โฮสเทลไทยพิชิตใจแบ็คแพคเกอร์

เทรนด์การท่องเที่ยวนับวันยิ่งแรง ที่พักหรือโรงแรมปัจจุบันก็มีให้เลือกหลากหลาย ขึ้นอยู่กับรสนิยมและกระเป๋าสตางค์
วันนี้ที่พักไซส์เล็กขวัญใจชาวแบ็คแพคเกอร์อย่าง ‘โฮสเทล’ กำลังเป็นธุรกิจดาวรุ่งที่น่าจับตา
“ผมพักโฮสเทลเพื่อเอาไว้อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า หาข้อมูลการท่องเที่ยว สนทนากับเพื่อนที่มาพักในสถานที่เดียวกัน ผมใช้เวลาอยู่ในโฮสเทลประมาณ 5-6 ชั่วโมง ที่สำคัญที่พักต้องสะอาด...”
ปีเตอร์ แบ็คแพคเกอร์หนุ่มเล่าต่อไปว่า เขาประทับใจโฮสเทลในญี่ปุ่น เพราะสะอาด มีครัวสำหรับปรุงอาหารทานเองได้ อย่างไรก็ตามเขาจะเลือกที่พักจากโลเคชั่นเป็นอันดับแรก ต้องอยู่ไม่ห่างไกลจากสถานที่ท่องเที่ยว หรือขนส่งมวลชน รองลงมาก็คือราคา อันดับสามคือห้องครัว สำหรับที่พักในประเทศไทยครัวไม่จำเป็นเท่าไหร่เพราะมีร้านอาหารมากมายราคาไม่แพง หากเป็นที่พักในแถบยุโรปอย่าง อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ อาหารราคาแพงมาก ต้องทำอาหารทานเอง เวลาพักต้องถามเจ้าหน้าที่โรงแรมทุกครั้งว่า ถ้าจะซื้อวัตถุดิบมาทำกับข้าวทานเองต้องไปซื้อที่ไหน
เลือกที่พักในแบบที่ใช่
เรื่องของ “ที่พัก” ใครว่าไม่สำคัญ ทริปนั้นจะยิ้มกว้างหรือยิ้มแห้งๆ บางทีก็ขึ้นอยู่กับที่พัก เพราะฉะนั้นก่อนออกเดินทาง กาญจนา หงษ์ทอง กูรูด้านการท่องเที่ยว มักจะหาข้อมูลที่พักก่อนเป็นอันดับแรก นักแบกเป้ตัวยง แนะว่า
“ปกติถ้าเป็นการเดินทางสไตล์แบกเป้เที่ยว โดยมากค่าใช้จ่ายเรื่องที่พักจะน้อยกว่าค่าใช้จ่ายด้านอื่น ไม่ว่าคุณจะนอนโฮสเทลในยุโรปราคาราวคืนละ 20-25 ดอลลาร์ต่อคน หรือนอนในเกสท์เฮ้าส์ในประเทศแถบเอเชียคืนละประมาณ 5-10 ดอลลาร์ ค่าที่พักประมาณ 10-15 วันมักไม่เกิน 5% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนจะเดินทางจึงต้องชัดเจนในตัวเองก่อนว่า ที่พักแบบไหนที่เอนหลังลงนอนแล้วมีความสุข ประมาณว่า เที่ยวได้ นอนหลับ ถ้าใครมีใจเอนเอียงไปทางแบกเป้ การเลือกที่พักแบบเกสท์เฮ้าส์หรือโฮลเทลก็อาจจะเหมาะกับคุณ ข้อสำคัญมันจะช่วยคุณประหยัดเงินได้โดยอัตโนมัติ”
การเลือกที่พักต้องเลือกทำเลที่ปลอดภัย ที่พักสะอาดสะอ้าน และใกล้แหล่งท่องเที่ยว ถ้าได้ครบสูตรนี้ก็ถือว่าถูกสุขลักษณะของการเลือกที่พัก ถ้าเป็นโฮสเทลในยุโรป ควรเลือกที่ตั้งใกล้สถานีรถไฟหรือสถานีรถประจำทาง จะสะดวกต่อการเดินทางและการเดินเท้าท่องเที่ยว แต่ก่อนเดินทางเช็คให้แน่ใจก่อนว่าตำแหน่งที่ตั้งของโรงแรมนั้นมีจริงหรือไม่ และอยู่ละแวกไหนของเมือง ลองคัดมาหลายๆ แห่ง สำรวจแล้วเปรียบเทียบ อย่าเลือกที่ราคาถูกสุด แต่ดูที่ปลอดภัยและบรรยากาศโดยรวม คลิกเข้าไปดูรายละเอียดของห้องว่าหน้าตาเป็นอย่างไร สะอาดสะอ้านแค่ไหน มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรให้บ้าง
