Fulong สองล้อ l รถไฟ l ไอทะเล

Fulong สองล้อ l รถไฟ l ไอทะเล

ช่วงนี้ที่ไต้หวันกำลังคึกคักมาก เพราะเป็นช่วงจัดงาน Taipei Cycle Show 2016

ซึ่งเป็นงานแสดงจักรยาน อุปกรณ์ และเทคโนโลยีเกี่ยวกับจักรยานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คนในวงการจักรยานบ้านเราก็เดินทางไปร่วมงานนี้กันมากมาย แน่นอนว่าวงการจักรยานบ้านเราต้องได้รับอะไรดีๆ จาก Hub ของจักรยานโลกไม่มากก็น้อย


และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศไต้หวันๆ แม้ผมไม่ได้มีโอกาสเดินทางไปงานสุดยิ่งใหญ่นี้ แต่ครั้งหนึ่งผมก็ได้มีโอกาสไปขี่จักรยานเที่ยวเล่นที่เกาะไต้หวัน ทั้งในเมืองไทเปและเมืองเล็กเมืองน้อยอีกหลายแห่ง บางที่แทบจะไม่เป็นที่รู้จักของนักปั่นชาวไทยเลยล่ะ


เช่น Fulong (ฟู่หลง) เมืองเล็กๆ ที่ทีแรกไม่ได้อยู่ในลิสต์เมืองที่ผมจะไปขี่จักรยาน แต่ด้วยบุญพาวาสนาส่งทำให้ผมได้ไปค้นพบสุดยอดแห่งทางจักรยานที่ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนๆ (เท่าที่เคยไป) ก็ยังไม่สวยและมีสีสันเท่านี้


การเดินทางไปเมืองฟู่หลงไม่ยากเลย เพราะไต้หวันมีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมทั้งประเทศ และไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย ที่ผมหลงรักมากคือรถไฟของไต้หวันโดยเฉพาะแบบธรรมดา เพราะจะมีโอกาสเห็นทิวทัศน์ที่ต้องยอมรับโดยดุษณีว่านอกจากญี่ปุ่น ก็มีไต้หวันนี่แหละที่ผมยอมให้อยู่ในรายชื่อประเทศในดวงใจ เพราะแต่ละเมืองมีของดี แค่สองริมทางรถไฟที่ทอดยาวก็ชวนให้แวะเที่ยวซะเหลือเกิน กว่ารถไฟจะมาถึงฟู่หลงก็แทบกระโดดลงไปเที่ยวหลายจุด ระงับความอยากได้จนถึงที่หมาย ทันทีที่ออกจากสถานีจะเห็นป้ายชี้เลยว่าทางจักรยานอันขึ้นชื่อลือชาของเมืองนี้ไปทางไหน อยากขี่จักรยานที่ฟู่หลงไม่หลงแน่นอน


ลืมบอกไปว่านั่งรถไฟจากไทเปมาฟู่หลงเพียงแค่ชั่วโมงกว่า นับเป็นระยะทางไม่ไกลแต่รับรองว่าบรรยากาศที่เห็นในเมืองจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเมืองนี้เป็นเมืองติดทะเลทั้งยังมีภูเขาโอบล้อมอีกด้านหนึ่ง นับเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับคนรักจักรยานจริงๆ


สำหรับคนที่ไม่มีจักรยานส่วนตัว ไม่ต้องกังวลเพราะมีร้านให้เช่าจักรยานอยู่เพียบ มีให้เลือกหลายแบบ หลายระดับ ทั้งยี่ห้อดังยัน Local brand ซึ่งค่าเช่าก็สมเหตุสมผล ผมเช่าจักรยานเสือภูเขาในราคา 100 เหรียญไต้หวัน (ราว 120 บาท) ปั่นได้ทั้งวันแต่ห้ามออกไปนอกเส้นทางไกลๆ


นอกจากได้จักรยาน ทางร้านให้แผนที่มาดูด้วย ถึงจะอ่านไม่ออก แต่ขี่ไปตามทางที่มีรูปรางรถไฟก็น่าจะโอเคแล้ว


เหตุที่มีรูปรางรถไฟก็เพราะที่นี่คือทางรถไฟเก่า และเส้นทางนี้จะพาไปถึงแลนด์มาร์คสำคัญ นั่นคือ อุโมงค์รถไฟเก่า (Old Caoling Tunnel Bike way) ที่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นทางจักรยาน ให้นักปั่นพาจักรยานลอดอุโมงค์นี้ได้


ประสบการณ์ในอุโมงค์มืดๆ (แต่มีแสงไฟตลอดทาง) ผมต้องกดไลค์ให้รัวๆ เพราะเราจะหาอุโมงค์สำหรับจักรยานที่ยาวถึง 2 กิโลเมตรแบบนี้ไม่ได้จากที่ไหนแล้ว ทั้งไอเย็นและพื้นเรียบ ทำให้ผมแทบจะวกกลับเข้าไปขี่อีกสักสองสามรอบ แต่เส้นทางไม่ได้มีแค่นี้


