วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อพท.เล็งช่วยพัฒนาคลัสเตอร์ท่องเที่ยว

"อพท." เสนอขยายเขตพัฒนาการท่องเที่ยว 8 กลุ่มคลัสเตอร์ เชื่อมโยงการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก ประสานให้การทำงานระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน

พันเอกนาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. กล่าวว่า หลังจากที่ อพท.ได้เข้าไปเป็นกรรมการร่วมในคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) แล้ว ในช่วงวันที่ 31 พ.ค.เตรียมเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ของ อพท.เห็นชอบในการเสนอขอแก้ไขนิยามความหมายของพื้นที่พิเศษ ซึ่งปัจจุบันครอบคลุม 6 พื้นที่ ให้ขยายไปครอบคลุมเขตพัฒนาการท่องเที่ยว 8 คลัสเตอร์ ที่ ท.ท.ช.ผลักดันและผ่านการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเห็นชอบไปแล้ว หากบอร์ดเห็นชอบก็จะเสนอให้พลเอกธนศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล อพท.นำเรื่องให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติต่อไป
ทั้งนี้ แนวคิดในการขยายกรอบพื้นที่พิเศษ เนื่องจากต้องการทำให้การพัฒนาการท่องเที่ยวสามารถบูรณาการเชื่อมโยงกับกรอบใหญ่ด้วย ซึ่งการแก้ไขคำว่าพื้นที่พิเศษบรรทัดเดียว แต่จะทำให้ขอบข่ายทำงานสามารถเข้าไปสนับสนุนและเชื่อมโยงกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์ท่องเที่ยวได้ทันที

นอกจากนั้น ยังตรงกับเจตนารมณ์ดั้งเดิมของ อพท.ที่เน้นสร้างให้การท่องเที่ยวมีส่วนช่วยกระจายรายได้ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง และยังตอบความต้องการของพัฒนาในการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก เนื่องจากคณะทำงานของ อพท.มีอัตรากำลักระจายในพื้นที่อยู่แล้ว และมีองค์ความรู้จากการดำเนินงานในอดีตที่ช่วยขับเคลื่อนประสานให้การทำงานในคลัสเตอร์ ระหว่างภาครัฐ, ภาคเอกชน และภาคชุมชนสอดคล้องกันด้วยดี แต่ยืนยันว่าการเพิ่มขอบข่ายงานดังกล่าว เป็นไปเพื่อสนับสนุนภารกิจท่องเที่ยวให้สะดวกขึ้นเท่านั้น โดยที่ อพท.ไม่จำเป็นต้องของบประมาณเพิ่มแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าขณะนี้ อพท.เองในฐานะที่เป็นองค์การมหาชน ยังต้องรอการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (กพม.) ซึ่งมีอำนาจเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบในการจัดตั้ง การรวม หรือการยุบเลิก องค์การมหาชน ได้ตามพ.ร.บ.องค์การมหาชนฉบับใหม่ 26 มาตราที่เพิ่งบังคับใช้ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาด้วย ว่าจะมีผลต่อทิศทางขององค์กรอย่างไรในอนาคต

สำหรับความคืบหน้าในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามแนวคลัสเตอร์หลังจากนี้ ในวันที่ 23 พ.ค.นี้ พลเอกธนะศักดิ์ จะเป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คช้อป) ด้านท่องเที่ยวให้กับชุมชน 46 แห่ง มีผู้แทนจำนวน 150 คนจากเขตพัฒนาการท่องเที่ยว 5 คลัสเตอร์ เพื่อร่วมทำแผนการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อชุมชน หลังจากได้เซ็นบันทึกข้อตกลงกับนายพงษ์ภาณุ เศวตรุณทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เรื่องการร่างยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวชุมชนฉบับแรก
ส่วนความคืบหน้าในการนำเสนอครม.อนุมัติประกาศพื้นที่พิเศษพื้นเพิ่มเมืองหัวหิน-ชะอำ และพื้นที่เชื่อมโยงนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการถามเวียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนนำเสนอต่อที่ประชุม ครม. นอกจากนั้น ยังมีประเด็นขยายอำเภอในพื้นที่พิเศษเมืองโบราณเชียงแสนและพื้นที่เชื่อมโยงให้ได้ 5 อำเภอ ประกอบด้วย เชียงแสน, เชียงราย, แม่จัน รวมถึงอีก 2 อำเภอที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สาย และเชียงของ คาดว่าจะได้รับการพิจารณาจากครม.ภายในปีนี้

ทั้งนี้ เขตพัฒนาการท่องเที่ยว3คลัสเตอร์ล่าสุดที่ ครม.อนุมัติ ได้แก่ เขตพัฒนาการท่องเที่ยวมรดกโลกทางวัฒนธรรม (สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร), เขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง (หนองคาย เลย บึงกาฬ มุกดาหาร นครพนม), เขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง (อยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี อ่างทอง สิงห์บุรี) ทำให้ปัจจุบันมีเขตพัฒนาการท่องเที่ยวรวม11คลัสเตอร์

นอกจากนั้น อพท.ได้ร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อดำเนินโครงการ “ประชารัฐพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ช่วยชุมชนในการปรับปรุงเพิ่มคุณภาพสินค้าโอท็อปให้มีเอกลักษณ์โดดเด่น และให้ความรู้ด้านการตลาด มีโครงการนำร่องใน6หมู่บ้านซึ่งเป็นชุมชนอุตสาหกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ได้แก่ บ้านเชียง อุดรธานี,บ้านนาตีน กระบี่,บ้านนาตาโพ อุทัยธานี,บ้านโพธิ์กอง สุรินทร์,บ้านหนองผือน้อย อุบลราชธานี และบ้านไร่กองขิง เชียงใหม่ ทั้ง6หมู่บ้านมีผู้ประกอบการรวมกันกว่า 50 ราย สามารถสร้างรายได้แก่ชุมชนทั้ง6แห่งไม่ต่ำกว่า20ล้านบาท และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้กว่า10-15%