ช่วงเทศกาลต้นปีนี้ มีวันหยุดยาวต่อเนื่องกัน 4 วัน ถึงวันที่ 3 ม.ค.2559 พอดี ส่วนใครจะลาต่อก็ไม่ว่ากัน
เพียงแต่ผมเห็นว่า 4 วันนี้ จะเป็นโอกาสอันดีที่ท่านผู้อ่านจะได้ลองขับรถเลาะตั้งแต่แยกปฐมพร-ระนอง-พังงา แล้วค่อยวนกลับ ก็จะได้เวลา 4 วันสบายๆ โดยใช้ถนนหมายเลข 4 เป็นหลัก พาเราลงเที่ยว
เหตุที่ผมชวนท่านผู้อ่านให้เดินทางลงใต้ในช่วงปีใหม่เพราะบรรดาอุทยานแห่งชาติทั้งหลายรายทางของเส้นทางนี้ หรือแม้กระทั่งที่พักรายทางของระนอง-พังงาช่วงนี้ ปลอดจากภาวะ...คนล้น ก่อนนี้ผมได้สอบถามรองอธิบดีกรมอุทยานฯ นายธัญญา เนติธรรมกุล ท่านบอกว่าแค่ปลายเดือนพฤศจิกายน ปี 2558 บรรดาบ้านพักต่างๆ ของอุทยานฯ ทางเหนือ อินทนนท์, ห้วยน้ำดัง, สุเทพ-ปุย, ผาแต้ม, เขาใหญ่, ภูกระดึง ฯลฯ เต็มกันหมดแล้ว นี่ยังไม่นับคนที่จะไปกางเต็นท์อีกนะ รับรองคนทะลักแน่
เดี๋ยวมีข่าวช้างเขาใหญ่ออกมารื้อรถเล่น เพราะรถวิ่งกันจนช้างข้ามถนนไม่ได้แบบปีที่แล้วอีก ผมถึงให้เลี่ยงลงทางใต้แทน เพราะรายทางที่ผมว่ามามีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งระยะ-นาสัก อุทยานฯลำน้ำกระบุรี-อุทยานฯน้ำตกหงาว อุทยานฯแหลมสน อุทยานฯศรีพังงา อุทยานฯลำปี-ท้ายเหมือง อุทยานฯ เขาหลัก-ลำลู่ ฟังชื่อแล้วมีที่กางเต็นท์เพียบ เชื่อผมสิ แล้วแต่ละที่ผมรับรองว่าสวยงามไม่แพ้ที่อื่น และไม่เจอภาวะคนล้น แย่งกันเข้าห้องน้ำ แย่งกันเข้าร้านอาหารแน่ๆ
ผมไปได้หนังสือรักนะระนอง ซึ่งทาง ผอ.อภิชัย อรัญญิก ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานชุมพร ที่ดูแลทั้งชุมพรและระนอง เขาทำแจกนักท่องเที่ยว เปิดดูแล้วผมว่าท่านผู้อ่านเอาเป็นคู่มือเที่ยวรายทางลงไปตั้งแต่แยกปฐมพรลงไปจนสุดเขตจังหวัดระนองได้เลย มีที่เที่ยวที่ผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนหลายที่เหมือนกัน เขาทำแจกครับ ลองไปถามตาม สำนักงาน ททท. ทั้งหลายดู จะได้เอาไว้ล่องใต้ได้ วันหลังผมจะลองล่องตามหนังสือเขาบ้าง
