วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หยดน้ำแข็งของกาลเวลา

เมื่อช่างฝีมือทำงานร่วมกับศิลปิน ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการคาดเดา

8 เดือนเต็มที่หมู่บ้านเล็กๆใจกลางหุบเขาที่มีชื่อว่าวัลเลย์ เดอ ฌูซ์ ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปกคลุมไปด้วยหิมะและแผ่นน้ำแข็ง

ในวันที่น้ำแข็งหลอมละลายกลายเป็นหยดน้ำ เสียง ติ๊ก ติ๊ก ที่หล่นลงบนพื้นดิน ไม่ได้หมายถึงสัญญาณของการย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแต่เพียงอย่างเดียว หากยังเป็นเสียงติ๊ก ติ๊ก ที่เป็นสัญญาณของการเผยโฉมนาฬิกาชิ้นใหม่ล่าสุดของโอเดอร์มาร์ ปิเกต์ ( Audemars Piguet ) สู่โลกภายนอกแล้ว

เมื่อช่างฝีมือทำงานร่วมกับศิลปิน ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการคาดเดา โอลิวิเย่ร์ โอเดอมาร์ (Olivier Audemars) รองประธานบอร์ด และผู้สืบทอดแบรนด์นาฬิกา โอเดอร์มา ปิเกต์ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 141 ปี บอกกับเรา

“บางครั้งเราก็ต้องหยิบยืมเลนส์สายตาของศิลปินมาใช้บ้าง เพราะว่าพวกเขามีมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เราได้เรียนรู้โลกในมุมมองที่แตกต่างออกไป”

โชว์ไทม์

  เวลาของการแสดงเริ่มขึ้นแล้ว ! เซบาสเตียน เออร์ราซูริส (Sebastien Errazuriz) ศิลปินและดีไซเนอร์เชื้อสายชิเลี่ยนผู้มีชื่อเสียงในนิวยอร์ก (เจ้าของรางวัลสุดยอดดีไซเนอร์แห่งปี 2010 ของประเทศชิลี และดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่แจ้งเกิดแห่งปี 2007 จากการคัดเลือกของนิตยสาร I.D) อธิบายถึงที่มาของแนวคิดในการออกแบบคอลเลคเตอร์ เลาจน์ ให้กับโอเดอมาร์ ปิเกต์ ในเทศกาลศิลปะที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาร์ต บาเซิล 2016 (Art Basel) ที่ฮ่องกง เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาง

“เสียงติ๊ก ติ๊ก สำหรับผมไม่ใช้สัญาณที่บอกว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังจะมาถึง แต่ว่ามันเป็นเสียงของเข็มนาฬิกา ติ๊กๆที่บอกว่า ได้เวลาเปิดเผยตัวตนของผลงานศิลปะที่ใช้เวลาประดิษฐ์ในช่วง 8 เดือนเต็มแล้ว”

ไม่เพียงแต่เสียงของหยดน้ำจากน้ำแข็งอันเย็นเฉียบ เออร์ราซูริส ยังถ่ายทอดธรรมชาติของวัลเล่ย์ เลอ ฌูซ์ หมู่บ้านที่ความหนาวเย็นครอบคลุมนาน 8 เดือนใน 1 ปี เป็น 8 เดือนที่ดูเหมือนว่าจะอยู่อย่างแยกตัวกับโลกภายนอก ทว่าเป็นช่วงเวลาที่ช่างฝีมือได้จดจ่อกับเครื่องจักรกลที่สลับซับซ้อน และประดิษฐ์ด้วยมือทุกขั้นตอน

เออร์ราซูริส ออกแบบเลาจน์ด้วยประติมากรรมแท่งน้ำแข็งใส โดยหยิบยกรูปทรงของผลึกน้ำแข็งมาซ้อนไขว้กันไปมา ในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหม่ที่มองว่าเป็นงานประติมากรรม หรือฉากกั้นภายนอกที่จะนำไปสู่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในก็ได้

ในขณะที่ห้องรับรองภายในทำเป็นเวทีเตี้ยๆ สำหรับช่างทำนาฬิกาที่จะมาสาธิตและบอกเล่าชิ้นส่วนเล็กๆที่มีกลไกซับซ้อน และขั้นตอนงานปักฉลุโครงสร้างที่ละเอียดปราณีต

มาสเตอร์พีซคอลเลคชั่น

  นอกจากแสดงให้เห็นถึงฝีมือของช่างทำนาฬิกาแล้ว การแสดงยังครอบคลุมไปถึงนาฬิกา 10 เรือนที่ถือว่าเป็นมาสเตอร์พีช คอลเลคชั่น ดิสเพลย์ในตู้โชว์ที่ออกแบบพิเศษ

โดยเฉพาะนาฬิกาประดับเพชรที่ถือเป็นไฮไลท์ 2 รุ่น ได้แก่ ไดมอนด์ พังค์ (Diamond Punk) และไดมอนด์ ฟิวรี (Diamond Fury)

เออร์ราซูริส นำเทคนิคของกล้องคาไลโดสโคป มาใช้ในการออกแบบตู้ดิสเพลย์ที่สะท้อนมุมมองของนาฬิกาประดับเพชรได้อย่างรอบทิศทาง โดยอาศัยเอฟเฟคของกล้องคาไลโลสโคป ทำให้ดึงดูดสายตาในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นประกายระยิบระยับที่สะท้อนกันไปมา เป็นมุมมองที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ถ้ำน้ำแข็งอันเงียบงัน