เส้นทางยังลากผ่านไปอีกไกล ผ่านร่มไม้ ผ่านจุดชมวิวที่เต็มไปด้วยผู้คน หลายคนไม่ใช่นักปั่นมืออาชีพแต่ที่นี่คือสถานที่พักผ่อน บางจุดผมว่าคล้ายบางปูบ้านเรา เพียงแต่เพิ่มระดับความคึกคัก ฟ้าสีเข้มและทะเลสีครามกว้างใหญ่ แถมยังมีประติมากรรมรูปทรงแปลกตาให้ดูกันเพลินๆ ด้วย


พอพ้นเส้นทางรถไฟเก่า จะเป็นเส้นทางเลียบชายทะเล ซึ่งทางจักรยานนี้ถูกสร้างแยกจากถนนใหญ่ มีแนวคอนกรีตกั้นชัดเจน ทำให้นักปั่นมั่นใจได้ว่าปลอดภัย เพราะถนนสายหลักที่คู่ขนานกันมีรถบรรทุกสัญจรไปมาตลอด


มองไปทางซ้ายคือภูเขา มองไปทางขวาคือทะเล แต่เมื่อมองไปข้างหน้านั้นช่างยาวไกลเหลือเกิน ยิ่งเลือกเวลาขี่ช่วงกลางวันต้องบอกเลยว่าคุณควรมีน้ำพกติดตัวอย่างน้อยสองขวด เพราะแทบไม่มีร่มไม้ใหญ่ให้หลบร้อน มีแค่สองทางคือไปต่อกับหันหลังกลับ แต่ผมขอให้ตัดตัวเลอกืหันหลังกลับทิ้งไป เพราะยิ่งขี่ไปต่อคุณจะได้เจออะไรมากมาย เพราะทางจักรยานไม่ได้พาไปแค่ขนานถนนใหญ่ แต่ยังมีช่วงแวะลงไปผ่านชุมชนชาวประมง ผ่านศาลเจ้าอลังการ ผ่านหาดทรายที่มีวัยรุ่นมาอาบแดด มาเล่นบอลชายหาด และกิจกรรมกลางแจ้งทำให้การขี่จักรยานกลางแดดร้อนๆ มีสีสันขึ้นเยอะ


หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “ขี่จักรยานรอบเกาะไต้หวัน” และหลายคนก็ใฝ่ฝันว่าสักวันจะทำมันให้ได้ ซึ่งนี่คือกิจกรรมที่นักปั่นไต้หวันเกือบทุกคนจะต้องผ่านด่านนี้ เท่าที่ได้พูดคุยกับนักปั่นเจ้าถิ่น การขี่จักรยานรอบเกาะอาจใช้เวลา 7 วันหรือมากกว่านั้น และฟู่หลงเองก็เป็นหนึ่งเส้นทางที่นักปั่นเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของการขี่จักรยานรอบเกาะไต้หวันด้วย


หลังจากขี่จักรยานครบวงรอบ ผ่านทั้งทางรถไฟเก่า ลอดอุโมงก์จักรยานที่ยาวที่สุดในไต้หวัน (และสวยที่สุดด้วยในความคิดผม) ได้ทอดสายตาไปยังเส้นขอบฟ้าที่กั้นระหว่างผืนน้ำกับท้องฟ้า ได้เห็นคนกำลังตกปลาบนโขดหิน ได้เห็นเด็กน้อยขี่จักรยานบนเส้นทางเดียวกัน แตกต่างกันที่กำลังร่างกาย ทว่ากำลังใจของน้องๆ พวกนี้เต็มเปี่ยมเชียว ขี่บ้างเข็นบ้าง ส่วนผมก็ขี่บ้างจอดถ่ายรูปบ้าง ก็สนุกดี


แต่ที่ผมคิดว่าน่าจะสนุกมากไม่แพ้กัน คือเห็นคนต่อคิวซื้อข้าวกล่องเพื่อพกติดตัวไปกินระหว่างขี่จักรยาน ด้วยความที่คิวยาวเหยียดผมจึงสละสิทธิ์นี้ แต่พอมีคนบอกว่าผมพลาดแล้ว เพราะข้าวกล่องที่นี่อร่อยมาก ยิ่งขี่จักรยานเหนื่อยๆ ความอร่อยยิ่งทวีคูณ


เอาเป็นว่าผมจะอ้างเรื่องข้าวกล่องที่ผมยังไม่ได้กิน เพื่อวันหนึ่งจะกลับไปขี่จักรยานที่ฟู่หลงอีกสักครั้งแล้วกัน