เมื่อ “หลังคาโลก” ถูกปิด

เมื่อ “หลังคาโลก” ถูกปิด

ประเทศจีนเพิ่งมีการออกประกาศไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไปในทิเบตตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม

แต่ไม่ว่าเขตปกครองตนเองของจีนแห่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปเที่ยวหรือไม่ การท่องเที่ยวของที่ราบสูงที่สูงที่สุดในโลกจนได้รับฉายาว่า “หลังคาโลก” ก็ยังคงบูมอย่างต่อเนื่อง


คำสั่งปิดทิเบตจากต่างชาติมีขึ้นเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2008 หลังเกิดเหตุการณ์จลาจลนองเลือดใหญ่ในลาซา เมืองหลวง ในวันครบรอบการลุกฮือต่อต้านการปกครองของจีนในทิเบต การจลาจลดังกล่าวยังเป็นตัวจุดชนวนการประท้วงจีนไปทั่วโลกในปีที่จีนเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกอีกด้วย


เจ้าหน้าที่ของทางการจีนมักจะหยุดออกใบอนุญาตการเดินทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยแจ้งล่วงหน้าเป็นเวลาสั้นๆ ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ


แต่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและโรงแรมบอกว่าคำสั่งแบนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ให้เข้าทิเบตไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับธุรกิจของพวกเขา เพราะนักท่องเที่ยวชาวจีนในประเทศยังคงหลั่งไหลมาชมทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยจามรีหรือวัวป่าขนยาวและยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ


เมื่อ 4 ปีก่อน เฉิน เจี้ยนเหลี่ยง นักเรียนจากเมืองเสิ่นเจิ้นทางตอนใต้ของจีนใช้เวลา 28 วันขี่จักรยานจากจังหวัดทางชายแดนของยูนนานไปถึงลาซา เขาบอกว่าเขาชื่นชอบมันมาก


"ผู้คนส่วนใหญ่รู้สึกเบื่อกับเมืองที่มีแต่ตึกระฟ้า เลยเดินทางไปหาความสงบสุขที่ทิเบต” เขากล่าว


บางคนก็เดินทางไปที่นั่นด้วยเหตุผลทางจิตวิญญาณ


โรเบิร์ต เชา จากกรุงปักกิ่ง บอกว่าเขาเริ่มปฏิบัติธรรมตามศาสนาพุทธหลังจากกลับมาจากทิเบต


ข้อมูลของคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวเขตปกครองตนเองทิเบตระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2015 มีนักท่องเที่ยวราว 17.5 ล้านคนเดินทางไปเยือนทิเบตหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 36 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา


เห็นได้ชัดว่าการสั่งปิดทิเบตจากต่างชาติอยู่เนืองๆ ไม่ได้ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเลย


โคลอี้ ชิน เจ้าหน้าที่ของ Tibet Vista เอเจนซี่ท่องเที่ยวซึ่งจัดทัวร์พานักท่องเที่ยวต่างชาติราว 160 คนต่อเดือนเดินทางเข้าทิเบตยอมรับว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทุกคนต้องได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะถึงจะเดินทางเข้าทิเบตได้


เธอยืนยันข่าวการสั่งปิดทิเบตจากคนต่างชาติเป็นเวลา 5 สัปดาห์ แต่บอกว่าไม่ทราบเหตุผลที่ชัดเจนว่าเหตุใดรัฐบาลจีนจึงออกคำสั่งนี้ออกมา


เธออ้างว่า อาจเป็นเพราะสภาพอากาศที่หนาวเย็นและเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ของทิเบตในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนขับรถและไกด์ทัวร์หลายคนถือโอกาสลาหยุดยาว


พนักงานของบริษัทท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในเฉิงตูซึ่งขอสงวนนามบอกว่า เหตุผลของคำสั่งดังกล่าวก็คือ “เหตุผลทางการเมือง”


เหมย จาง ผู้ก่อตั้งบริษัทท่องเที่ยว Wild China กล่าวว่า คำสั่งแบนนักท่องเที่ยวต่างชาติดังกล่าวก่อให้เกิดความวุ่นวายในช่วงแรก แต่ตอนนี้บริษัทของเธอปฏิเสธไม่รับจองทัวร์ทิเบตในเดือนมีนาคมแล้ว


ลูกค้าส่วนใหญ่ของเธอมาจากต่างประเทศ แต่เธอบอกว่าทิเบตได้กลายเป็น “จอกศักดิ์สิทธิ์” สำหรับนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวชาวจีนไปแล้ว


"มันเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ วัฒนธรรมที่แปลกใหม่และภูมิทัศน์อันงดงามและน่าทึ่ง” เธอกล่าว


เหตุผลหนึ่งที่ทิเบตกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยมลพิษก็คือมันไม่มีปัญหาเรื่องหมอกควัน


เฉินชอบท้องฟ้าสีฟ้าและอากาศบริสุทธิ์ระหว่างที่เขากำลังเดินทางในทิเบต


“การขี่จักรยานทำให้ผมรู้ว่าผมสามารถอดทนทั้งทางร่างกายและจิตใจได้แค่ไหน” เขากล่าว


“ประสบการณ์ทำให้ผมได้เปิดใจกว้างนับแต่นั้นมา” เฉินกล่าว


โรเบิร์ต บาร์เน็ต นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านทิเบตแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวว่า ชาวทิเบตน่าจะได้ประโยชน์เต็มๆ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพราะพวกเขาอยากได้ไกด์ที่เป็นคนท้องถิ่น ต้องการช่วยสร้างรายได้ให้ชาวทิเบตและมีแนวโน้มชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงยั่งยืนและรักษ์โลก


สถานการณ์การท่องเที่ยวในทิเบตมีแนวโน้มจะเปิดกว้างมากขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศจีน


นักท่องเที่ยวจีนหลาย 10 ล้านคนกำลังเดินทางท่องเที่ยวไปยังดินแดนใหม่ๆ ตั้งแต่ชายหาดในประเทศไทยไปจนถึงแอนตาร์กติกาที่ขั้วโลกใต้


การเดินทางขาออกของคนจีนเพิ่มสูงขึ้นในปีที่แล้ว โดยคนจีนมีการเดินทางออกนอกประเทศเป็นจำนวน 120 ล้านทริปในปีที่แล้วซึ่งมากกว่าปี 2014 จำนวน 13 ล้านทริปบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 12


แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปยังประเทศจีนกลับมีจำนวนคงที่หรือลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา


จากตัวเลขของรัฐบาลจีนพบว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 8.2 ล้านคนเดินทางไปจีนในปี 2015 ซึ่งลดลงจากปี 2014 จำนวน 680,000 คนหรือร้อยละ 7.6


เหมยบอกว่า นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางด้วยเหตุผลที่หลากหลายรวมถึงปัญหาหมอกควัน ค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นและชื่อเสียงของจีนในสายตาต่างชาติ


“จีนไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางของดินแดนแห่งการต่อรองราคาอีกต่อไปแล้ว ผู้คนยังถามฉันตลอดเวลาเกี่ยวกับคุณภาพอากาศ” เหมยกล่าว


“สำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้สูงอายุ บางทีพวกเขาก็ละทิ้งความฝันในการเดินทางไปจีนแล้ว” เธอกล่าว


...............................


ที่มา เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น