หากคุณอยากได้ยินเสียง ติ๊ก ติ๊ก จากเรือนนาฬิกาชิ้นเอกชัดๆ มีประตูลับอยู่บานหนึ่งที่จะเปิดให้คุณได้สัมผัสกับถ้ำเล็กๆที่สองด้านตกแต่งด้วยวัสดุสีขาวทรงแหลมคล้ายน้ำแข็งแหลมที่ไหลลงมาจากหลังคาถ้ำ ให้ความรู้สึกเย็น เงียบ

ในขณะที่ผนังอีกสองด้านเป็นกระจกใส แม้ว่าคุณจะได้มีเวลาสนทนาเป็นส่วนตัวกับผู้เชี่ยวชาญและฟังเสียงนาฬิกาได้อย่างชัดเจน แต่คุณก็จะไม่รู้สึกว่าอึดอัดเหมือนติดอยู่ในถ้ำ เพราะได้เห็นผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้านนอกกระจก เช่นเดียวกับคนที่อยู่ภายนอกก็ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นเรื่องราวในถ้ำน้ำแข็งได้อย่างหายสงสัย

และนี่คือ อีกหนึ่งกิมมิกในการออกแบบของ ศิลปินและนักออกแบบชาวชิลี ที่ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน

หยุดเวลาไว้ ..เชื่อมโยงถึงกัน

“อย่าลืมว่าโลกปัจจุบันทุกอย่างออนไลน์ คนมาหยุดถ่ายรูปแล้วกระจายผลงานออกไป ผมอยากให้คนมาหยุดที่นี่ ถ่ายรูปแล้วแชร์ภาพออกไป

ลองคิดดูเมื่อเข้ามาในงานอาร์ตแฟร์ที่เต็มไปด้วยแกลลอรีศิลปะมากมาย ทุกแกลลอรีล้วนพยายามเรียกให้คุณเข้าไป ถ้าเราเห็นงานที่เราเคยเห็นแล้ว เราก็จะเดินผ่านไป เมื่อเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นเราจะหยุด

ในเลาจน์ของโอเดอมาร์ ปิเกต์ ผมสร้างเวทีที่เปิดให้เห็นงานแสดงของช่างฝีมืออันปราณีต ที่เปิดถึงขั้นตอนว่ากว่าจะมาเป็นนาฬิกาเรือนหนึ่งนั้นต้องใช้ฝีมือ ความอดทน และเวลามากเท่าไหร่

เมื่อคุณก้าวเข้ามาในเวทีนี้ คุณจะใช้เวลาและคิดถึงเรื่องของเวลา  ผมเชื่อว่ามีบางสิ่งที่เชื่อมโยงคนเรากับเวลาเข้าด้วยกัน

งานศิลปะและออกแบบทุกอย่างของผมล้วนเชื่อมโยงกับ เวลา ทั้งสิ้น” เออร์ราซูริส เน้นพร้อมกับรอยยิ้ม

โลกศิลป์สู่โลกของกาลเวลา

  การเดินทางจากธุรกิจนาฬิกาสู่โลกของศิลปะนั้น ถือได้ว่าเป็นการก้าวสู่โลกใหม่ โอลิวิเยร์ โอเดอมาร์ กล่าวว่า เมื่อตัดสินใจเชื่อมโลกทั้งสองเข้าไว้ด้วยกันแล้ว ไม่เพียงแต่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ หากยังมีโอกาสได้เห็นศิลปิน และดีไซเนอร์รุ่นใหม่ถ่ายทอดความคิดและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของ โอเดอมาร์ ปิเกต์ ในรูปแบบของศิลปะร่วมสมัย

“เราตัดสินใจเข้าร่วมงานอาร์ต บาเซิล ในฐานะผู้สนับสนุนรองอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2013 และเซ็นสัญญาความร่วมมือในระยะยาวในฐานะพันธมิตรโลกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้เรายังจัดให้มีโอเดอมาร์ ปิเกต์ อาร์ต คอมมิสชั่น สนับสนุนศิลปินภายใต้การดูแลของภัณฑารักษ์รับเชิญ เป็นเวลา 1 ปี ทั้งด้านเงินทุน อุปกรณ์ต่างๆในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เพื่อนำมาจัดแสดงในงานอาร์ต บาเซิล ไมอามี ในช่วงปลายปี

ปีที่ผ่านมาจัดแสดงผลงาน Synchonicity ของศิลปินชาวสวิส โรบิน มิเยร์ (Robin Meier) เป็นงานอินสตอลเลชั่นที่กล่าวถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติของหิ่งห้อยที่ทำปฏิกิริยาเรืองแสง (กระพริบ)พร้อมเพรียงกันไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของโลก (ผลงานชิ้นนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในงาน Fondation d’Enterprise Ricard Prize ครั้งที่ 17)

สำหรับอาร์ต คอมมิสชั่นปีนี้ โอเดอมาร์ ปิเกต์ ประกาศให้ ริวชุน เชง (Ruijun Shen) รับหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์ ทำงานร่วมกับศิลปินรุ่นใหม่ ซุน ฉิง (Sun Xun) ในฐานะศิลปินคนที่ 2 ของโอเดอมาร์ ปิเกต์ โดยผลงานของเขาจะจัดแสดงเป็นครั้งแรกในงานอาร์ต บาเซิล ไมอามี ธันวาคมปีนี้” โอลิวิเยร์ โอเดอมาร์ กล่าว

เมื่อนั้นเราคงจะได้เห็นเรื่องราวของ “เวลา” ที่ถ่ายทอดผ่านเลนส์สายตาของศิลปินจากโลกตะวันออก บอกเล่าเรื่องราวของช่วงฝีมือในหมู่บ้านเล็กๆในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีชื่อว่า วัลเลย์ เดอ ฌูซ์

เชื่อว่าคงเป็นผลงานที่เหนือความคาดเดาอีกเป็นแน่

 ภาพ  : โอเดอมาร์ ปิเกต์