“ข้อดีของโฮสเทลส่วนใหญ่คือมีห้องครัวให้บริการ บางที่ให้ใช้อินเทอร์เน็ตฟรี บางแห่งพัก 3 คืนขึ้นไปมีรถรับส่งจากสนามบินฟรี เหล่านี้คือความคุ้มค่าที่ควรใส่ใจในรายละเอียด เนื่องจากโฮสเทลเป็นห้องพักรวม สิ่งที่ควรปฏิบัติก็คือ ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี อย่าเปิดและปิดไฟโดยพละการ ถ้าคุณต้องตื่นเช้าเพื่อเดินทางก่อนคนอื่น ก็เตรียมของไว้ตั้งแต่กลางคืนให้เรียบร้อย จะได้ไม่ส่งเสียงจนสร้างความรำคาญให้เพื่อนร่วมห้อง ต้องพกไฟฉายแบบที่หนีบหรือติดกับข้างฝาหรือปกหนังสือได้ จะดีมาก เพราะใช้อ่านหนังสือในห้องพักโดยไม่ต้องรบกวนเพื่อนร่วมห้องอีกด้วย”
นักเดินทางตัวยงลงความเห็นว่า เสน่ห์ของการพักโฮสเทล คือมิตรภาพ เธอมักได้เพื่อนได้มิตรติดไม้ติดมือกลับมาเป็นของที่ระลึกเสมอ เพราะบรรยากาศในโฮสเทลเอื้อให้นักเดินทางออกมานั่งคุย สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์กัน ตลอดไปจนถึงทำกับข้าวของประเทศตัวเองแล้วมาแบ่งปันกันชิม เสน่ห์แบบนี้ที่โรงแรมหาไม่ได้แน่ๆ
เธอว่าโฮสเทลของแต่ละภูมิภาคก็คล้ายๆ กัน บรรยากาศเหมือนกันคือห้องละ 2 เตียงไปจนถึง 20 เตียง ใช้ห้องน้ำรวม และมีแบบห้องหญิง ห้องนอนชาย และห้องรวมหญิงชาย ซึ่งตรงนี้ถ้าเราไม่อยากวุ่นวาย เลือกห้องคนน้อยไว้ก่อนเป็นดี จะต่างกันตรงราคามากกว่า เพราะถ้าเป็นยุโรป โดยเฉพาะสแกนดิเนเวีย ราคานอนเตียงเดียวในห้องรวมค่อนข้างแพงมาก อาจจะเท่ากับราคาห้องส่วนตัวในประเทศอื่น
เสน่ห์เรียบง่ายสไตล์โฮสเทล
โฮสเทลต่างจากโรงแรมตรงที่พนักงานให้ความใส่ใจดูแลแขกด้วยความเป็นคนคอเดียวกัน ก็คือชอบเดินทางท่องเที่ยว ชอบพูดชอบคุย และชอบบริการ ดังนั้นพนักงานจึงทำงานด้วยความสนุกสนาน ต้อนรับแขกที่มาพักด้วยความอบอุ่น สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาพักได้อย่างน่าประทับใจ
ธรรมนูญ วิศิษฎ์ศักดิ์ เจ้าของ Old Town Hostel อยู่ปากซอยเจริญกรุง 28 เขาเริ่มธุรกิจจากการเป็นคนที่รักการเดินทางมาตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ จนกระทั่งทุกวันนี้ก็ยังรักการเดินทางไม่เสื่อมคลาย จนเกิดไอเดียในการสร้างธุรกิจ Hostel ในฝัน กลางกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เป็นแหล่งพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลของนักเดินทาง เนื่องจากตัวเขาเองเป็นคนที่ชอบพักโฮสเทลและหลงเสน่ห์
“ผมว่าโฮสเทลต่างจากโรงแรม เราต้องดูแลแขกให้เต็มที่ ต้องใช้ใจดูแล พนักงานทุกคนชอบเดินทางท่องเที่ยวอยู่แล้ว จึงทำงานที่นี่ด้วยความสนุกสนาน ต้อนรับแขกที่มาพักด้วยความอบอุ่น ผมเองช่วงนี้ก็พยายามเที่ยวให้น้อยลง เพราะไม่ต้องการทิ้งโฮสเทลโดยไม่ได้ดูแล ตอนนี้ผมเฉลี่ยเที่ยวเดือนละครั้ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไปครั้งหนึ่งก็ประมาณ 10 วันพอ ”
