ปฎิบัติการ “หมากแงวหวาน”

ปฎิบัติการ “หมากแงวหวาน”

กลุ่มหนึ่งที่มีจิตอาสาตั้งกลุ่ม “หมากแงวหวาน” ขึ้นและสิ่งที่พวกเขาทำสะท้อนให้เห็นหลายๆด้านในชุมชนทั้งความเข้มแข็งและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

หมากแงว ในภาษาอีสานคือ คอแลน ซึ่งเป็นผลไม้เมืองร้อนชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายลิ้นจี่ แต่เนื้อในคล้ายเงาะ มีรสเปรี้ยว โดยเด็กๆ ที่หมู่บ้านจับไม้ ตำบลเฝ้าไร่ อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ได้นำมาตั้งเป็นชื่อกลุ่มของตัวเอง ซึ่งแต่ละคนนั้นนอกจากจะมีจุดมุ่งหมายในการทำดีร่วมกันแล้ว พวกเขาทั้งหมดยังได้รับการสนับสนุนจากผู้เฒ่าผู้แก่ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่นเป็นอย่างดีอีกด้วย

บ้านจับไม้” ที่นี่ก็มีตำนาน

ชุมชนบ้านจับไม้ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลเฝ้าไร่ อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย มีประชากร 165 ครัวเรือนมีจำนวน 665 คน อาชีพหลักคือ ทำนาและสวนยางพารา ทำงานจักสานจากกก เป็นอาชีพเสริม ผู้คนเป็นชาวไทย-ลาว อพยพมาจากอุบลราชธานี มีแหล่งทรัพยากรสำคัญ คือ ห้วยเดื่อ หนองฝาบาตร หนองสองห้อง ใช้ทำประปาหมู่บ้านห้วยคำมิด และมีป่าชุมชน 2 แห่ง คือ วัดป่าและป่าช้า สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มและที่ดอน และมีสถานศึกษา 1 แห่ง คือโรงเรียนบ้านจับไม้ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของกลุ่มเยาวชนนี้

มีเรื่องเล่าว่า...ครั้งหนึ่ง มีพระกรรมฐานรูปหนึ่งธุดงค์มาพักเหนื่อยอยู่ริมหนองน้ำทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน หนองน้ำดังกล่าวมีอาณาเขตติดกับห้วยคำมิด ซึ่งได้ชื่อว่ามีจระเข้ชุกชุม เมื่อพักหายเหนื่อย ก็เดินธุดงค์ต่อจนมาถึงทุ่งใหญ่ ขณะพักอยู่ใต้ร่มไม้กลางทุ่ง ได้ตรวจดูสิ่งของ ปรากฏว่าลืมฝาบาตร จึงยืนขึ้นจับกิ่งต้นตะเคียนหิน หรือที่คนอีสานเรียก ต้นแคน ที่อาศัยอยู่ พลางนึกว่าลืมฝาบาตรไว้ที่ใด จนทำให้ปรากฏรอยนิ้วมือติดกิ่งไม้ เมื่อชาวบ้านมาเห็นรอยนิ้วมือนั้นจึงเรียกว่า บ้านจับไม้ ส่วนหนองน้ำที่พระกรรมฐานท่านลืมฝาบาตร ก็เรียกกันว่า หนองฝาบาตร

บ้านจับไม้ เป็นชุมชนเก่าแก่ ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2463 พระครูคำดี ธมมทินโณ ธุดงค์มาจากอุบลราชธานี เพื่อจะตัดไปประเทศลาว พบว่า ภูมิประเทศมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การตั้งบ้านเรือนอาศัย จึงเดินทางกลับไปบอกให้ลูกหลานและญาติโยมอพยพจากบ้านหนองไฮ ต.สีปาด อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เข้ามาจำนวน 10 ครอบครัว ต่อมามีผู้คนอพยพมาเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งกลายเป็นชุมชนและมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ดั้งที่ปรากฏอยู่ในทุกวันนี้

เด็กหมากแงวหวาน

กลุ่มเยาวชนหมากแงวหวานที่บ้านจับไม้ เป็นกลุ่มเด็กที่ผสมกันทั้งที่เรียนหนังสือในโรงเรียน และเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสือแต่ช่วยเหลือครอบครัวทำมาหากิน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเด็กที่เรียนหนังสือในระดับชั้นประถมอยู่ที่โรงเรียนบ้านจับไม้ และเด็กอีกส่วนหนึ่งก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนบ้านนาดีซึ่งเป็นหมู่บ้านติดกัน

