ขาวอมชมพู ณ ภูลมโล

ไม่เกินไปหรอกถ้าจะบอกว่า ภูเขาที่ทอดยาวสุดตานั้นมีสีชมพู

บางคนบอกว่าความรักเข้าตาล่ะสิ แต่ถ้าใครก็ตามที่ได้มายืนอยู่ ณ จุดนี้ รับรองว่ามีความรักกันทุกคนแน่ๆ ก็เพราะภูเขาที่อยู่ด้านหน้ามีชื่อว่า “ภูลมโล” เป็นถิ่นแดนซากุระเมืองไทยที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุด และมีวิวทิวทัศน์งดงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย


หลายคนมาถึงเขาค้อแล้วขอเพิ่มโปรแกรมมาเยือนภูลมโลด้วย เพราะอยากเห็นความงดงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือที่ทุกคนพร้อมใจกันเรียกว่า ซากุระเมืองไทย แต่...จะได้เห็นภูเขาสีชมพูแบบนั้นได้ ต้องตรวจเช็ควันเวลาให้ชัดเจนกันอีกที ดีไม่ดีมาแล้วจะผิดหวังกลับไปเพราะไม่ใช่ฤดูดอกไม้บาน


ภูลมโล เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มียอดสูง 1,680 เมตรจากระดับน้ำทะเล ด้านบนอากาศดี และหนาวเย็นตลอดปีด้วย ซึ่งภูลมโลตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย เพราะฉะนั้นการเดินทางจึงสามารถใช้ได้จาก 3 เส้นทาง คือ พิษณุโลกให้ใช้เส้นทางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ถ้าทางจังหวัดเลยให้ขึ้นทางตำบลกกสะท้อน อำเภอด่านซ้าย แต่ถ้าใครมาเที่ยวเขาค้อแล้วอยากเลยไปให้ใช้เส้นทางภูทับเบิก แล้วเลยไปอีกนิด ชีวิตก็จะดี๊ดี


ก่อนจะมาเป็นพื้นที่ “สีชมพู” สดใสขนาดนี้ ภูลมโลเคยเป็น “พื้นที่สีแดง” มาก่อน คือตั้งแต่สมัยที่มีความขัดแย้งทางการเมือง ภูลมโลถูกใช้เป็นสมรภูมิรบระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) จนเมื่อเหตุการณ์สงบก็มีชาวม้งเข้ามาอาศัยทำไร่เลื่อนลอยจนเกิดความเสียหายไปทั้งภูเขา ต่อเมื่อมีการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเมื่อปี 2527 จึงได้มีการปลูกต้นพญาเสือโคร่งทดแทนพื้นที่ที่เสียไป จนภูลมโลค่อยๆ กลับมามีชีวิตชีวาและกลายเป็นแหล่งปลูกนางพญาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,200 ไร่ ด้วยจำนวนต้นพญาเสือโคร่งกว่า 1 แสนต้น


ที่หลายคนเรียกว่า ซากุระเมืองไทย เพราะพญาเสือโคร่งเป็นไม้วงศ์เดียวกันกับซากุระของประเทศญี่ปุ่น ผิดกันที่ขนาดดอกและสีสัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และพื้นที่ปลูก อย่างที่ภูลมโลก็มีทั้งดอกที่สีชมพูสด และดอกสีขาวอมชมพู แต่ดูโดยรวมแล้วสวยงามสดใสไปทั้งภูเขา


อย่างที่บอกไว้แต่แรกว่า ถ้าจะมาต้องเช็คเวลาดอกไม้บานให้ดี เพราะปกติดอกพญาเสือโคร่งจะบานช่วงกลางฤดูหนาว คือราวเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ แต่พักหลังๆ มานี้มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบนโลกใบนี้มากมาย ฤดูกาลที่เคยมาตรงเวลาก็อาจจะขยับขยายไปบ้าง ทางที่ดีคือต้องเช็คกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าก่อนเดินทาง ที่สำคัญต้องเช็คบ่อยๆ ด้วย เพราะพญาเสือโคร่งเป็นดอกไม้ที่มีช่วงเวลาบานสั้นๆ คือบานอยู่ราว 1 อาทิตย์ก็จะค่อยๆ โรยลาแล้ว ถ้าพลาดช่วงนี้ไปก็คงต้องรอไปชมกันใหม่ปีหน้า


นอกจากความสวยงามของดอกไม้แล้วนักท่องเที่ยวเขาไปชมอะไรกัน นั่นน่ะสิ ขอบอกว่าด้านบนนี้ถือเป็นจุดพักแรมกางเต็นท์ที่ดีมากๆ อากาศเย็นๆ ได้นั่งจิบกาแฟอุ่นๆ หรือนอนคลุมผ้าอยู่ใต้ฟ้ามองดูดาว น่าจะเป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกที่สุด


หนาวนี้ใครอยากไปชมซากุระเมืองไทยแบบใกล้ชิด ติดต่อสอบถามรายละเอียดการเดินทางและข้อมูลที่ดอกพญาเสือโคร่งจะบานได้ที่ ททท. สำนักงานพิษณุโลก โทรศัพท์ 0 5525 2742-3 หรืออุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โทรศัพท์ 0 5535 6607


ไม่ได้มีความรักอย่างเดียวเท่านั้นที่จะทำให้โลกทั้งใบเป็นสีชมพู การเดินทางไปพบถิ่นฐานที่น่าสนใจก็อาจทำให้หัวใจเบ่งบานสดใสเป็นสีชมพูได้เช่นกัน ไม่เชื่อก็ลองออกเดินทางกันดู