วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

แจ้งความกลับ'เสี่ยเต้นท์รถ' คดีเงิน8ล้านช่วย'อั้ม พัชราภา'

แจ้งความกลับ'เสี่ยเต้นท์รถ' คดีเงิน8ล้านช่วย'อั้ม พัชราภา'

"โจม คำแหง" โร่แจ้งความกลับ "เสี่ยเต๊นส์รถ" อ้างถูกลวงโอนเงินค่ารักษาพยาบาล "อั้ม พัชราภา" ดาราดัง ถึง 8 ล้าน

จากกรณีที่นายปรีชา ชินวานิช อายุ 50 ปี และนางสาวชญาดา ชินวานิช อายุ 51ปี สองพี่น้องเจ้าของเต๊นส์รถมือสอง เดอะวัน ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายพัชรวรรธน์ หรือโจม คำแหง อายุ 30 ปี ชาวปากพูน อ.เมือง นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเจ้าร้านเสื้อผ้าพัชราภากรุ๊ป บายพัชรวรรธน์ และยังเป็นเซเลบคนดังของจังหวัดนครศรีธรรมราช

โดยอ้างว่า นายพัชรวรรธน์ได้มาขอยืมเงินกว่า 8 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้รักษาตัวดาราสาวชื่อดัง อั๊ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก โดยผู้เสียหายได้โอนเงินไปให้กว่า10 ครั้งเป็นเงินกว่า8ล้านบาท และทางนายพัชรวรรธน์บอกว่า จะคืนให้ภายในเดือนพฤศจิกายน แต่เมื่อถึงเวลาไม่ได้คืนเงิน เมื่อสอบถามไปยังอั๊ม พัชราภา ก็ระบุว่าไม่ได้ป่วย และไม่ได้ให้นายพัชรวรรธน์ ไปยืมเงินแต่อย่างใด และไม่ได้ติดต่อกับนายพัชรวรรธน์ มานานแล้วนั้น

ในเรื่องนี้ล่าสุด เมื่อ 1 ธ.ค. 2558 นายพัชรวรรธน์ คำแหง พร้อมด้วยนายภูมิกิติ ทองอร่าม ทนายความได้เดินทางมายังสภ.เมืองนครศรีธรรมราช โดยมีพ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช รับแจ้ง โดยให้มีการลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อที่จะตรวจสอบกับทางกองปราบว่า คู่กรณีได้มีการแจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อที่จะได้ดำเนินคดีหรือไม่อย่างไรหรือเพียงลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

นายภูมิกิติ ทองอร่าม ทนายความของนายพัชรวรรธน์ ระบุว่า นายพัชรวรรธน์มาแจ้งความกลับคู่กรณีในข้อหาหมิ่นประมาททำให้เสียชื่อเสียง โดยไม่ได้เป็นจริงตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้ให้ลงบันทึกประจำวันไว้

ขณะที่นายพัชรวรรธน์ กล่าวว่า ข่าวที่ออกมาได้ส่งผลกระทบให้กับตัวเองและครอบครัวมากคนในสังคมที่ไม่ทราบความจริง มีการด่าทออย่างเสียหาย ทำให้ตนต้องอยู่อย่างลำบากในสังคม และวันนี้ที่ได้ตัดสินใจมาดำเนินการปกป้องความเสียหายของตัวเอง และพร้อมที่จะสู้ในทุกกรณี เรื่องทั้งหมดไม่ได้เป็นจริงตามที่ถูกกล่าวหา

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ได้มีการติดต่อกับอั้ม พัชราภา บ้างหรือไม่ นายพัชรวรรน์บอกว่า ไม่อยากจะเอ่ยถึงบุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะ แต่จะสู้ในด้านคดีกับผู้กล่าวหา และยอมรับว่าโดยส่วนตัวรู้จักกับสองพี่น้องนักธุรกิจเต้นส์รถ