คราวนี้ยังไม่เน้นที่ระนอง แต่จะมาพูดถึงที่นอนของปลายทางเส้นนี้คือที่ตัวเมืองพังงา หากว่าเบื่อการนอนตามรีสอร์ท ลองไปดูกิจการของชุมชนดูบ้างไหมครับ เพราะที่ผมจะชวนนี่คือ ‘บางเตยแค้มปิ้ง’ ซึ่งอยู่ในเขตตัวเมืองพังงานี่แหละ เลยออกไปทางทับปุดไม่ไกล ตรงนี้เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลมาจากน้ำผุด แล้วน้ำผุดทางใต้นี่มันผุดแบบเป็นเรื่องเป็นราว คือไหลออกมาทั้งปีทั้งชาติ ไหลออกมาจนเป็นคลองเล็กๆ เลย น้ำใสแจ๋ว ไม่มีแห้งตามฤดูกาล ไหลมารวมกันในที่ลุ่ม มันเลยเป็นบึงโดยธรรมชาติ บังเอิญบึงที่ว่านี้ดันมีภูเขาหินปูนโอบกอดทั้งสองข้าง ซึ่งภูเขาหินปูนนี่รูปทรงมันก็สวยอยู่แล้ว พอมาสะท้อนเป็นเงาลงในน้ำ ยิ่งสวยไปใหญ่
ที่ผมบอกว่าเป็นกิจการของชุมชนเพราะชาวบ้าน โดยกำนันพงษ์วัฒน์ บุญโกย ซึ่งผมว่าเป็นกำนันที่หนุ่มมาก อายุน่าจะ 30 ต้นๆ เป็นกำนันรุ่นใหม่ จบเทคนิคจากกรุงเทพแล้วกลับไปพัฒนาบ้านตัวเอง กิจการที่พักริมบึงน้ำนี้เรียกเป็นวิสาหกิจชุมชนบ้านบางเตย เป็นกิจการของชุมชน สร้างที่พักเป็นกระท่อมริมน้ำหลังเล็กๆ ไม่กี่หลัง แต่สงบร่มรื่นและเย็นสบายมาก ที่สำคัญราคาถูก ชาวบ้านก็ทำกันเองแบบบ้านๆ ผมถึงชวนท่านผู้อ่านไงครับว่า ไปพังงาถ้าเบื่อนอนโรงแรม เบื่อนอนรีสอร์ท ลองไปอุดหนุนชาวบ้านดู คือแค่ลำพังที่พักที่บรรยากาศบ้านๆ ตัดขาดความวุ่นวายจากภายนอก
หรือถ้าท่านผู้อ่านติดรถจักรยานใส่หลังรถซึ่งเป็นเทรนด์ท่องเที่ยวตอนนี้ไปด้วยก็เหมาะมาก เพราะเขามีเส้นทางขี่จักรยานไปในหมู่บ้านบางเตย หมู่บ้านในหุบเขา ไปดูเขาทำน้ำตาลชก ‘ต้นชก’ภาษาใต้นี่ผมว่ามันก็คือต้นตาวที่เราเอาลูกมาทำลูกชิดนี่แหละ แต่ที่นี่เขาเอามาทำน้ำตาล มีตัดงวงได้น้ำต้นชกสดๆ เอามาเคี่ยวในกระทะ แล้วเอาไปทำน้ำตาลเป็นแว่นๆ ผมคนเพชรบุรีเคยเห็นเขาทำน้ำตาลโตนดมาตั้งแต่เด็ก พอได้มาชิมน้ำตาลต้นชก ตั้งแต่น้ำที่ต้ม น้ำตาลชกที่เป็นแว่นๆ เออแฮะ...มันหอมดี ไม่หวานแหลม ซื้อเป็นของฝากกลับมาบ้านก็น่าจะถูกใจ หรือขอปันน้ำตาลชกที่เป็นขวดๆ ที่เขาต้มแล้วมาใส่น้ำแข็งดื่มก็หอมหวานชื่นใจ
หรือจะล่องเรือแคนูในคลองก็ได้ คลองที่ผมว่ามันเป็นน้ำผุดออกมานี่แหละ น้ำมันผุดจนเป็นคลองขนาดได้ล่องเรือได้นี่ก็ลองคิดดูก็แล้วกันว่ามันมหัศจรรย์ขนาดไหน สนใจอยากอุดหนุนชาวบ้าน เป็นการให้กำลังใจกิจการของชาวบ้าน ลองโทรไปจองที่พักที่กำนันพงษ์ 08 6275 4448 หรือ ถาม ททท.พังงา โทร.0 7648 1900-2
