'อั้ม อธิชาติ' แจงใช้งบ220ล้านสร้าง 'เจ้าเวหา'

'อั้ม อธิชาติ' แจงใช้งบ220ล้านสร้าง 'เจ้าเวหา'

พระเอกและผู้จัดฯ "อั้ม อธิชาติ" แจงใช้งบ220ล้าน สร้างละคร "เจ้าเวหา" ลั่นสมเหตุสมผล

 "เจ้าเวหา" ซีรีย์ละครฟอร์มดี กำลังถูกจับตามองยิ่งขึ้น หลังนายกรัฐมนตรี อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พูดถึงในรายการคืนความสุขฯ และชวนไปติดตามชมอีกต่างหาก


"เจ้าเวหา" ออนแอร์ไปแล้ว ตอน "ฝั่งน้ำจรดฝั่งฟ้า" ที่ได้ "อั้ม" อธิชาติ ชุมนานนท์ และ "นุ่น" วรนุช ภิรมย์ภักดี เป็นนักแสดงนำ


กล่าวกันว่า ละครซีรีย์ดังกล่าว ลงทุนกว่า 220 ล้าน ซึ่ง "อั้ม อธิชาติ" พระเอกละครและผู้จัดฯ ยอมรับกับ "บันเทิง คมชัดลึก" ว่า ประมาณนั้น แต่ด้วยความที่มีนักแสดง ซึ่งอยากให้มาร่วมงานด้วยจริงๆ ในหลายส่วนงบประมาณจะถูกแชร์ไปในเรื่องของนักแสดง และโปรดักชั่น ซึ่งเรื่องค่าตัวสมเหตุสมผล ทุกคนได้ตามสิ่งที่สร้างกันมา เพราะให้เกียรตินักแสดงทุกคน

"ตอนนี้กระเป๋าไม่มีช่องว่างแล้ว มันแหก (หัวเราะ) ความจริงเราตั้งใจ ทำให้คุ้มค่ากับการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของนักแสดง หรือโปรดักชั่น ถ้าเราทำได้ เราทำเต็มที่ อาจจะมีเรื่องของการสนับสนุนจากกองทัพต่างๆ ด้วย"

เรื่องโปรดักชั่นการแสดงตอนแรกวางไว้ เป็นแนวโรแมนติกดราม่า มีแอ็กชั่นประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ แต่พอเล่นไปเล่นมา ปรากฏว่าฉากแอ็กชั่นงอกขึ้นเอง เพราะอยากได้อะไร ที่ไม่เหมือนละครทั่วไปและเป็นเรื่องเกี่ยวกับทหาร

"นอกจากการสู้รบกันของทหารแล้ว ผมอยากให้มองในเรื่องของความเสียสละ อย่างทหารหน่วยซีล (Seal) ที่ผมเคยคุยด้วย บางคนภรรยาเขายังไม่รู้เลยว่า สามีเป็นทหารหน่วยซีล คิดว่าเป็นแค่ทหาร เพราะเขาบอกไม่ได้ ต้องเป็นความลับ ผมคิดว่าทุกอาชีพต้องมีความเสียสละ แต่ที่เราเชิดชูอาชีพทหาร เพราะเป็นอาชีพที่ทำให้พลเมืองอย่างเรา อยู่กันอย่างสุขสบาย เวลาเราไปเห็นทหารจริงๆ ที่โดนระเบิดจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ขาขาด นอนอยู่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พอเป็นข่าวไป ก็แค่ข้ามวัน แต่ชีวิตจริงของพวกเขาต่อจากนั้น ยังต้องเดินต่อไป จากคนเคยแข็งแรง วันหนึ่งต้องมาขาขาด แขนขาด หรือสมองหายไปข้างหนึ่ง เขาจะอยู่ยังไง ไม่เคยมีคนไปนั่งนึกถึงนะ ทหารเป็นคาบเกี่ยวบางๆ ระหว่าง ความเข้มแข็งกับความไม่ปกติ ผมอยากทำให้คนดูฮึกเหม รู้สึกภูมิใจในชาติไทย และหน้าที่ของตัวเอง"

ถามว่า จากคนทำงานเบื้องหน้า ตอนนี้ต้องมาทำเบื้องหลังด้วย ซึ่งพระเอกหนุ่มอธิบายว่า มันคงเป็นอีกสเต็ปหนึ่ง แต่ด้วยความ ที่เราอยู่ในกองถ่ายทุกวัน เรารู้ว่าการอยู่ในกองจะต้องทำอะไรบ้าง มีความวุ่นวายตรงไหน เราค่อนข้างจะเตรียมตัวมาอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยรู้สึกว่า เราต้องเปลี่ยนแปลงอะไรมาก แต่การทำงานตรงนี้ เหมือนเราได้เอาความฝันมาใส่ในพื้นที่ของตัวเอง แล้วคิดว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร

ด้านคู่ชีวิตของอั้มที่ผันตัวเองเป็นผู้จัดละคร อย่าง "นัท" มีเรีย เบเนเดตตี้นั้น เขาเผยว่า เรื่องการดูแลกองถ่ายว่า นัทจะเป็นห่วงจะคอยห้ามมากกว่า เพราะตัวเองชอบเล่นฉากบู๊เอง บางทีต้องไม่ให้เขามากอง จะได้ไม่เห็น อย่างพวกฉากโดดเฮลิคอปเตอร์

"มีอยู่ฉากหนึ่งที่เป็นฉากกระโดดหนีระเบิด ผมเห็นว่ามีสตั้นแมนมา แต่ผมคิดว่าตัวเองเล่นได้ คุณนัทเขารีบดึงตัวผมไปซ่อนไว้ ไม่ให้ไปอยู่หน้ากอง เพราะตอนแรกผมปีนขึ้นตึกไปอยู่ชั้น 2 แล้ว เตรียมจะกระโดดเอง"

ส่วนประเด็นเรื่องการเป็น "รุ่นใหญ่" นั้น อั้มระบุว่าไม่ได้รู้สึกกับคำว่านักแสดงรุ่นใหญ่ หรือไม่ได้รู้สึกว่า คำว่ารุ่นใหญ่จะบ่งบอกถึงอายุหรืออะไรก็แล้วแต่ ทุกอย่างคือวัฏจักรของวงการ เพราะเราเคยเป็นนักแสดงตัวน้อยๆ ที่มองเห็นการทำงานของนักแสดงรุ่นพี่ ซึ่งคำว่านักแสดงรุ่นใหญ่ คงมีความหมายอีกอย่างหนึ่งว่า การเคารพในอาชีพนักแสดง เคารพคนอื่น การเป็นนักแสดงไม่ได้หมายความว่าคุณหน้าตาดี หรือดังกว่าใคร ผมมองว่ามันคือคุณภาพของการทำงานที่เรารักมากกว่า

"เราอาจจะเห็นเด็กสมัยนี้อยากเป็นนักแสดง อยากเป็นดารา จนลืมแก่นแท้ว่า ทุกอย่างต้องเกิดมาจากความรัก ไม่ใช่มองแค่เปลือกภายนอกว่า ได้เงินเยอะ ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ ทุกสิ่งต้องเกิดจากความรักในงานของตัวเองก่อน" อั้มกล่าวทิ้งท้าย