เจ้าของโฮสเทลมองว่า “ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้าพักจะเน้นห้องพักราคาประหยัด และเห็นพูดๆ กันว่ารถไฟฟ้าเมืองไทยแพง แท็กซี่ก็ไม่นั่งอยู่แล้ว ใช้บริการรถเมล์ดีกว่า เราก็ต้องไปหาข้อมูลสายรถเมล์มาแจ้งพนักงานแล้วก็โพสต์ไว้เป็นข้อมูล ตอนหลังโพสต์บอกในส่วนของเรือด่วนเจ้าพระยาด้วย ลูกค้าชอบมาก”
ธรรมนูญเริ่มต้นสร้างที่พักโดยคำนึงถึงโลเคชั่นเป็นหลัก ต้องใช้เวลาเป็นปีในการหาจุดขาย โดยสำรวจค้นคว้าเกี่ยวกับกรุงเทพฯ ในด้านต่างๆ หาจุดเด่นในแต่ละพื้นที่เพื่อความมีเรื่องราวหรือสตอรี่ แล้วเลือกค่อยเลือกโลเคชั่น ดังนั้นเขาจึงขายความมีเรื่องราวของโอลด์ทาวน์ ว่าอยู่บนถนนประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เป็นปากทางเข้าสู่เกาะรัตนโกสินทร์ และวัดพระแก้ว
ในมุมของผู้ประกอบการมองว่า ธุรกิจโฮสเทลเป็นตลาดที่น่าจับตามอง เนื่องจากปัจจุบันการเดินทางไปไหนมาไหนของผู้คนบนโลกนี้เริ่มสะดวกมากขึ้นด้วยสายการบินต้นทุนต่ำ ราคาตั๋วถูก วัยรุ่นสามารถแบ็คแพคออกเดินทางท่องเที่ยวเองได้ รวมถึงข้อมูลข่าวสารมีการโพสบล็อค อัพสเตตัสเฟสบุ๊ค เจาะลึกเช่นกรุงเทพฯ ไปพักตรงไหนราคาถูกที่สุด เรียกได้ว่าปัจจุบันแทบไม่ต้องพึ่งบริการทัวร์ ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนแบ็คแพคเกอร์เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจโฮสเทลเริ่มเติบโตขึ้น
“ผมทำโฮสเทลมาได้ 1 ปีกับ 2 เดือน ลูกค้าชอบการตกแต่งที่เน้นดีไซน์ แขกส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป อเมริกา เอเชียนิดหน่อย บางทีก็มีคนไทยมาพักเพราะอยู่บ้านเบื่อๆ อยากมานอนโฮสเทลพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคนต่างชาติก็มี ที่นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่มีขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 111 เตียง 22 ห้อง ราคาประมาณ 300 บาทต่อเตียง แบ่งเป็นห้องนอนรวมชายหญิง และห้องนอนหญิงล้วน ส่วนใหญ่ผู้ที่มาพักจะบอกต่อๆ กันไป ถ่ายรูป เขียนรีวิว เรามีร้านอาหาร มีกิจกรรมมาบริการเสริม เช่น Eating Tour, Walking Tour, Party ตามเทศกาลต่างๆ เช่นคริสต์มาส ฮาโลวีน เป็นต้น”
สิ่งสำคัญเน้นเรื่องการบริการเพราะเป็นสิ่งที่นักเดินทางทุกคนอยากได้รับ ที่พักต้องอบอุ่น ฝรั่งเลือกพักโฮสเทลเพราะต้องการความอบอุ่น คุยกับเพื่อนคอเดียวกัน เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร หากมีบริการทัวร์ที่จะมารับนักท่องเที่ยว ต้องคัดกรองเลือกทัวร์ที่มีคุณภาพไม่ฟันราคานักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเองก็ต้องการเมื่อไปพักโฮสเทลต่างประเทศ