การก่อตั้งกลุ่มแรกเริ่มทีเดียวนั้น เกิดจากการผลักดันของผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจับไม้คนเก่า ที่อยากจะปลูกฝังเด็กๆ ให้มีจิตอาสา ช่วยงานส่วนรวม มีจิตสำนึกรักธรรมชาติ และที่สำคัญอยากให้พวกเขารักและมีความภาคภูมิในในบ้านเกิดของตัวเอง

แต่ต่อมาเมื่อผู้อำนวยการโรงเรียนคนเก่าย้ายไปอยู่ที่อื่น พวกเด็กกลุ่มนี้จึงลงมือทำกันเอง

กลุ่มเยาวชนหมากแงวหวานบ้านจับไม้ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 โดยการสนับสนุนของบุญธง เทพานายกเทศมนตรีตำบลเฝ้าไร่ และไกรสร พิมพ์ประชา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจับไม้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและชุมชนบ้านจับไม้ เป็นต้นแบบด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งการทำมาหากินที่พึ่งพาธรรมชาติ การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการจัดการด้านสุขภาวะสิ่งแวดล้อม ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โดยสมาชิกแกนนำที่ร่วมกันก่อตั้ง มีจำนวน 10 คนด้วยกัน โดยประธานกลุ่มตอนนั้นคือแจ่มนภา พลเสนา ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

สำหรับแกนนำปัจจุบันนี้ถือเป็นรุ่นที่สอง ส่วนมากเป็นนักเรียนโรงเรียนบ้านจับไม้ เรียนอยู่ระดับชั้น ป.1-6 และม.ต้น-ม.ปลาย จำนวน 11 คน โดยมี ด.ช.เจษฎา พัฒเพ็ง อายุ 12 ปีทำหน้าที่ประธานประธานกลุ่ม

กิจกรรมที่พวกเราทำเริ่มแรกเป็นงานดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในชุมชน ได้แก่ การคัดแยกขยะและส่งขายเทศบาลทุกวันพระใหญ่ กิจกรรมครัวเรือนสีเขียว ที่ส่งเสริมการปลูกผักอินทรีย์ในบ้าน และช่วยปลูกในครัวเรือนของผู้สูงอายุ และ ผู้พิการด้วย

ด.ช.เจษฎา พัฒเพ็ง บอกอีกว่า ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่หลายฝ่ายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลเฝ้าไร่, นายกเทศมนตรีเทศบาลเฝ้าไร่,ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจับไม้คนปัจจุบัน รวมทั้งคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน และหมอยาพื้นบ้าน

เพราะที่นี่มีป่าชุมชนอยู่ใกล้บ้าน และมีสมุนไพรหลากหลายชนิด ดังนั้นกลุ่มเยาวชนของเราจะได้รับความรู้จากหมอยาพื้นบ้าน ซึ่งทำให้เรารู้จักพืชสมุนไพรแต่ละชนิด และสรรพคุณของมันด้วย โดยการอนุรักษ์พืชสมุนไพรนั้น เป็นผลมาจากการที่ได้ไปดูแลคนแก่คนเฒ่าที่เจ็บป่วยนั่นเอง เนื่องจากยาสมุนไพรสามารถรักษาเจ็บไข้ได้ป่วยได้ มีราคาถูกด้วย

 

 กิจกรรมใฝ่ดี 5 ปีที่ผ่านมา

นับตั้งแต่มีการตั้งกลุ่ม “หมากแงวหวาน”ขึ้นมา จากวันเวลา 5 ปีที่ผ่านมานั้น เยาวชนกลุ่มนี้ได้ทำกิจกรรมหลากหลาย ทั้งที่ทำกันเอง และมีบรรดาผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือชี้แนะ

แรกๆ กิจกรรมที่ทำกันจะเป็นการเก็บขยะในชุมชนทุกวันอาทิตย์ โดยเราจะนำเอากระสอบไปแขวนไว้ที่หน้าบ้านแต่ละบ้าน จากนั้นก็นำมาคัดแยกขยะแห้ง ขยะเปียก และรณรงค์ให้แต่ละบ้านทำถังขยะแยก โดยใช้กระสอบปุ๋ย เพื่อสะดวกในการคัดแยกมากขึ้น

ด.ช.เจษฎา ในฐานะเป็นประธานกลุ่มคนปัจจุบันพูดถึงการเก็บขยะอีกว่า ขยะที่คัดแยกแล้วจะเก็บสะสมไว้เพื่อรอขาย ส่วนที่ขายไม่ได้ส่งให้เทศบาลไปกำจัด ส่วนขยะที่ขายได้ เทศบาลจะเข้ามารับซื้อทุกวันพระใหญ่ 15 ค่ำ โดยทางกลุ่มหมากแงวหวานและเทศบาลตำบลเฝ้าไร่ มีการร่วมกันประเมินผล โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยมาคำนวณ อย่างระหว่างเดือน ตุลาคม 2556 -มกราคม 2557 จากการประเมินผลพบว่า สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 2,270.93 kgCO2e (คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า)

