วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

น่าน...จริงๆ

ผมเพิ่งกลับมาจากเมืองน่าน แต่คราวนี้ไปอยู่แค่ในตัวเมือง

ก็ตามประสาคนข่าวที่ซอกแซกถามไถ่ข่าวคราวทั่วไปจากร้านอาหาร โรงแรม รถตู้เช่าเหมา ฯลฯ เกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยวในน่าน เลยได้ข้อมูลที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง


ที่เรียกว่าฤดูท่องเที่ยวของเมืองน่านนั้นค่อนข้างจะสั้น คือปีหนึ่งจะแค่ธันวาคม-มกราคมเท่านั้น ถือเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเข้ามาที่น่านกันหนาตา ช่วงอื่นๆ นอกจากนี้ก็จะมีอยู่บ้างประปรายไม่มาก สภาพรถราติดหนึบบนท้องถนนเหมือนเชียงใหม่ หรือรถนักท่องเที่ยวจอดกันมั่วสองข้างทางเหมือนสะพานข้ามปาย จึงมีอยู่เฉพาะช่วงเทศกาลวันหยุดยาวใหญ่ๆ เท่านั้น นอกนั้นน่านก็คือน่าน สงบ ไม่พลุกพล่าน เรียบง่าย


แม้นี่อาจจะไม่ได้เป็นที่ปรารถนาของผู้ประกอบการท่องเที่ยวเท่าไหร่นัก แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่มุ่งหน้ามาน่านกลับชอบใจที่ไม่ต้องแออัด อุตส่าห์มาถึงน่าน แต่ไปไหนก็เห็นแต่คนกรุงเทพ พูดกรุงเทพกันลั่นตลาด คนมาเที่ยวน่าน 90 % เป็นคนไทย ฝรั่งแม้กระทั่งจีนที่ว่าเที่ยวไปทุกถิ่นที่ ยังมาถึงน่านได้น้อยมาก น่านจึงยังนับว่ายังเป็นจุดหมายของคนชอบเมืองเงียบๆ ได้เป็นอย่างดี


ความจริงในการเที่ยวเมืองน่านที่ไม่ใช่อวยจนไส้แตก เริ่มตั้งแต่ร้านอาหารที่ในแวดวงโซเซียลมีเดีย เว็บไซท์ท่องเที่ยวบอกไว้ประเภทไปน่านต้องไปกินร้านนี้ให้ได้นั้น ไม่อย่างนั้นมาไม่ถึง อย่าเชื่อทุกอย่าง เพราะผมหลงกลมาแล้ว เหมือนๆ อีกหลายท่าน เพราะส่วนใหญ่แล้ว “อวยไส้แตก” ร้านก๋วยเตี๋ยวดัง ร้านบัวลอย ร้านมัสมั่น สำหรับลิ้นผม (ต้องย้ำว่าลิ้นผม) ถ้าไม่ไปกินก็ไม่ต้องเสียดายครับ


ยิ่งคนรถเช่าเมืองน่านขนานแท้บอกคนในพื้นที่เขาไม่กินกัน ขายได้แต่กับนักท่องเที่ยว ผมว่าเหล่านี้ล้วนดังเพราะแรงเชียร์ในโซเชียลมีเดียแล้วก็ประเภทเขาว่ามา มาน่านต้องมากินทั้งนั้น แต่เรื่องรสชาติอาหารนี่ อร่อยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความอร่อยไม่มีบรรทัดฐานตายตัว ท่านผู้อ่านอาจอร่อยก็ได้ ผมอาจจะลิ้นไม่ถึง ต้องบอกไว้ก่อน เดี๋ยวร้านค้าเขาจะพาลมาโกรธขึ้งผมได้


