นหานักท่องเที่ยวที่ยังคงสูญหายอยู่อีก 2 คนจากอุบัติเหตุดังกล่าว
ด้าน พันตำรวจเอกไพฑูรย์ กระจะจ่าง ผู้กับการสถานีตำรวจภูธรเกาะสมุย ระบุว่า มีการสอบปากคำพยานแล้ว12 ปาก โดยพยานส่วนใหญ่ให้การว่าคนขับเรือขับมาด้วยความเร็วสูง ประกอบกับคลื่นลมแรงจึงเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งตำรวจได้คุมตัวคนขับเรือไว้แล้ว
ด้าน พลตำรวจโทเทศา ศิริวาโท ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 สั่งการให้ พลตำรวจตรีอภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เร่งสอบสวนเกี่ยวกับสาเหตุที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เพราะผู้เสียชีวิตและนักท่องเที่ยวที่โดยสารเรือลำดังกล่าวทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติอาจจะเกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวได้
ด้านนายประภาส อินทนปสาธน์ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวบ้างแต่ไม่มากเพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทั้งนี้ต้องรอการสรุปสาเหตุจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้แน่ชัดก่อน เพื่อจะได้อธิบายให้นักท่องเที่ยวทราบต่อไป
สำหรับสภาพอากาศในช่วงเช้านี้อากาศปลอดโปร่ง ไม่มีฝนและไม่มีคลื่นลมแรง การเดินเรือข้ามฟากจากดอนสัก – สมุยและสมุย-ดอนสัก เรือเฟอร์รี่และเรือท่องเที่ยวเดินทางได้ตามปกติ และเรือสปีดโบ้ทระหว่างหมู่เกาะอ่างทอง-เกาะสมุยช่วงเช้าเดินทางได้ตามปกติเช่นกัน