“หลังจากนั้นก็มีการรณรงค์ให้แต่ละครัวเรือนมีพื้นที่สีเขียว เพื่อปลูกและดูแลไม้ดั้งเดิม ปลูกไม้กินได้ ไม้ใช้สอย สมุนไพร พืชผักสวนครัว พืชเศรษฐกิจ เช่น นุ่น คล้า กก มะปราง กระโดน เป็นต้น โดยสมาชิกในกลุ่มบักแงวหวานจะช่วยผู้ปกครองทำที่บ้านตัวเองก่อน จากนั้นจะไปช่วยปลูกในครัวเรือนของผู้สูงอายุ และผู้พิการ จะเห็นว่าในชุมชนของเราจะเต็มไปด้วย พืชผักสวนครัวรั้วกินได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดเมืองร้อนด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชนแล้ว ยังได้ผักปลอดสารพิษกินเองโดยไม่ต้องไปเสียเงินซื้ออีกด้วย

จากป่าวัดถึงป่าช้า

พื้นที่ที่เป็นป่าของบ้านจับไม้มีอยู่ 2ลักษณะด้วยกัน นั่นคือป่าวัดและป่าช้า แม้ว่าพื้นที่ป่าของทั้งสองอย่างจะไม่มากมายอะไรนัก คือป่าช้า 10 ไร่ ป่าวัด 10 ไร่ แต่ถึงกระนั้นก็มีการจัดสรรเพื่อใช้สอยและการอนุรักษ์จนเกิดประโยชน์มากมาย

สำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวกับป่าก็มีหลายอย่างด้วยกัน เช่น จัดพิธีกรรมบวชป่า การปลูกป่าเสริม ทำแนวเขตอนุรักษ์พื้นที่ป่าชุมชน และจัดทำป้ายบอกประโยชน์ของป่าชุมชนรอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้พืชสมุนไพรท้องถิ่น โดยครูโรงเรียนบ้านจับไม้จะนำนักเรียน และกลุ่มเยาวชนเข้ามาเรียนรู้กับหมอยาสมุนไพรพื้นบ้านและปราชญ์ท้องถิ่นในพื้นที่ป่า พร้อมทั้งจักสานแผงอัดพันธุ์ไม้สำหรับติดผนึกพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ อย่างน้อยคนละ 1 ชนิด

ทุกวันนี้สภาพป่าทั้งสองแห่ง แม้จะเป็นป่าดิบแล้ง แต่ก็เป็นป่าอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ใจกลางชุมชน โดยมีไม้หลากหลายขนาด และมีสมุนไพรจำนวนมาก จนกลายเป็นเรียนรู้เรื่องต้นไม้ของเด็กๆ ด้วยวิธีการเดินตามผู้ใหญ่เข้าไปเก็บหาของป่า พร้อมกับเรียนรู้เรื่องสมุนไพรและการใช้ประโยชน์จากหมอยาในชุมชนด้วย

ฮักเฮือนโบราณ

เพราะสภาพชุมชนบ้านจับไม้ก็มีการแปลงแปลงไปตามยุคสมัยเหมือนกับชุมชนอื่นๆ และเนื่องจากความเจริญด้านต่างๆ เริ่มเข้ามามากขึ้น บ้านเรือนที่อยู่อาศัยที่มีมาแต่เดิมก็เริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งจากบ้านยุคเก่าก่อน

มีบางครอบครัวที่ลูกหลานไม่อยากจะอยู่บ้านเก่า ก็รื้อทิ้งแล้วสร้างบ้านใหม่ บางรายก็มีพ่อค้าเข้ามาติดต่อซื้อบ้านเก่า โดยบ้านโบราณของคนอีสานนั้นจะสร้างด้วยไม้แคน เป็นไม้เนื้อดีและมีราคาแพงด้วย ดังนั้นจึงมีพ่อค้ามาหาซื้อบ้านเก่าแล้วนำเอาไม้ออกไปขายอีกทอดหนึ่ง

เช่นเดียวกับที่ชุมชนบ้านจับไม้ มีลูกหลานบางครอบครัวที่ไม่รู้จักคุณค่าของเฮือนโบราณได้ขายไปหลายหลัง จากสาเหตุนี้เอง การจัดทำกิจกรรมอนุรักษ์เฮือนโบราณอีสานที่สร้างด้วยไม้แคนของกลุ่มเยาวชนหมากแงวหวานจึงเกิดขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้าน และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างดี พร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณและการบันทึกข้อมูลด้วย

