วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเล “เกาะเต่า”

พอหมดลมหนาว อากาศร้อนอบอ้าวเข้ามาแทนที่ แต่ไม่รู้ทำไม ยิ่งร้อน...หัวใจยิ่งเรียกร้องสายลม แสงแดด และชายหาด

พาลให้ชวนคิดไปว่า ถ้าได้นั่งอยู่ริมทะเล ฟังเสียงเกลียวคลื่นสบายๆ คงมีความสุขไม่น้อย


..................


ช่วงบ่ายโมง ขณะที่อากาศกำลังร้อนระอุ เป็นเวลาที่ผมยืนอยู่บนแผ่นดินกลางมหาสมุทร เกาะเต่า เกาะสวรรค์ ดินแดนในฝันของนักท่องเที่ยวหลายคน


ไม่เพียงแค่หัวใจดวงน้อยๆ ของผมเท่านั้นที่พาผมนั่งเรือจากฝั่งตรงมายังเกาะเต่าที่แสนสวยงาม แต่กิจกรรมที่ทำให้ผมตั้งใจมาที่นี่ นั่นก็คือ การนำประติมากรรมผลงานอันเลอค่าของศิลปินชาวฝรั่งเศสลงสู่ใต้ท้องทะเลเพื่อการอนุรักษ์แนวปะการัง


เสน่ห์ทะเลใต้


ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเกาะเต่าเกิดคดีข่าวอื้อฉาวขึ้นจนเกิดผลลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวน้อยลงเลย ยังคงมีชาวต่างชาติหลายประเทศดั้นด้นมาเพื่อมาชมความงามเของเกาะเต่า และหมู่เกาะทะเลใต้ไม่ขาดสาย


เกาะเต่า เป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทะเลอ่าวไทย เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอพะงันจังหวัดสุราษฎร์ธานี ห่างจากชายฝั่งประมาณ 110 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดชุมพรประมาณ 74 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 21 ตารางกิโลเมตร เกือบทั้งหมดของเกาะเป็นภูเขารูปร่างคล้ายเม็ดถั่ว มีชายหาดและอ่าวเว้าแหว่งต่างๆ มากมาย และยังมีชายฝั่งทอดยาวออกไปหลายกิโลเมตร รวมถึงแนวปะการังยาว 8 กิโลเมตร ซึ่งสภาพปะการังมีความกว้างเฉลี่ยถึง 200 เมตร


เนื่องจากในอดีตมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ชายหาดรอบๆ มีเต่ามาวางไข่เป็นจำนวนมาก จนถูกตั้งชื่อว่า “เกาะเต่า” แต่ปัจจุบันมีกิจการที่พักและบังกะโลเปิดให้บริการอยู่มากมายร่วมร้อยแห่งมาแทนที่กระจายอยู่ทั่วเกาะ โดยเฉพาะตามชายหาดต่างๆ และพัฒนามาเรื่อยจนกระทั่งกลายเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก


ห่างออกไปทางทิศเหนือเพียง 480 เมตรคือ เกาะนางยวน ที่งดงามไม่แพ้กัน ซึ่งเกาะนางยวนประกอบไปด้วยเกาะเล็กๆ 3 เกาะ ถูกเชื่อมเข้าหากันด้วยสันทรายสีขาว ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใส ยังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้บนหาดเดียวกัน ถือเป็นเอกลักษณ์เด่นบนเกาะแห่งนี้


ผมใช้เลาเดินทางร่วม 2 ชั่วโมงจากท่าเรือเร็วลมพระยา จังหวัดชุมพร ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ผู้ชายมักถอดเสื้อ ผู้หญิงใส่ชุดบิกินีเดินไปเดินมาไม่อายสายตาชาวไทย ต่างจากเราที่แต่งตัวมิดชิด ทาครีมกันแดดหนาหลายชั้น บอกกับตัวเองว่าทาไว้กันมะเร็งผิวหนัง แต่แท้จริงแล้วผมกลัวดำต่างหาก เส้นทางการวิ่งของเรือจะแวะส่งผู้โดยสารที่เกาะนางยวนก่อน ต่อด้วยเกาะเต่า เกาะพะงัน และจุดหมายปลายทางที่เกาะสมุย


