Wagyu Kamada : เนื้อคาโกชิมาย่างบนแท่นเหล็กร้อน

Wagyu Kamada : เนื้อคาโกชิมาย่างบนแท่นเหล็กร้อน

ร้านสเต๊กเนื้อวากิวนำเข้าจากเมืองคาโกชิมา ราคา 360-1,490 บาท/เนื้อ 100 กรัม

อยากกินสเต็กเนื้อวากิวที่ไม่ใช่ราคาโรงแรม ไปที่ไหนดีในกรุงเทพฯ

ลองมาตรวจสอบกันหน่อย ร้านนี้อยู่ในทำเนียบรายชื่อของคุณหรือยัง Wagyu Kamada (วากิว คามาดะ) ที่นี่เสิร์ฟเนื้อวากิวเกรด A4 นำเข้าตรงจากจังหวัดคาโกชิมา (Kagoshima) บนเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น แต่สามารถทำราคาไม่ถึง 1,500 บาท/เนื้อวากิว 100 กรัม แถมทำราคาได้ต่ำสุดถึง 360 บาท/เซตอีกต่างหาก

ทำได้อย่างไร...คุณ นิติพันธุ์ ครุธทิน ผู้ก่อตั้งร้าน Wagyu Kamada เล่าให้ฟังว่า หลังสำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เขาเข้าศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีโปรแกรมแลกเปลี่ยนนิสิตกับสถาบันการศึกษาในเมืองฟุกุโอกะของญี่ปุ่น ที่เมืองนี้เองทำให้มีโอกาสพบเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่มีความรู้เกี่ยวกับเนื้อวัววากิวและแหล่งซื้อเนื้อวัวชนิดนี้เป็นอย่างดีในเมืองคาโกชิมา ซึ่งต่อมาเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนนี้ก็คือหุ้นส่วนร้าน Wagyu Kamada และชื่อ Kamada ก็มาจากชื่อเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนนี้นี่เอง


เพื่อนชาวญี่ปุ่นรู้จักเนื้อวากิวดีขนาดที่ว่าขอให้คุณนิติพันธุ์ดำเนินการขอใบอนุญาตเป็นผู้นำเข้าเนื้อวัวจาก ‘กรมปศุสัตว์’ ด้วยตัวเอง รวมทั้งขอใบรับรองมาตรฐานจาก ‘สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา’ ซึ่งรับผิดชอบการตรวจสถานที่จัดเก็บ การขนย้าย ฯลฯ

การไม่ผ่านตัวแทนนำเข้า (Supplier) ทำให้คุณนิติพันธุ์ควบคุมต้นทุนเนื้อวากิวได้ในราคาที่ถูกกว่า

การนำเข้าเนื้อวากิวของคุณนิติพันธุ์คือการนำเข้าเนื้อวัวทั้งตัว (ยกเว้นกระดูก) ซึ่งตัดแบ่งแยกตามส่วนต่างๆ ของวัวออกเป็น 15 ประเภท จึงสามารถทำราคาได้หลายระดับนั่นเอง

เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน Wagyu Kamada คือ สเต็กเนื้อวากิว มีให้เลือก 7 เมนู ที่ได้รับความนิยมจากนักชิมมากคือ สเต็กวากิวสันใน เนื้อส่วนที่นุ่มที่สุดของวัว เหมาะสำหรับคนชอบเนื้อนุ่มแบบไม่ติดมัน ราคาจานละ 1,400 บาท/100 กรัม เสิร์ฟพร้อมผักย่าง เช่น เห็ดออรินจิ แครอท หอมใหญ่ หรือสั่งแบบเซต ราคา 1,490 บาท ได้เครื่องเคียงเพิ่มอีก 3 รายการ คือ สลัดผัก ข้าวญี่ปุ่น และซุป เครื่องเคียงสามรายการนี้ขอเพิ่มได้ฟรี (refill)

ที่ได้รับความนิยมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือเมนู สเต็กวากิวสันนอก เหมาะกับนักชิมที่ชอบเนื้อนุ่มแบบมีไขมันแทรก ราคา 1,000 บาท/100 กรัม หรือแบบเซตราคา 1,090 บาท

ส่วนเมนูสเต็กที่ราคา 360 บาท/เซต คือ ชุดคอมบิเนชั่น (Combination Set) ได้เนื้อวากิว 50 กรัม แฮมเบิร์กคุโระบุตะ(หมูบดคุโระบุตะ) 80 กรัม ไข่ดาว ผักย่าง