ทีนี้ออกจากบ้านบางเตย แค่ข้ามถนนสายพังงา-กระบี่ เยื้องๆ กันนิดเดียวก็เป็นทางเข้าบ้านบางพัฒน์ ท่านผู้อ่านเข้าไปจนสุดทางจะไปสุดที่ลานจอดรถ มีป่าชายเลน และสะพานข้ามไปอีกฝั่งคลองก็จะเป็นหมู่บ้านบางพัฒน์ที่ได้ฉายาว่าปันหยี 2 เพราะหมู่บ้านทั้งหมดสร้างบนไม้ที่ปักๆเหนือเลนริมคลอง ก็ทำทางเชื่อมๆ กัน คือไม่มีที่ดินจริงๆ เวลาน้ำลงดินก็โผล่ น้ำขึ้นดินก็หาย ชาวบ้านเลยสร้างบ้านบนไม้ซะหมดเรื่องไป ที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเล เป็นหมู่บ้านมุสลิมเหมือนปันหยี อาชีพประมงชายฝั่งเล็กๆ ต่อมาจึงเลี้ยงปูเลี้ยงปลากระชัง ชื่อเสียงเรื่องอาหารทะเลสดๆ นี่ ขจรไปไกล ขนาดคนในเมืองพังงา ภูเก็ต กระบี่ ยังแวะมาชิม นอกจากอาหารที่สดอร่อยแล้ว ทิวทัศน์ของหมู่เกาะในอ่าวพังงายังเป็นเครื่องแกล้มอาหารได้อย่างดี
ที่บางพัฒน์นี่ผมไม่มีร้านแนะนำ เพราะคงอร่อยทุกร้าน แต่ร้านที่ผมไปประจำคือร้านครัวอารีย์ บังหมาด เพราะไปเห็นเขาตั้งแต่เป็นบ้านอยู่อาศัยธรรมดา ผมไปมาหาสู่บังหมาด พาเที่ยวเกาะมาแวะบ้าน เจ๊อารีย์เมียบังหมาดก็นึ่งปูย่างกุ้ง ยกมานั่งล้อมวงโซ้ยข้าวกันหน้าบ้าน ผมยังยุส่งว่าทำอาหารอร่อยแบบนี้น่าเปิดร้านอาหาร พอไปอีกที เป็นร้านแล้วจริงๆ น้ำจิ้มอาหารทะเลของเจ๊อารีย์นี่สุดยอด ลองไปพิสูจน์กันดู ชาวบ้านเขายังมีปลาเค็ม ปลาแห้ง กะปิเคยแท้ขายเป็นของฝากด้วย
ผมพาไปเที่ยวพังงามาหลายครั้งหลายแง่หลายมุม คราวนี้เป็นกิจการของชาวบ้านล้วนๆ อยากให้กำลังใจชาวบ้านที่ทำธุรกิจไม่ค่อยเป็น แต่อยากทำ เมื่อผมพอช่วยได้ในเรื่องประชาสัมพันธ์ ผมก็ช่วย ทีนี้ก็อยู่ที่ท่านผู้อ่านละครับว่าจะไปช่วยให้กำลังใจชาวบ้านด้วยกันไหม ผมบอกได้เลยว่า ไม่ขี้เหร่
บางที อาจเป็นมุมมองใหม่ๆ ที่การท่องเที่ยวเราหลงลืมไปก็ได้ว่า ไม่ต้องสุขสบายนัก ขอเพียงให้คงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากๆ ลองมาที่บางเตยก็จะได้คำตอบ นอนบางเตยให้อิ่มใจ แล้วไปอิ่มท้องที่บางพัฒน์ แค่นี่ก็ครบเครื่องเรื่องพังงาแล้วครับ