เมื่อถึงท่าเรือแม่หาด เปรียบเสมือนประตูสู่เกาะเต่า ผมยังคงมีอาการเมาเรือจากคลื่นทะเลต้องใช้เวลาอยู่พอสมควรกว่าจะหาย บรรยากาศที่ท่าเรือดูวุ่นวายด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่แห่กันขนสัมภาระ มีแท็กซี่และรถจากรีสอร์ทมายืนถือป้ายรอรับลูกค้ากันเต็มไปหมด ส่วนใครที่ไม่มีรถมารับสามารถนั่งรถสองแถวที่วิ่งรอบเกาะ ราคา 50 – 100 บาท ผมละสายตาจากผู้คนมองลงไปยังด้านล่างสะพานไม้พบเห็นฝูงปลาจำนวนมากที่แหวกว่ายเต็มไปทั่วท้องทะเล บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์


ด้วยพื้นที่กว้างขวางมีอ่าวและชายหาดหลายแห่ง ผมกับเพื่อนร่วมทริปในครั้งนี้เลือกอ่าวโฉลกบ้านเก่าซึ่งอยู่ทางใต้ของเกาะเต่าเป็นที่พักกาย เพราะเดินทางไปยังจุดต่างๆ สะดวกและไม่ไกลจากท่าเรือ แถมรีสอร์ทยังติดกับชายหาดที่ลืมตาตื่นมาในตอนเช้าก็สัมผัสกับทะเลเพียงแค่เอื้อม


เมื่อเก็บสัมภาระเรียบร้อยผมเดินทอดน่องบนชายหาดพร้อมจิบน้ำมะพร้าวไปด้วย มีเปลผูกติดกับต้นไม้ ไม่รอช้าที่จะลงไปนอนเอนกาย โยกเบาๆ และมองออกไปยังทะเล เห็นชาวต่างชาติปูผ้านอนอาบแดดกันเป็นแนวยาวทั้งซ้ายขวา ผมแอบเหล่มองด้วยความเขินอายและยิ้มกรุ้มกริ้ม คงทำไม่ได้หรอกถ้าให้ไปนอนแบบนั้น ขออยู่ใต้ร่มเงาดื่มด่ำกับไอทะเลดีกว่า แล้วเวลาก็ลากยาวมาจนพลบค่ำ


ประติมากรรมเพื่อธรรมชาติ


หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จมีโอกาสได้พูดคุยกับ สเปนเซอร์ อาร์โนลด์ หัวหน้าโครงการปะการังเทียม New Heaven Reef Conservation Program (NHRCP) ซึ่งเป็นองค์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร เกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์ทางทะเลที่มุ่งวิจัยและฟื้นฟูแนวประการังเพื่อพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเกาะเต่า


“แนวประการัง เป็นอะไรที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นเวลาอุณหภูมิเปลี่ยน คนเราอาจย้ายตัวเองไปที่อื่นได้ แต่ว่าแนวปะการังไปไม่ได้ ถ้ามากกว่า 6 องศาก็อาจตาย”


เขายังพูดถึงสถานการณ์ทะเลจากการดำน้ำในหลายพื้นที่ทั่วโลกได้สูญเสียแนวปะการังสูงถึง 90% ด้วยหลากหลายสาเหตุ ซึ่งแนวปะการังที่สมบูรณ์ที่สุดอยู่แถบอินโด-แปซิฟิก แต่เมื่อแนวปะการังขยายเติบโตไปยังพื้นที่อื่นๆ ก็ไม่สมบูรณ์เท่าพื้นที่นี้


และเป็นที่น่ายินดีในพื้นทะเลของบ้านเรา เช่นเดียวกับเกาะเต่า ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาแนวปะการังเป็นอย่างมาก และรัฐบาลให้การสนับสนุนเต็มที่ นอกจากนี้ยังอนุรักษ์เต่าทะเล ที่เลี้ยงดูจนโตสามารถดูแลตัวเองได้ก็จะปล่อยลงสู่ทะเล อีกทั้งยังทำโครงการพิเศษมากมาย อย่างเช่น หอยยักษ์ ซึ่งมีหนึ่งพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วจากประเทศไทย ได้รับมาจากรัฐบาลเพื่อปล่อยตามจุดต่างๆ ให้เติบโตและขยายตามธรรมชาติ