ร้าน Wagyu Kamada มีวิธีการเสิร์ฟเมนูสเต็กที่ไม่เหมือนใคร ทั้ง 7 เมนูจะเสิร์ฟมาบนจานร้อนที่วางบนแท่นไม้อีกชั้น ในจานร้อนมี แท่นเหล็กกลม ที่หลายคนเข้าใจว่าคือ ‘หิน’ แท่นเหล็กกลมนี้จะทำให้ร้อนจากในครัว ร้อนมากพอสำหรับการย่างเนื้อวากิวสดที่สไลซ์มาให้เรียบร้อยแล้ว วิธีการกินก็คือ คีบเนื้อวากิววางบนแท่นเหล็กกลม วิธีนี้ทำให้นักชิมเลือกระดับความสุกของเนื้อได้ตามชอบ และกินสเต็กได้อร่อยทุกคำ คุณนิติพันธุ์บอกว่า เห็นวิธีการเสิร์ฟเมนูสเต็กเนื้อแบบนี้ในญี่ปุ่น ถูกใจมาก จึงนำมาใช้ที่ร้าน เพราะนักชิมจะได้ชิมสเต็กที่สุกสดใหม่ร้อนๆ ทุกคำ ต่างจากที่ย่างเสร็จออกมาจากครัว สเต็กมักอร่อยแค่นาทีหรือสองนาทีแรก สเต็กชิ้นที่เย็นแล้ว ความอร่อยก็ลดลง

‘แท่นเหล็กร้อน’ คงความร้อนสำหรับการย่างสเต็กได้นาน 10-15 นาที ถ้ากินไปคุยกับเพื่อนนานเกินไป ยังย่างสเต็กไม่หมด นักชิมขอเปลี่ยน ‘แท่นเหล็กร้อน’ ใหม่ได้ บริกรจะยกทั้งจานไปเปลี่ยนในครัว เพื่อความปลอดภัยของทุกคน


นอกจาก 7 เมนูสเต็ก คุณนิติพันธุ์ยังจัดสเต็กเมนูพิเศษ ชุดเมนูเนื้อคู่ ได้เนื้อวากิวสันนอก 50 กรัม เนื้อวากิวส่วนสะโพก 50 กรัม แถมเครื่องดื่ม 1 แก้ว เลือกได้ระหว่างเบียร์สด ไวน์แดง หรือ ชาเขียว ราคาชุดละ 690 บาท (ปกติ 990 บาท) จัดมาตั้งแต่เทศกาลวาเลนไทน์ แต่ยังได้รับความนิยม จึงยืดระยะเวลาให้บริการเมนูนี้ถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้

นอกจากเมนูสเต็ก ที่ร้านยังมีเมนูอื่นให้เลือกอีก เช่น ข้าวแกงกะหรี่เนื้อวากิว 180 บาท ผงกะหรี่นำเข้าจากญี่ปุ่น ได้รสชาติแบบที่กินในญี่ปุ่น, สลัดคามาดะ ผักสดและเนื้อวากิวย่าง ราดน้ำสลัดงาขาวปั่นกับวาซาบิ 250 บาท, ชุดแซลมอนข้าวผัดกระเทียม 250 บาท, ชุดสตูว์เนื้อ 290 บาท, สปาเกตตีอาราบิเอต้า 220 บาท, อาหารประเภท กับแกล้ม (Otsukaresama Set) มีให้เลือก 4 ชุด เสิร์ฟพร้อมเบียร์สดอาซาฮี (Asahi) ราคา 199 บาทเท่ากันทุกชุด สามชุดแรกมีถั่วแระญี่ปุ่นและไข่หวานเหมือนกัน ที่ไม่เหมือนกันคือชุดแรกมีเนื้อย่าง ชุดที่สองเป็นแซลมอนซาชิมิ ชุดที่สามเป็นโครเกต์(มันฝรั่งกับเนื้อวากิวบดชุบแป้งทอด) ส่วนชุดที่สี่เสิร์ฟเฉพาะเอ็นวากิวตุ๋นกับเบียร์ 1 แก้ว

ร้าน Wagyu Kamada ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 เมอคิวรี่วิลล์ ชิดลม (BTS ชิดลม Exit4) เปิดให้บริการทุกวัน 10.00-22.00 น. ครัวปิด 21.00 น. โทร.0 2253 2915 ติดตามโปรโมชั่นได้ที่ IG : wagyukamada, LINE : @wagyukamada, เฟซบุ๊ค/wagyukamada

ภาพ : อนันต์ จันทรสูตร์