นาทีนี้คงไม่มีใครปฏิเสธว่าการเดินทางด้วยยานพาหนะอย่างรถไฟความเร็วสูง มีประสิทธิภาพและเป็นทางเลือก
แน่นอนว่าถ้าเอ่ยถึงรถไฟความเร็วสูงหรือไฮสปีดเทรน แทบทุกคนจะต้องนึกถึงประเทศญี่ปุ่น ภาพของรถไฟหัวกระสุนที่มักเรียกกันติดปากว่า “ชินกันเซ็น” ผุดขึ้นมาในหัวทันทีทันใดอย่างแน่นอน แต่ปัจจุบันหลายประเทศได้พัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงกันอย่างคึกคักทีเดียว เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ หรือแม้กระทั่งจีน
รถไฟความเร็วสูงของไทยเมื่อไหร่จะมา?
ประเทศไทยเราเองก็มีการพูดถึงไฮสปีดเทรนมาแทบทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะรัฐบาลจากการเลือกตั้ง จากการแต่งตั้ง หรือมาจากการรัฐประหาร ต่างก็ผุดไอเดียเรื่องการสร้างระบบรถไฟความเร็วสูง แต่ทว่าจนถึงวันนี้ชนชาติสยามเมืองยิ้มยังไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสกับรถไฟที่มีรูปร่างหน้าตาแบบหัวกระสุนกันจริง ๆ สักที จะมีก็แต่พวกที่ได้เดินทางไปท่องเที่ยวหรือติดต่อธุระยังต่างแดนที่บ้านเมืองของเขามีระบบรถไฟความเร็วสูงไว้บริการประชากร
ใกล้เคียงที่สุดของคนไทยก็คือระบบรถไฟฟ้าที่ตอนนี้มีอยู่ 3 แบบ ได้แก่
1. ระบบรถไฟฟ้าบนดิน (แต่จริง ๆ น่าจะเรียกว่าลอยฟ้า) ซึ่งรับสัมปทานโดยบริษัท ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือที่เรามักจะเรียกกันจนชินว่า รถไฟฟ้าบีทีเอส
2. ระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน มีบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่กำลังจะควบรวมกับอีกบริษัทแล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นผู้ให้บริการเดินรถ ซึ่งสายนี้คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า รถไฟใต้ดินบ้าง เอ็มอาร์ทีบ้าง (เอ็มอาร์ที น่าจะมีที่มาจากชื่อย่อในภาษาอังกฤษของหน่วยงานที่เป็นผู้ให้สัมปทานการเดินรถสายนี้นั่นคือ รฟม: การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย - Mass Rapid Transit Authority of Thailand) แต่แปลกมากที่ไม่ค่อยเห็นคนเรียกว่า รถไฟฟ้าบีเอ็มซีแอล ที่เป็นชื่อย่อของบริษัทรับสัมปทาน
3. ระบบรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งคนทั่วไปรับรู้กันในชื่อ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ หรือ แอร์พอร์ตลิงค์นั่นเอง มีบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ที่เป็นบริษัทลูกของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นผู้ให้บริการ
แต่ทั้ง 3 แบบที่เอ่ยถึงข้างบน เป็นระบบที่มีเส้นทางให้บริการอยู่เพียงแค่ในเมืองหลวง แม้ว่าในแผนแม่บทการพัฒนาจะมีการขยายเส้นทางออกไปยังปริมณฑลก็ตาม ก็ยังถือว่าไม่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ และที่สำคัญคือระบบที่ว่ามานี้ยังไม่ใช่ระบบไฮสปีดเทรนที่ใครต่อใครต่างตั้งตารอคอย
แม้รถไฟฟ้าความเร็วสูงจะเป็นความหวัง ความฝัน รวมทั้งเป็นตัวแทนเชิงสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญของเมืองหรือประเทศนั้น ๆ แต่ทว่าสถานการณ์ความรุนแรงและภัยก่อการร้ายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงของทุกประเทศต่างต้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จุดเสี่ยงที่มีผู้คนรวมตัวกันอยู่จำนวนมากเพราะอาจตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มหัวรุนแรง
ตัวอย่างก่อการร้ายในระบบขนส่งมวลชน
ยกตัวอย่างให้เห็นอย่างในซีรีส์เรื่องใหม่ของช่องยี่สิบหก (NOW26) เรื่อง The Tunnel: อุโมงค์สยอง สองพรมแดน ที่จะออกอากาศทุกวันพุธ-วันเสาร์ เวลา 20.45 น. เริ่มตอนแรกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ (25 ธ.ค.) ซึ่งเป็นเรื่องราวของคดีฆาตกรรมสุดประหลาด เมื่อพบศพครึ่งบนเป็นชายที่เป็นนักการเมืองจากแดนน้ำหอมและครึ่งล่างเป็นหญิงขายบริการชาวเมืองผู้ดีถูกวางต่อกันตรงเส้นแบ่งชายแดนที่เป็นอุโมงค์เชื่อมการเดินทางระหว่างสองประเทศ
เมื่อสุดยอดตำรวจฝีมือดีของทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสเข้ามาสืบสวนคลี่คลายคดีจนสามารถระบุได้ว่า “ผู้ก่อการร้ายเพื่อความจริง” คือฆาตกรต่อเนื่องสุดวิปลาสรายนี้ อะไรคือสาเหตุจูงใจที่แท้จริงของอาชญากรผู้กระทำอุกอาจ ท้าทาย และทำให้ผู้คนที่ใช้การเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนต้องเจอกับอากาอกสั่นขวัญแขวนไปตาม ๆ กัน
นี่คือผลงานซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวนจากทีมสร้างเดียวกับ Broadchurch: เมืองซ่อนบาป ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ถึงขนาดเป็นซีรีส์ที่เรตติ้งสูงที่สุดของช่อง Sky Atlantic และ Canal+
อยากเชิญชวนให้ผู้อ่าน NOW Highlight ติดตามซีรีส์เรื่องนี้ เพราะถึงตอนนี้เราจะยังไม่มีระบบรถไฟความเร็วสูงให้ใช้กัน แต่การได้ชมเหตุการณ์อาชญากรรมสมมติที่แต่งขึ้นมา จะทำให้เราได้เห็นวิธีการจัดการกับภาวะวิกฤติ การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินและเสี่ยงภัย รวมทั้งการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที เพื่อที่จะได้นำมาเป็นบทเรียนหรือเป็นกรณีศึกษาให้กับพวกเรา หากเกิดเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้ขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่เราทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ย้ำกันอีกครั้งว่า The Tunnel: อุโมงค์สยอง สองพรมแดน ออกอากาศทุกวันพุธ-วันเสาร์ เวลา 20.45 น. ที่ช่องหมายเลข 26 ทุกกล่อง ทุกจาน ทุกช่องทางการรับชม แล้วคุณจะได้พบกับสาระเข้ม ไลฟ์สไตล์เด่น บันเทิงระดับเวิลด์คลาส





