'แทนรัก' พักแล้ว รักเลย

ฉวยจังหวะช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยออกเดินทางไปเยือน “เขาค้อ”
ดินแดนที่เพียบพร้อมไปด้วยวิวสวยๆ อากาศบริสุทธิ์ จนอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนั้น และใครๆ ก็รู้จักกันในฐานะ “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย”
ว่ากันว่า มาเขาค้อแล้วจะอายุยืน สมดังสโลแกนด้านการท่องเที่ยวที่ระบุไว้ “นอนเขาค้อ 1 คืน อายุยืน 1 ปี” ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นหนึ่งในปลายทางยอดฮิตที่คนยุคนี้ พ.ศ.นี้ “ต้องไป”
ด้วยปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักผ่อนหย่อนใจที่สุด ฉะนั้นจึงมีที่พักที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ หนึ่งในนั้นคือ แทนรัก ทะเลหมอก รีสอร์ทที่แวดล้อมไปด้วยสีสันของพรรณไม้ และวิวภูเขาสลับซับซ้อนสุดปลายฟ้า
ธวัชชัย กรุดมินบุรี ผู้บริหาร แทนรัก ทะเลหมอก บอกว่า แทนรัก ทะเลหมอก เปิดให้บริการมาได้ราว 5 ปีแล้ว จากเดิมที่ตั้งใจจะให้เป็นบ้านพักส่วนตัว แต่เมื่อลองขยับขยาย และเพิ่มดีไซน์เข้าไปเรื่อยๆ สุดท้ายจึงกลายเป็นบ้านพัก “ส่วนรวม” ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมกันชื่นชมความงดงามของธรรมชาติ
“บ้านเราชอบเที่ยว แล้วพอดีมาเจอที่ดินตรงนี้ ซึ่งเจ้าของที่ดินขายให้ เราก็ซื้อไว้ แล้วทำบ้านพักหลังเดียว แต่ไม่รู้ทำไปทำมากลายเป็นรีสอร์ทได้ไง ชีวิตก็เลยไม่ได้เที่ยวอีกเลย ต้องมาดูแลที่นี่” ธวัชชัยเล่าไปหัวเราะไป
ธวัชชัย บอกว่า การเดินทางนอกจากจะสร้างประสบการณ์ดีๆ แล้ว ยังทำให้เขาได้พบไอเดียในการสร้างรีสอร์ทหลากหลายแบบ เมื่อชอบสิ่งไหนก็นำมาผสมผสานและทำตามใจกันในบรรดาพี่น้อง จนสามารถเนรมิตที่ดินทำเลทองราว 10 ไร่ให้กลายเป็น “สวนสวรรค์” ของนักท่องเที่ยวได้ในที่สุด
“จริงๆ คนแถวนี้จะเรียกเราว่า บ้านสีส้ม เพราะบ้านพักเราเป็นอาคาร 2 ชั้น สีส้มสวยงาม มีชั้นดาดฟ้าไว้เป็นลานสำหรับทำกิจกรรม หรือรับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ นอกจากนี้ก็ยังจัดงานสัมมนา หรือจัดงานเลี้ยงได้ด้วย รองรับคนได้ประมาณ 100-120 คน
ส่วนห้องพักมี 2 แบบ คือห้องแทนรักสแตนดาร์ดกับห้องแทนรักวิว คือทุกห้องจะเห็นวิวทะเลหมอกหมด เพราะมีระเบียงให้ชมวิว แต่ห้องแทนรักวิวจะเป็นห้องหัวมุม เลยสามารถชมวิวได้กว้างกว่า”
ไม่เพียงแค่ห้องพักแบบอาคารเท่านั้น ด้านล่างบริเวณลานกว้างยังมีลานกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสลมหนาว คิดค่าบริการคนละ 500 บาท มีห้องน้ำแยกชาย-หญิงให้ และบริการอาหารเช้าด้วย
“แทนรัก คอฟฟี่” เป็นส่วนที่ได้รับความนิยมจากลูกค้ามากไม่แพ้กัน นี่ยังไม่รวมถึงห้องอาหารที่มีเมนูเด็ดๆ โดยเฉพาะผักปลอดสารพิษหวานกรอบ ซึ่งธวัชชัยบอกว่า ปลูกเองด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์