แต่ร้านที่อร่อยจริงๆ (สำหรับผม) ผมว่าอยู่ในตลาดสดเมืองน่านมากกว่า ร้านขนมครกชาววัง(ไม่รู้วังไหน) ผมว่าขนมครกเขาหวาน มัน กรอบ อร่อย และไม่แพง หรือร้านโจ๊กเมืองสอง ตรงข้ามตลาดสด ก็อร่อยสมกับที่รอนาน ตลาดสดเมืองน่าน เป็นตลาดสดที่ท่านผู้อ่านไม่ควรพลาดการไปเที่ยวชม แม้ปัจจุบันจะต่างจากที่ผมเคยเห็นเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ก็ยังคงมีเสน่ห์ พ่อค้าแม่ค้ายิ้มแย้มแจ่มใส พูดคำเมืองชัดแจ๋ว จริตจก้านไม่ใช่อย่างในตลาดวโรรส กาดเมืองปาย ไปเห็นแล้วเราจะรู้สึกเองว่ามันจริงหรือปลอมอย่างไร พระยาม(พระสงฆ์ที่ยืนเฝ้าร้านขายกับข้าวใส่บาตรโดยไม่เดินไปไหน ยืนแบบยาม ผมเรียกพระยาม) ไม่มีเลยครับ มีแต่เณรเดินบิณฑบาตไปมา (เณรจะเป็นเด็กฐานะยากจนจากต่างอำเภอบวชเพื่อเรียนหนังสือ) ส่วนพระภิกษุนั้นมีไม่มากนัก การใส่บาตรจึงดูแล้วสบายใจ ไม่ตะขิดตะขวงใจ


อีกอย่างที่จะบอกกันคือ ในบาตรพระ ท่านผู้อ่านอย่าใส่เงินครับ ผมไม่รู้ไปเอาวัฒนธรรมแบบนี้มาจากไหนที่ใส่แบงค์ในบาตรพระ ถ้าจะถวายเงินก็ใส่ซอง ใส่ในย่ามท่าน แต่การถวายเงินพระ เหมือนทำให้ท่านละกิเลสยากขึ้น เราก็จะเหมือนเป็นมารไปขัดทางธรรมท่านด้วย การใช้เงินของสงฆ์มีบัญญัติในพระธรรมวินัยแล้วครับ


ในน่านนั้นหาจักรยานปั่นเที่ยวก็เหลือแหล่ ยิ่งเดี๋ยวนี้เขามีกลุ่มสามล้อปั่น เป็นคุณลุงเมืองน่านพาเที่ยวได้สบาย ตัวเมืองน่านนั้นเล็กๆ ถนนคนเดิน ถนนวัฒนธรรมอะไรนั่นพอไม่มีนักท่องเที่ยวเขาก็เลิก มีอีกทีก็วันหยุดยาวที่นักท่องเที่ยวมา มันเลยดูไม่จริงจัง ก็อย่าไปคาดหวังอะไรมากถ้าวันเราไปแล้วมันไม่มีให้ดู แค่ดูวัด ไหว้พระ ในช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยๆ ผมว่าก็โอเคแล้ว


เที่ยววัดมันต้องสงบๆ สบายๆ ไม่ใช่คนแน่นเป็นตลาดจตุจักร แบบนี้ไม่มีอารมณ์เที่ยววัด กราบพระคนก็จะเดินเหยียบเอา แบบนี้ไม่ไหว ช่วงหัวค่ำเขามีแต่งไฟตามเจดีย์ หรือวัดต่างๆ ด้วย อย่าพลาดไปเก็บภาพไว้เชียว ส่วนแหล่งเที่ยวกลางคืนในน่านนั้นผมว่าหายากไม่เหมือนเชียงใหม่ แต่นี่ก็จะเป็นจุดขายหนึ่งของน่านที่วัฒนธรรมท้องถิ่นเข้มแข็งมาก รักษาให้เป็นจุดแข็งให้ได้ อย่าทำน่านให้เป็นพัทยา หรือป่าตอง น่านจะหมดค่าเอาได้


ที่พักในน่านมีเยอะทั้งแบบเกสต์เฮาท์ โรงแรมจากเล็กไปจนใหญ่ เป็นมิตรกับนักเดินทางกระเป๋าเบาแบบผม คืนละ 300-500 ในเมืองนี่เพียบเลย พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเมืองน่านที่ผมเคยว่าโทรมนักหนา ชนิดต้องเอาอิฐมาหนุนตู้ที่จัดแสดง ก็กำลังซ่อมแซมปรับปรุงอยู่ มาน่านมักต้องไปไหว้พระธาตุแช่แห้ง ซึ่งท่านผู้อ่านไม่ต้องไปสนใจว่าเป็นพระธาตุประจำวันเกิดใครอย่าไปจริงจังมาก อันนั้นมันเป็น story ที่สร้างขึ้นหรือหยิบฉวยมาให้เป็นจุดขายทางการท่องเที่ยวเท่านั้น