ปัจจุบันนี้ ธรรมนูญคิดว่าจะขยายโฮสเทลในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ๆ ในนาม Old Town Hostel เพราะหุ้นกับเพื่อนสนิท 5 คน (คมสิทธิ์ แดงมณี, ธนัท ภาอารยพัฒน์, วงศวัฒน์ จิรังบุญกุล, นรุตม์ชัย จักรภีร์สิริสุข) หุ้นส่วนมีทั้งมัณฑนากร สถาปนิกที่เรียนหนังสือมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ปรินซ์เป็นคนที่ชอบปีนเขามาก ใน 1 ปีต้องมีทริปปีนเขา 1 ครั้ง ทุกครั้งที่ไปปีนเขา ระหว่างทางบางครั้งบางจุดรู้สึกเหนื่อยมาก จนคิดว่านี่เรามาทำไม เหนื่อยแล้ว ไม่ไหวแล้ว แต่พอเดินทางไปจนถึงจุดหมาย ได้เห็นความงามของทิวทัศน์พลันหายเหนื่อยก็รู้สึกอิ่มเอมใจมีความสุข จึงนำมาปรับใช้ในชีวิต เป็นข้อคิดประจำใจว่า คนเราต้องมีความอดทนกับปัญหา ฟันฝ่าปัญหาในแต่ละวันไปให้ได้ เพื่อที่จะได้ยืนตรงจุดหมายแห่งความสำเร็จอย่างชื่นใจและมีความสุข
คมสิทธิ์ แสงมณี ผู้ร่วมก่อตั้งโอลด์ทาวน์โฮเทล กล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกิจโฮสเทลได้รับความนิยมในต่างประเทศมาพักใหญ่แล้ว เนื่องจากเทรนด์ของการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันเปลี่ยนผ่านสู่การท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยวคนเดียว และใช้บริการที่พักแบบโฮสเทล ทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนร่วมทางใหม่ๆ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยว
“จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ท่องเที่ยวแบบแบ็คแพคเกอร์ และเข้าพักโฮสเทลมากว่า 75 ประเทศ หนึ่งในปัจจัยหลักที่สำคัญที่ทำให้ผู้เข้าพักมีความพึงพอใจกับโฮสเทลนั้นๆ ก็คือพื้นที่ส่วนรวม (Common Area) ซึ่งมีจุดประสงค์หลักสำหรับใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักท่องเที่ยวแบ็คแพคเกอร์ที่เข้าพักโฮสเทลเดียวกันมากขึ้น
กล่าวได้ว่ายอมสละพื้นที่ห้องพักและสร้างเป็นพื้นที่ส่วนรวมมากขึ้น จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม เพราะนักท่องเที่ยวมาใช้บริการและประทับใจในโฮสเทล และมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมเดินทางใหม่ๆ แล้วนั้น ก็จะมีการบอกต่อแบบปากต่อปากผ่านอินเทอร์เนต และโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ธุรกิจโฮสเทลประสบความสำเร็จได้ภายใต้ระยะเวลาอันสั้น ”
หากผู้ประกอบการเข้าใจในธรรมชาติของผู้พักแล้วให้บริการได้ตรงกับใจของพวกเขา ก็ไม่ยากที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้นั่นเอง
ก้าวกระโดดโฮสเทลไทย
นับว่าเป็นโอกาสดีสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้หลักเข้าประเทศ ปัจจุบันในกรุงเทพฯ มีโฮสเทลอยู่ประมาณ 600 แห่ง และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นอีกกว่าร้อยละ 10 ภายในสิ้นปีนี้ โดยเฉพาะในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย อาทิ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต
บุริม โอทกานนท์ รองคณบดีงานสนับสนุนการศึกษา และ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาด วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า เมืองไทยเป็นจุดศูนย์กลางของตำแหน่งที่จะไปต่อของธุรกิจโฮสเทลที่จะสามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศต่างๆ ได้