ยิ่งในพื้นที่เกาะเต่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่ได้รับความนิยมจากนักดำน้ำทั่วโลก และคาดว่าจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกปี หลายครั้งที่การดำน้ำสร้างความเสียหายให้กับปะการัง เพราะมีการยืนหรือเดินเหยียบแนวปะการัง และบางครั้งนักดำน้ำไม่ระมัดระวังตีนกบที่ใส่อยู่ก็อาจไปกระแทกปะการังแตกหักได้ จึงมีการเขียนนโยบายทางทะเลกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ให้ความรู้พร้อมจัดโปรแกรมเพื่อสอนวิธีการดำน้ำและรักษาแนวปะการังควบคู่ไปด้วย แน่นอนว่า เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน


เมื่อรับความรู้แล้วเราก็พร้อมออกเรือไปยังจุดหมายที่จะนำประติมากรรมไปวางใต้น้ำ ผมเตรียมตัวใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย และไม่ลืมที่จะทานยาแก้เมาเรือ ไม่อย่างนั้นต้องสูญเสียมื้อเช้าที่เพิ่งทานไปเป็นแน่


สำหรับโครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร (NHRCP) กับศิลปินระดับโลกชาวฝรั่งเศส วาเลครี กูร์ตาร์ หรือ วาล ที่มีชื่อเสียงด้านประติมากรรมสัมฤทธิ์ คุณวาลเคยจัดแสดงผลงานทั้งในยุโรปและเอเชีย โดยเฉพาะที่ประเทศไทยมีผลงานของเธอหลากหลายชิ้นด้วยกัน และประติมากรรมชิ้นล่าสุดของเธอถือเป็นการพัฒนาอีกขั้น เพราะเป็นการแสดงศิลปะใต้น้ำ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีชื่อผลงานว่า “Ocean Utopia Underwater Evolutionary Sculptures by Val”


เรือที่เรานั่งมาถูกจอดเทียบข้างกับเรืออีกลำที่จะยกประติมากรรมลงสู่ทะเล เนื่องจากมีน้ำหนักพอสมควรจำเป็นต้องใช้เครนค่อยๆ ยก ซึ่งคุณวาลมีการพูดคุยกับทีมงานอย่างเคร่งเครียดเพื่อความเรียบร้อยและความปลอดภัยของทุกคน


ผมยืนมองอยู่ด้านบนของเรือเห็นชิ้นส่วนของประติมากรรมวางอยู่หลายชิ้น มีลักษณะเป็นรูปร่างมนุษย์ในอิริยาบถที่กำลังเคลื่อนไหว หล่อด้วยสัมฤทธิ์จำนวน 3 ชิ้น และมีฐานที่ทำจากคอนกรีตขนาดใหญ่ไว้ต่อกันเพื่อไม่ให้ชิ้นงานถูกกระแสน้ำพัดพาไป ผมชื่นชมแนวคิดของเธอจากความฝันเล็กๆ เพียงแค่ต้องการสร้างผลงานใต้น้ำจนนำไปสู่การอนุรักษ์แนวปะการัง ถือว่าเป็นโชคดีที่เธอเลือกเกาะเต่า


“ฉันเดินทางมาเมืองไทยครั้งแรกเมื่อ 12 ปีก่อน และได้พบกับสามี เฟรเดริค โมเคิร์ล เมื่อ 9 ปีที่แล้วเขาเป็นคนพาฉันมายังเกาะเต่า จนเป็นที่โปรดปรานของเราทั้งสอง และคิดเล่นๆ ว่า คงจะดีถ้ามีประติมากรรมอยู่ใต้ทะเลเป็นของตนเอง แต่หากเป็นเพียงแค่ศิลปะอย่างเดียวคงไม่มีความหมาย ด้วยเหตุนี้จึงเกิดเป็น Ocean Utopia ฉันขอเป็นจุดเล็กๆ จุดหนึ่งของการร่วมอนุรักษ์แนวปะการัง


ส่วนที่มาของประติมากรรมชิ้นนี้ก็เหมือนกับผลงานส่วนใหญ่ที่ฉันพยายามสื่อถึงความรู้สึก ที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูด ไม่มีนิยาม แต่อยากที่จะสื่อถึงชีวิตที่กำลังตามหาคำตอบ และความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตและธรรมชาติรอบตัว ฉันอยากให้ผู้คนไม่ว่าชาติใดก็ตามสามารถเข้าใจได้ง่าย นึกถึงชีวิตตนเองและผู้อื่นไปด้วย” คุณวาล อธิบาย


