วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘เบลเยี่ยม’ ยังเปี่ยมเสน่ห์

เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ทั่วโลกพากันช็อคกับเหตุการณ์การโจมตีสนามบินและรถไฟใต้ดินในบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยี่ยม

ประเทศที่ได้ชื่อว่าปลอดภัยที่สุดประเทศหนึ่งของโลก เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก สนามบินที่โดนระเบิดถึงกับต้องหยุดให้บริการไปเป็นการชั่วคราว เรื่องนี้ทำให้ทุกอย่างในกรุงบรัสเซลส์มีแต่ความตึงเครียด ธุรกิจต่างๆ เช่น ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซบเซา ตลาดวันหยุดที่มักเต็มไปด้วยชาวเมืองและนักท่องเที่ยว ก็มีผู้คนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หลายประเทศออกคำเตือนให้พลเมืองของตนหลีกเลี่ยงการเดินทางมาที่นี่


ธุรกิจหนึ่งที่กระทบมากคือ การท่องเที่ยว ภาพเจ้าหน้าที่ติดอาวุธ เดินลาดตระเวนอยู่ตามถนนสายต่างๆ ทำให้บรรยากาศดูน่าหวาดระแวงยิ่งขึ้นไปอีก แต่เว็บไซท์เทเลกราฟของอังกฤษก็รวบรวมเหตุผลถึง 30 ข้อที่นักท่องเที่ยวยังควรที่จะไปเที่ยวที่เบลเยี่ยม เช่น การเดินทางไปเบลเยี่ยมนั้นสะดวกสบายมาก เช่น ทางรถ ทางเครื่องบิน หรือทางรถไฟยูโรสตาร์ไปที่สถานีบรัสเซลล์ มิดิ และจากที่นั่นก็สามารถต่อรถไฟไปที่ๆ ต้องการได้ทั่วประเทศ
เมืองต่างๆ ในเบลเยี่ยม เช่น บรัสเซลล์ เกนท์ แอนท์เวิร์ปและอื่นๆ มีขนาดเล็กที่สามารถเดินเที่ยวได้อย่างสบายๆ อากาศก็เย็นสบายเหมาะกับการเดินหรือขี่จักรยานชมเมือง


เบลเยี่ยมเป็นชาติหนึ่งที่ชื่นชอบหรืออาจเรียกได้ว่า “คลั่งไคล้” การ์ตูนและหนังสือการ์ตูน ในบรัสเซลส์มีพิพิธภัณฑ์การ์ตูนเป็นการเฉพาะ
นอกจากนี้ ยังมีการวาดภาพฮีโร่จากหนังสือการ์ตูนไว้ตามกำแพงและผนังทั่วเมือง หลายคนคงรู้จัก ตินติน เป็นอย่างดี ถ้าได้ไปที่บรัสเซลส์ ก็ไม่ควรพลาดไปชมพิพิธภัณฑ์ Hergé ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของตินตินที่โด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนี้ บรัสเซลส์ยังมีพิพิธภัณฑ์ Art Nouveau ซึ่งเปิดเมื่อปี 1893 โดยศิลปินวิคเตอร์ ฮอร์ต้าที่โด่งดัง นักท่องเที่ยวที่นิยมศิลปะยุคใหม่ไม่ควรพลาด


คนเบลเยี่ยมเป็นคนถ่อมตน ไม่ขี้โม้ เมื่อพวกเขารู้ว่า ฟุตบอลทีมชาติเบลเยี่ยมไต่ขึ้นไปเป็นอันดับ 1 ของโลกจากการจัดอันดับของฟีฟ่า พวกเขาไม่เชื่อและคิดว่า ไม่ได้มีความหมายมากเท่าไหร่ คนเบลเยี่ยมมักไม่อวดอ้างเรื่องความดีของประเทศตน ดังนั้น นักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นเรื่องประหลาดใจที่ไม่เคยอ่านพบเมื่อไปเที่ยวที่นั่น


สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของบรัสเซลส์ที่พวกเรารู้จักกันดี คือ รูปปั้นจูเลียนน้อยยืนเปลือยกายกำลังปัสสาวะซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง รูปปั้นนี้มีความสูงเพียง 61 เซนติเมตรเท่านั้น นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดไปเยี่ยมชมรูปปั้นนี้ มีเรื่องเล่าว่า ในขณะที่บรัสเซลส์อยู่ในภาวะสงคราม ฝ่ายตรงข้ามนำระเบิดมาวางไว้ที่กำแพงเมือง เด็กชายจูเลียนสกี้มาพบสายชนวนระเบิดกำลังติดไฟ จึงปัสสาวะรดเพื่อดับชนวนและป้องกันเมืองไว้ได้ ชาวเมืองจึงทำรูปแกะสลักนี้ไว้เพื่อระลึกถึงความกล้าหาญ ปัจจุบัน ทางการบรัสเซลส์จัดให้จูเลียนน้อยนี้ได้ใส่ชุดพื้นเมืองและชุดต่างๆ ในช่วงเทศกาลต่างๆ ด้วย


บรัสเซลส์ไม่ได้เป็นเมืองที่มีแต่ประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองแห่งอนาคตด้วย โดยจะเห็นได้จาก อะโตเมียม (Atomium) อาคารไฮเทคที่มีความสูง 330 ฟุต และประกอบด้วยวัตถุทรงกลม 9 ลูก นวัตกรรมนี้มีน้ำหนักทั้งหมด 2,400 ตัน ใช้เวลาในการออกแบบและสร้างประมาณ 3 ปี ภายในลูกกลมๆ จะประกอบไปด้วย จุดชมวิว ห้องอาหาร ห้องแสดงนิทรรศการ และตรงกลางมีลิฟต์ที่ว่ากันว่าเป็นลิฟต์ที่เร็วที่สุดในยุโรป สถานที่แห่งนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าของมวลมนุษยชาติในศตวรรษที่ 20 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกหลังความบอบช้ำจากสงคราม


หลายคนมักนึกถึงฝรั่งเศสเมื่อพูดถึงอาหารที่ปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันและรสชาติเยี่ยม แต่สำหรับปี 2016 นี้ ภัตตาคารที่ได้รับการยกย่องว่า “ดีที่สุดในโลก” คือ Hof Van Cleve ของปีเตอร์ กูสเซนน์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ Kruishoutem ในเบลเยี่ยม ร้านนี้มีชื่อเสียงมากทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวและคนเบลเยี่ยมเอง ดังนั้น ใครต้องการไปลิ้มรสอาหารควรจองล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ผิดหวัง


นอกจากนี้ อาหารท้องถิ่นของเบลเยี่ยมเช่น สตูว์เนื้อหมักเบียร์และหอยแมลงภู่อบ ปรุงรสด้วยไวน์ เนยและสมุนไพรทานกับเฟรนช์ฟรายทอดกรอบๆ เฟรนช์ฟรายของเบลเยี่ยมก็ได้รับการยกย่องว่า อร่อยไม่แพ้ชาติไหนเลย


ส่วนช็อคโกแลตของเบลเยี่ยมได้รับการยกย่องว่า เยี่ยมยอดที่สุดในโลก แบรนด์ช็อคโกแลตดังๆ ล้วนแต่เป็นของที่นี่ เช่น Godiva และ Neuhaus หรือแม้แต่แบรนด์ที่ขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตเช่น Galler ก็อร่อยดีมีมาตรฐาน ถ้าอยากลองชิมแบรนด์ใหม่ๆ ต้องลองถามคนท้องถิ่นดู


สำหรับอังกฤษแล้ว เบลเยี่ยมเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันมายาวนาน ในอดีตราชวงศ์ของทั้ง 2 ประเทศก็มีการแต่งงานกันหลายครั้ง เช่นเดียวกับการค้าการลงทุนทั้งในอดีตและปัจจุบัน ชาวเบลเยี่ยมกว่า 250,000 คนก็เคยมาลี้ภัยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 นอกจากนี้ เบลเยี่ยมยังช่วยอังกฤษในเรื่องการข่าวกรองในช่วงสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง เว็บไซท์เทเลกราฟซึ่งเป็นของหนังสือพิมพ์อังกฤษจึงอยากให้คนอังกฤษไปเที่ยวเบลเยี่ยมเพื่อแสดงความเป็นเพื่อนที่ดีในยามยาก


ขณะที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกก็ไม่น่าพลาดที่จะไปเยือนเมืองที่เพียบพร้อมแห่งนี้