“หากเปิด AEC การท่องเที่ยวจะบูมมากขึ้นคนที่จะมาใช้พื้นที่ในโฮสเทลก็ย่อมจะมากขึ้น ธุรกิจโฮสเทลเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยวที่ต้องการความประหยัด การเจริญเติบโตของธุรกิจโฮสเทลมาจากสาเหตุการเปลี่ยนแปลงของเมือง ก่อนหน้านี้มีโฮสเทลแต่มีไม่เยอะ หรือที่มีก็จะไม่ได้มาตรฐาน เพราะที่พักแคบเกินไป นักท่องเที่ยวกลุ่มแบ็คแพคเกอร์ไม่มีทางเลือกเวลาเข้ามาพักที่โรงแรม เพราะโรงแรมที่ราคาถูก จะมีสภาพเป็นห้องพักเลย ซึ่งอาจจะไม่ได้บรรยากาศกลิ่นอายของเมือง รวมทั้งวิถีชีวิตของผู้คน พอมีธุรกิจโฮสเทลเกิดขึ้น มีพื้นที่ส่วนกลางเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ต้องการพบปะ สังสรรค์ พูดคุย ก็เลยมีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้น”
จากพื้นที่ในกรุงเทพที่แสนแออัด โฮสเทลคงต้องขยายตัวออกไปต่างจังหวัด ตามหัวเมืองแหล่งท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ปริมาณของนักท่องเที่ยวอาจจะเพิ่มขึ้นเมื่อทุกอย่างพร้อม ทั้งเส้นทางการเดินทาง อาหาร และการคมนาคม
“ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว 22 ล้านคน สร้างรายได้ถึง 1.8 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ประเทศไทยยังติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่นักท่องเที่ยวแบ็คแพคไม่ควรพลาด จากการจัดอันดับของเว็บไซต์ www.lifehack.org ตอนนี้ประเทศไทยมีโฮสเทลมากกว่า 2,000 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 12 ของที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งหมด ถือว่ามีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วมากในช่วงปีที่ผ่านมา หากพิจารณนาถึงด้านรูปแบบของตัวธุรกิจแล้ว โฮสเทลเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และไม่มีข้อจำกัดที่ตายตัว ทำให้ผู้ประกอบการมีอิสระสามารถออกแบบได้ตามต้องการ โดยอาศัยความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ประจำตัวเป็นจุดขายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว”
ทั้งนี้จากปัจจัยทั้งในแง่ของมูลค่าอุตสาหกรรม และเทรนด์พฤติกรรมการท่องเที่ยวในปัจจุบัน ทำให้ธุรกิจโฮสเทลเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ หันมาให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทำให้ธุรกิจประเภทนี้มีโอกาสเพิ่มความเติบโตขั้นอีกกว่าร้อยละ 10 ภายในสิ้นปี 2559 นี้
แม้โฮสเทลมีต้นกำเนิดมาจากที่อันแสนไกล....ทว่าเติบโตงอกงามได้ในมือคนไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นนักบริการที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ชาติใดในโลก