ทางทีมงานชวนเรานั่งเรือลำเล็กเพื่อจะขับพาชมรอบๆ ในขณะการนำประติมากรรมทีละชิ้นส่วนลงสู่ทะเล มีทีมงานนักดำน้ำลอยตัวอยู่เหนือน้ำ หากสังเกตดูแล้วการทำงานอาจจะดูไม่ยุ่งยากมากนัก แต่ว่าอุปสรรคใหญ่ในครั้งนี้เป็นเรื่องของการสื่อสารกันใต้น้ำ และอุปกรณ์ดำน้ำที่ติดตัวพร้อมการนำตัวประติมากรรมลงสู่ทะเล เมื่ออยู่ในน้ำจะลำบากมาก ซึ่งจะหมุนไปมาอยู่ตลอด ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงในการควบคุมทิศทางและการทรงตัวของร่างกาย


หากสงสัยว่าปะการังจะขึ้นบนประติมากรรมได้อย่างไร ต้องบอกว่า รอบๆ ประติมากรรมจะมีท่อซึ่งเป็นพื้นที่อนุบาลปะการัง แต่ปะการังที่นำมาปลูกก็ใช่ว่าจะหักมาจากแนวปะการังทั่วไป แต่เป็นการเก็บปะการังที่หักตามพื้นทะเลและยังไม่ตาย นำมาวางบนตัวประติมากรรมให้โตขึ้นในอุณหภูมิที่เหมาะสม
หลังจากกลับขึ้นบนเรืออีกครั้งเวลาก็ล่วงเลยไปเกือบบ่ายโมง เราทานข้าวกันบนเรือ คุณวาลมักจะส่งยิ้มมาเป็นระยะแม้ว่าเราจะพูดคุยกันคนละภาษา และเธอพยายามสื่อสารเป็นภาษาไทยบ้างในบางคำจากการอยู่ประเทศไทยหลายปี แม้จะฟังไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็รับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่มีค่าด้วยความสุข


ไม่นานเรากลับขึ้นฝั่ง ต่างคนต่างแยกย้ายไปพักผ่อนตามอัธยาศัย เพื่อนบางคนที่ยังมีแรงลงไปเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน ส่วนผมนั้นขอนั่งจิบน้ำมะพร้าวเช่นเดิม เพิ่มเติมคือปูเสื่อนั่งบนพื้นทราย ทำตัวชิลล์กดโทรศัพท์เซลฟี่แชะ 2-3 ภาพก่อนอัพลงโซเชียลเรียกเรทติ้ง

ติดตั้ง ติดตา ติดใจ


ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น หลังจากนำทุกชิ้นส่วนของประติมากรรมลงสู่ใต้น้ำเรียบร้อยแล้ว วันนี้ยังต้องดำลงไปสำรวจความเรียบร้อยด้านเทคนิคและศิลปะให้ออกมาอย่างที่ต้องการ และเริ่มนำปะการังมาปลูกในอีกสองสามวันข้างหน้า แม้วันนี้ผมอาจไม่ได้ลงไปดูการทำงาน เพราะการดำน้ำลึกแบบนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากพอสมควร แต่เชื่อว่าทุกอย่างต้องออกมาดีอย่างแน่นอน


คุณวาลยังบอกอีกว่า Ocean Utopia เป็นประติมากรรมชิ้นแรก แต่ไม่ใช่ชิ้นสุดท้าย เพราะเธอหวังที่จะอนุรักษ์แนวปะการังทางทะเลต่อไปเรื่อยๆ จากการเรียนรู้ในครั้งนี้ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากหลายกลุ่ม เพราะการติดตั้งใต้ท้องทะเลไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่สามารถทำเสร็จได้เพียงไม่กี่วัน ต้องวางแผนเป็นเวลานาน กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ก็ร่วม 9 เดือนเต็ม


ในอนาคตเธอยังหวังอีกว่าประติมากรรมใต้น้ำจะมีปะการังงอกขึ้นบนชิ้นงาน และจะคอยติดตามการเปลี่ยนแปลงอยู่เป็นระยะ เธอว่า หากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เมื่อแสงตกกระทบกับผิวน้ำส่องลงมาสู่ประติมากรรมจะสะท้อนเป็นสีต่างๆ สวยงาม และเนอีกหนึ่งจุดดึงดูดเหล่านักดำน้ำให้ได้ดำดิ่งลงไปชมความงดงามใต้ท้องทะเล ถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย


ผมก็หวังไว้ว่าสักวันหนึ่งจะได้มีโอกาสกลับมาเยือนที่นี่อีกครั้ง และจะลงไปดูผลงานชิ้นนี้ให้จงได้ แต่ก่อนอื่นเลยต้องไปเรียนวิธีการดำน้ำลึกเสียก่อน ไม่อย่างนั้นคงได้ลงไปนอนสงบนิ่งเป็นเพื่อนกับประติมากรรมใต้น้ำแน่ๆ


ผมใช้เวลาหลังอาหารเช้าไปกับการนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศเย็นๆ ของลมทะเลที่ยังไม่ร้อนมากนัก จากนั้นลงไปพายเรือคายัคเป็นกิจกรรมที่ผมเพิ่งเคยได้ลอง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะบังคับเรือให้ได้ดั่งใจ แถมยังต้องออกแรงพายไปกับคู่หูอีกคนด้วย เมื่อกลับถึงฝั่งเล่นเอาหอบเลยทีเดียว


ส่งท้ายด้วยการลงเล่นน้ำซึ่งความเค็มไม่ต่างจากที่อื่นเลย แต่ต่างตรงที่ ที่นี่น้ำใสจนเป็นสีเขียวมรกต ผมนอนแผ่กายบนผืนน้ำ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หากหัวใจไม่เรียกร้องอยากมาในวันนั้น คงไม่มีวันที่ผมจะได้มาเห็นถึงความงดงามของทะล หาดทราย และธรรมชาติในวันนี้


หากใครที่จะมาเยือนเกาะเต่า ต้องบอกว่า ไม่เพียงแค่เกาะสวรรค์อันงดงามเท่านั้น แต่ที่นี่ยังเป็นดินแดนแห่งประติมากรรม Ocean Utopia ที่ล้ำค่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันเพื่อการอนุรักษ์แนวปะการังอันสวยงามของท้องทะเลไทย


มาถึงแล้วลองดำดิ่งลงสู่ท้องทะเล แล้วคุณจะพบกับโลกใบใหม่ที่ทั้งสวยงามและน่าชื่นชม


......................


การเดินทาง


ถ้าให้สะดวกแนะนำให้ซื้อแพ็คเกจตั๋วรถและเรือทีเดียว โดยมีบริษัททัวร์เอกชนหลายแห่งให้บริการ เช่น บริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด สอบถาม โทร. 0 2629 2569-70 หรือ www.lomprayah.com แต่ถ้าอยากไปเองและไปขึ้นเรือที่ท่าเรือในจังหวัดชุมพรหรือสุราษฎร์ธานีก็ไปได้หลายวิธี ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถประจำทาง รถไฟ และเครื่องบิน


หากใช้รถยนต์ส่วนบุคล จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2 หรือถนนธนบุรี-ปากท่อ) ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม อำเภอปากท่อ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงชุมพร หรือหากต้องการไปสุราษฎร์ธานี ก็ใช้ทางหลวงหมายเลข 41 จากชุมพร ผ่านอำเภอหลังสวน อำเภอไชยา ไปจนถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี


การรถไฟแห่งประเทศไทย มีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) และสถานีรถไฟธนบุรี ไปยังชุมพรและสุราษฎร์ธานีทุกวัน สอบถาม โทร. 1690 หรือ www.railway.co.th เช่นเดียวกับรถประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการทุกวันเช่นกัน สอบถาม โทร.1490 หรือ www.transport.co.th


สำหรับเครื่องบิน มีสายการบินไทยและไทยแอร์เอเชีย บินไป-กลับกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ทุกวัน ส่วนบางกอกแอร์เวย์ส มีเที่ยวบินไป-กลับกรุงเทพฯ-เกาะสมุย ทุกวัน การบินไทย โทร. 0 2356 1111 และ www.thaiairways.co.th, บางกอกแอร์เวย์ส โทร. 0 2270 6699 และ www.bangkokair.com, ไทยแอร์เอเชีย โทร. 0 2515 9999 และ www.airasia.com