ไหว้พระธาตุก็คือการเคารพสักการะสถานที่เพื่อรำลึกถึงคำสอนและศาสนา แต่มาถึงพระธาตุแช่แห้งแล้ว อยากให้เลยไปอีกนิด ไปที่บ้านน้ำเกี๋ยน เขต อ.ภูเพียง ที่นี่เขามีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชีววิถี ที่เรียกได้ว่าเป็นการนำภูมิปัญญาแบบบ้านๆ มาให้เกิดมูลค่า โดยใช้สมุนไพรบ้านๆ มาผลิตแบบชาวบ้าน โดยมีหน่วยงานอย่างสำนักงานเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) เข้ามาช่วยแนะนำ แต่งเนื้อแต่งตัวใหม่ แล้วพาไปขึ้นห้างจนขายดี จนต้องส่งเสริมให้ชาวบ้านในตำบลปลูกสมุนไพรแล้วเอามาขายให้กลุ่ม ที่ผมอยากให้ไปดูคือไปให้ได้ไอเดีย ให้ได้วิธีคิด ให้เห็นช่องทางในการยืนหยัดด้วยตัวเองของชาวบ้าน ไม่ใช่รอรับความช่วยเหลืออย่างเดียว มาดูแนวคิดครับ ผมว่าจะได้ประโยชน์มากเลย ทุกชุมชนมีภูมิปัญญาตัวเองทั้งนั้นเราจะปล่อยให้มันหายไปหรือเอากลับมาสร้างมูลค่าก็เท่านั้นเอง


มาน่าน ท่านผู้อ่านวางแผนเที่ยวให้ดีๆ ถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเขาจะอยู่ทางเหนือๆ แถวเชียงกลาง สองแคว เฉลิมพระเกียรติ ปัว บ่อเกลือโน่น แถวนี้จะมีทั้งจุดชมทิวทัศน์ จุดดูทะเลหมอก น้ำตก จุดกางเต็นท์พักแรม ดงพญาเสือโคร่ง ดอยวาว ดอยยาว ก็สวยมาก ส่วนทางใต้ก็จะเป็นดงพญาเสือโคร่งขุนสถาน ย่านนาน้อย นาหมื่น ซึ่งดอยเสมอดาวในเขต อช.ศรีน่านกำลังดัง ถนนหนทางดี ลาดยางตลอด มีขึ้นเขาบ้างแต่ก็สภาพทางดีเหมาะกับการขับรถเที่ยว


ส่วนเรื่องเมืองน่านเขาหัวโล้นแทบทั้งจังหวัด จนรู้กันว่าพอเข้ากุมภาพันธ์ ไฟป่าเริ่มมา หมอกควันไฟอวลฟ้า อันนั้นก็เป็นเรื่องจริงที่เราปฏิเสธไม่ได้เพราะเห็นอยู่ทนโท่ ส่วนสาเหตุอะไรจะแก้ไขอย่างไรก็ต้องไปว่ากันช่วยกัน นี่จะเป็นเหตุที่น่านมีฤดูท่องเที่ยวแค่ 2 เดือนหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ


สำหรับผม ไม่ว่ากระแสการท่องเที่ยวจะถาโถมไปในที่ต่างๆ รุนแรงเพียงใดก็ตาม แต่น่านก็ยังคือน่าน ยังเป็นที่หลบใจ พักกายสำหรับคนอยากเร้นกายได้เป็นอย่างดี แม้ธรรมชาติไม่โอเคทั้งหมด แต่น้ำใจและรอยยิ้มคนเมืองน่าน ผมให้เต็มร้อย


ในชีวิตจริง ในเรื่องจริง ที่ไม่ใช่การอวยกันไส้แตก ก็มีทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดีแบบนี้ เราต้องรับให้ได้ อันไหนไม่ดีก็ปรับปรุงอันไหนดีก็รักษา นี่แหละจึงจะ น่าน จริงๆ