วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุรชัย'ชี้ทำหล่อไม่เกี่ยวเพลงดัง ดูกระแสยอดวิว

"สุรชัย สมบัติเจริญ" ชี้หน้าหล่อไม่ได้ทำให้เพลงดัง อ้อนขอแรงหนุนจากยอดวิว เพื่อลุยสร้างงานเพลงต่อเนื่อง

สุรชัย สมบัติเจริญ ลูกทุ่งวัย 60 ปี ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวบันเทิง “คมชัดลึก” ถึงอนาคตการทำเพลงหลังจากทำศัลยกรรมใบหน้าว่า

“5-6 เดือนที่ผ่านมาทำซิงเกิ้ล “ใจพี่ยังหนุ่ม” ไม่มีมิวสิกวิดีโอ ลองๆ ดู พอดีมาเข้าโครงการกับทางดร.เซปิง เขาก็ถามว่ามีเพลงอะไรบ้าง ช่วงนี้ก็บอกว่ามีเพลงนี้ก็พอดีเข้าคอนเซ็ปต์การดูแลศัลยกรรมตกแต่งให้ดูดีกับใบหน้าเรา พอดีมีคนพูดเรื่องว่าจะออกอัลบั้มเมื่อไหร่จริงๆ ผมก็ทำไปเรื่อยๆ เพราะต้องการฟังความเห็นจากผู้ฟัง สมัยก่อนพอทำแล้วไม่ดีก็ปล่อยเพลงทิ้งไป เดี๋ยวนี้มีสิทธิ์เอากลับมาปรับปรุงใหม่ได้ เพราะไม่ต้องเสียเงินทำเพลงทีละ 12 เพลง ทำแค่เพลงเดียวถ้าคนไม่ชอบก็ทำใหม่ได้ ต้นทุนถูก ซึ่งมันเป็นผลดีกับคนที่ไม่มีค่ายเพลง อย่างผมอยู่มาหลายค่าย พอเราเริ่มเสื่อมๆ หน่อย เขาไม่ก็ไม่อยากทำเรา จริงๆ ผมหยุดทำเพลงมาหลายปีนะในแบบที่ต้องอยู่กับบริษัทเพราะเราไม่มีกำลังที่จะมาทำเอง เพลงทำไม่ยากทำง่ายแต่เวลาโปรโมท มันต้องใช้ทุนสูง อีกอย่างเราไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้"

ผู้สื่อข่าวถามว่าอายุมากแล้ว แม้จะมีใบหน้าที่หนุ่มขึ้นจะช่วยให้การทำเพลงประสบความสำเร็จได้แค่ไหน สุรชัยตอบแบบตรงๆ ว่า

“ผมขอดูอีกหน่อยเพราะผมยังไม่พอใจกับเรื่องของกระแสว่ายอดวิวจะดีไหม ไม่ใช่ว่าหน้าผมหล่อแล้วเพลงต้องดัง มันคนละเรื่องกัน เราต้องทำผลงานให้ดีด้วยเป็นเรื่องของโชคเหมือนกัน ระยะหลังๆ ลูกทุ่งก็เริ่มซบเซาไปบ้าง กลับมาช่วงปีที่ผ่านมามีอะไรที่เข้ามาช่วย เนื่องจากบางคนก็ได้โซเชียล สื่อออนไลน์ต่างๆทำให้นักร้องน่าจะมีหนทางเปิดตัวได้ ผมก็มาทำอยู่ 2-3 เพลงก่อนหน้านี้ผมทำเพลง "หัวใจผมกว้าง” ก็ทำมิวสิกวิดีโอแบบง่ายๆ ยอดวิวก็ประมาณ 4 หมื่นกว่าวิว มาทำเพลงที่ 2 เมื่อ 10 เดือนที่แล้วยอดวิวไม่ค่อยดีเลย ชื่อเพลง “ผมบางไม่จางรัก” พอดีช่วงนั้นผมร่วงมากเลยจะทำยังไงดีก็เลยคิดทำเพลงนี้ออกมายอดวิวไม่ค่อยดี แต่ว่าเพลง ”หัวใจผมกว้าง” เริ่มมีวิวขึ้นมา ก็ทำให้ผมต้องคิดเพื่อให้งานออกมาดี หลังมีข่าวเรื่องทำหน้าออกไปก็เลยคิดชื่อ "สุรชัยFace Off" กำลังดูกันอยู่ว่าจะทำออกมาแนวไหน แนวเพลงผมอยากให้มันอยู่ในรูปเฉยๆ เหมือนเพลง "ไอ้หนุ่มผมยาว" ก็ต้องดูหลายท่านที่จะมาช่วยกัน ไม่อยากทิ้งกลิ่นความเป็น "สมบัติเจริญ" หรือบางครั้งทุกอย่างมันมีการพัฒนาร่วมสมัยกันบ้าง ย้อนยุคบ้างทุกอย่างมันพัฒนาไปตามเทคโนโลยี สมัยก่อนมันกลิ่นโคนสาบควาย เราอยู่ท้องทุ่งจะเอาไฟฟ้าที่ไหน วิทยุก็ฟังจากถ่านไฟฉายมันก็ได้อารมณ์ของตรงนั้น แต่ปัจจุบันบรรยากาศตรงนั้นมันหมดไปแล้ว ทุกคนมาเล่นกับโซเชียลแล้ว”

เมื่อถามถึงงานละครว่า หลังจากนี้จะมีมากขึ้นไหมและจะยึดเป็นอาชีพถาวรเหมือนกับนักร้องคนอื่นๆ ในยุคนี้เจ้าตัวบอกว่า

“วิถีของผม ผมเข้าใจว่าการร้องเพลงวันเวลามันก็มีจืดจางไปบ้าง คนหันไปฟังอะไรใหม่ๆ ผมอยากกลับมาทำผมทิ้งไม่ได้อยู่แล้วสายเลือดเรามันอยู่ตรงนี้ แต่ในเวลาเดียวกัน เมื่อเพลงมันจางไป ถ้าผมรอเพลงอย่างเดียวผมก็แย่แน่ ก็อาศัยที่เคยเล่นละครเวทีนั่นแหล่ะ คือนักร้องลูกทุ่งที่เคยมีวงดนตรี สมัยผมจะมีละครย่อยให้เขาดู ซึ่งเอาเพลง “ดรรชนีนาง” มาเล่นมีบทเศร้า ตลก ทำให้เราฝึกเพื่อที่จะไม่เป็นภาระกับการเล่นละครเพราะเราต้องทำงานกับคนหลายคน ซึ่งถ้าเราเป็นตัวถ่วงเราก็รู้สึกไม่ดียากกว่าการร้องเพลง แต่เราก็ทำคู่กันได้ครับ