“เมนูของห้องอาหารจะเน้นผัก อย่างยอดฟักแม้วน้ำมันหอยนี่มาแล้วต้องทาน แล้วเราก็ปลูกผักเองหลายอย่าง อย่างฟักแม้วเราปลูกเอง เรามีไร่ที่มีคนงานดูแล เป็นผักอินทรีย์ ใช้ปุ๋ยขี้ไก่ขี้วัว เพราะฉะนั้นเชื่อมั่นได้เรื่องความสะอาด แล้วก็มีลูกเสาวรส มีผักต่างๆ กะเพรา โหระพา ผักชี คะน้า ข่า ตะไคร้ ของอะไรที่ใช้ในครัวเรามีหมด แล้วปลอดสารพิษทั้งหมด
ส่วนเรื่องต้นไม้ดอกไม้เราใส่ใจ เพราะเราตั้งใจให้ตรงนี้เป็นจุดเรียกลูกค้า เราจึงเปลี่ยนตลอด โดยมีคนงาน 6 คนคอยดูแล ดอกไม้ที่นำมาจัดสวนเราจะปลูกตามฤดูกาล หน้าร้อนปลูกแบบหนึ่ง หน้าหนาวเราจะปลูกดอกไม้เมืองหนาว ทั้งหมดเราเพาะเอง มีแปลงสำหรับเพาะต้นไม้โดยเฉพาะ คือครั้งแรกเราซื้อต้นไม้ดอกไม้มาจากภูเรือ หมดไปครั้งละ 30,000-40,000 บาท แต่ว่ามันได้ของไม่มีคุณภาพเท่าไร บางทีก็ยัดไส้มา มีของไม่ดีปนมา เราเลยลองเอาคนงานมาศึกษาดูงานและเพาะกันเอง ช่วยลดค่าใช้จ่ายและได้ของดี ตรงนี้เราเปิดให้เข้าชมฟรี แต่ถ้ามาถ่ายพรีเวดดิ้ง เราก็คิดค่าบริการ 2,000-2,500 บาท พร้อมห้องให้แต่งตัว”
สวนสวยๆ ของแทนรักถูกจัดวางแผนผังไว้อย่างดี ตรงนี้ธวัชชัยบอก เป็นความบังเอิญที่พอดี เพราะธรรมชาติวางสเต็ปการเดินไต่เขาไว้ให้ 9 ชั้น ซึ่งถือเป็นเลขมงคลที่สวยงาม และแต่ละชั้นก็ตกแต่งอย่างลงตัว ส่วนบริเวณห้องพักที่เคยเป็นเนินดินลูกรังก็สั่งหินมอสจากจังหวัดกาญจนบุรีมากันเป็นกำแพง พร้อมปลูกต้นไม้แวมเข้าไป หน้าห้องพักจึงชุ่มฉ่ำไปด้วยสีเขียวๆ ของพรรณไม้หลากหลายสบายตา
“ส่วนใหญ่ลูกค้าจะชอบต้นไม้ ดอกไม้ ตอนเช้าๆ เรามีวิวทะเลหมอก ส่วนเย็นๆ ก็จะเป็นวิวพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งสวยมาก นักท่องเที่ยวจะมาตั้งกล้องรอชมพระอาทิตย์ตกดินกันคึกคักทุกวัน”
ถามถึงที่มาของชื่อ “แทนรัก” ธวัชชัยบอกว่า มาจากชื่อของหลานรัก เมื่อนำมาผสมกับ “ทะเลหมอก” ที่เป็นจุดขายเลยได้ไอเดียนำมาตั้งเป็นชื่อรีสอร์ท
“ถ้าให้สวยที่สุดจะเป็นช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน เพราะมีความชื้น ฝนเพิ่งหมดใหม่ๆ เลยมีหมอกให้ชมทุกวัน แต่ช่วงนี้ก็มีบางวัน ถ้าวันนี้ฝนตกพรุ่งนี้ก็อาจจะมี มันบอกไม่ได้ เพราะประเทศไทยค่อนข้างแปรปรวน อย่างหน้าหนาวไม่เจอหมอกเลย ลมแรงมากตั้งแต่ปลายธันวาคมถึงมกราคม แต่เราได้ความเย็น ที่นี่เย็นสุดๆ ก็ประมาณ 10-13 องศา”
จริงๆ คงไม่ต้องรอให้ถึงฤดูที่สวยที่สุดก็ได้ เพราะแต่ละช่วงเวลามีความงดงามที่แตกต่างกันออกไป และบางที วันที่เราไปเยือนอาจจะเป็นวันที่ “เขาค้อ” งดงามที่สุดก็ได้ ใครจะรู้
.............
ที่ตั้ง : ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
จุดเด่น : วิวดี ชมทิวทัศน์ได้กว้างไกล และสวนดอกไม้สวยงาม
ราคา : 2,800 – 3,500 บาท (ช่วงเดือนมีนาคม-กันยายน ลด 15 เปอร์เซ็นต์)
ติดต่อ : โทรศัพท์ 09 1453 9888 (คุณเล็ก) และ 08 7020 7014 (คุณหนู) หรือ www.facebook.com/tanraktalaymokresort