ทุกวันนี้ที่ชุมชนบ้านจับไม้มีเฮือนโบราณที่ยังหลงเหลืออยู่ จำนวน 10 หลัง และทางกลุ่มเยาวชนหมากแงวหวานโดยการจัดทำโครงการ “ศูนย์ปฏิบัติการจับไม้ลดโลกร้อน เฮือนโบราณอีสานบ้านจับไม้” ขึ้น เพื่อทำการอนุรักษ์บ้านโบราณอีสานร่วมกับเทศบาล ซึ่งบ้านโบราณที่อนุรักษ์ไว้นั้น รูปแบบสถาปัตยกรรมจะเป็นบ้านไม้ยกสูงที่มีความสัมพันธ์ระหว่างความเป็นอยู่ของคนในชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น สะท้อนให้เห็นจากวิถีชีวิตของสังคมเกษตรกรรมที่มีการทำนา ทำสวน และทำไร่ โดยใต้ถุนเรือนของคนอีสานจึงเป็นโถงอเนกประสงค์ที่บ่งบอกอาชีพของเจ้าของเฮือน เช่น กี่ทอผ้า กี่ทอเสื่อ อุปกรณ์ปั้นหม้อ มีดจักตอก รวมไปถึงจอบ เสียม ระหัดวิดน้ำ แห ลอบ ไซ ข้อง ตลอดจนข้าวเปลือกและมะพร้าวแห้ง 

องค์ประกอบของเฮือนอีสานล้วนทำจากไม้ที่หาได้จากป่าใกล้หมู่บ้าน เช่น ไม้แคนหรือต้นตะเคียนหิน ไม้เต็ง รัง ประดู่ และมะค่า เป็นต้น โดยวิธีการอนุรักษ์เฮือนโบราณก็เริ่มตั้งแต่การจัดทำฐานข้อมูลในชุมชนว่ามีบ้านหลังไหนเข้าข่ายเฮือนโบราณอีสาน จากนั้นก็ จัดทำประชาคมหมู่บ้านเพื่อการอนุรักษ์เฮือนโบราณอีสาน และอีกอย่างก็ส่งเสริมให้เฮือนโบราณเป็นแหล่งเรียนวิถีชุมชน วิถีพอเพียง การใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและมีการใช้พลังงานอย่างประหยัดด้วย ซึ่งจากแบบอย่างที่กลุ่มเยาวชนและเทศบาลตำบลได้จัดทำขึ้นนี่เอง จึงทำให้ครอบครัวในชุมชนที่มีบ้านเก่า มองเห็นคุณค่าของเฮือนโบราณอีสานและยุติการขายบ้านเก่า เพื่อให้เป็นมรดกสู่ลุกหลานต่อไป

เดี๋ยวนี้ได้มีการขึ้นทะเบียนเฮือนโบราณ ของเทศบาลตำบลเฝ้าไร่ จำนวน 8 หลังแล้วครับ...โดยบ้านเหล่านี้จะมีการทำข้อมูล และถ้าส่วนใดของบ้านเกิดชำรุดก็จะมีการซ่อมแซมเพื่อให้คงสภาพของบ้านโบราณเอาไว้ โดยงบประมาณต่างๆ นั้นทางเทศบาลและหน่วยงานการปกครองในท้องถิ่นจะเป็นผู้สนับสนุนให้

นี่คืออีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างความความภาคภูมิใจให้กับกลุ่มเยาวชนหมากแงวหวานบ้านจับไม้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคนในชุมชนและหน่วยงานการปกครองท้องถิ่นต่างๆ จนโรงเรียนบ้านจับไม้ที่เยาวชนกลุ่มนี้เล่าเรียนอยู่ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนต้นแบบจิตอาสา ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของสำนักงาน สพฐ.

นอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่าง เช่น การตรวจวัดคุณภาพน้ำ, การลดเมืองร้อนด้วยวิธีการใช้รถจักรยานแทนการใช้รถจักรยานยนต์ และดับไฟหลอดที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 10 นาที ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 19.00 -19.10 น. ด้วย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมที่น่าสนับสนุนทั้งสิ้น

............................

หากเราจะค้นหาความหมายและต้องการจะเห็นภาพที่แท้จริงของชุมชนเข้มแข็ง,ชุมชนพอเพียง หรือการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว การกระทำของกลุ่มเยาวชนหมากแงวหวานที่บ้านจับไม้ ต.เฝ้าไร่ อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย สามารถจะแทนคำอธิบายและฉายภาพให้เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด

ทั้งยังเป็นภาพแห่งความจริง...มิใช่ภาพเสมือนจริงแต่อย่างใดเลย!