2นักร้องอาร์สยาม โร่แจ้งความ หนุ่มใหญ่บุกบ้านอ้างเป็นสามี

2นักร้องอาร์สยาม โร่แจ้งความ หนุ่มใหญ่บุกบ้านอ้างเป็นสามี

2นักร้องลูกทุ่งแดนซ์ "กระแต-กระต่าย" อาร์สยาม ขึ้นโรงพักแจ้งความ หลังหนุ่มใหญ่บุกบ้านอ้างเป็นสามี ลักษณะคล้ายคนเมา

ที่สน.สายไหม เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน น.ส.นิภาพร บุญยะเลี้ยง หรือกระแต อาร์สยาม อายุ 28 ปี นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง พร้อมนางปรานอม บุญยะเลี้ยง อายุ 48 ปี มารดา น.ส.อาทิตยา บุญยะเลี้ยง หรือกระต่าย อาร์สยาม และนายกฤษ บุญยะเลี้ยง อายุ 21 ปี น้องชาย เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ธนภัทร กังรวมบุตร พนักงานสอบสวน สน.สายไหม เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานพร้อมนำภาพถ่ายนายสุพิศ (สงวนนามสกุล) และภาพถ่สยบัตรประชาชนของนายสุพิศ มามอบไว้เป็นหลักฐาน หลังจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสุพิศนั่งรถแท็กซี่บุกมาหาถึงบ้านพักส่วนตัว ภายในหมู่บ้านพฤกษาวิลเลจ ย่านสายไหม กทม. ก่อนอ้างว่าเป็นสามีของกระแต อาร์สยาม

น.ส.นิภาพร หรือกระแตเปิดเผยว่า เมื่อเวลา7.30 น.ที่ผ่านมา ตนและครอบตรัวเดินทางกลับจากการแสดงคอนเสิร์ตที่ จ.ขอนแก่น เมื่อถึงบ้านพบแท็กซี่ สีเขียว-เหลืองมาจอดท้ายรถทีมงาน จากนั้นมีชายลักษณะคล้ายคนเมา เดินเข้ามาหาทราบชื่อภายหลังชื่อนายสุพิศ มีชัย อายุ 45 ปี ชาวจ.สกลนคร พร้อมถามว่า “กระแตอยู่ไหม” แม่จึงให้ตนและน้องกระต่ายเข้าไปในบ้าน เพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย และที่ต้องมาแจ้งความเพราะกลัวว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้น

ด้านนางปรานอม กล่าวว่า หลังจากที่ชายคนดังกล่าวถามหากระแตแล้ว ตนจึงถามกลับไปว่า “เป็นแฟนคลับกระแตหรือ” นายสุพิศอ้างว่า ตนเป็นสามีของกระแต และเคยไปสาบานกับศาลย่านาคไว้ ต้องพากระแตไปแก้คำสาบาน ตนตกใจมาก ทีมงานและลูกชายรีบกันไม่ให้นายสุพิศเข้าไปภายในบ้าน จากการสอบถามคนขับรถแท็กซี่ที่นายสุพิศนั่งมาทราบว่ารับนายสุพิศมาจากสนามกีฬาโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง ย่านรามอินทรา ซึ่งนายสุพิศบอกว่าจะไปบ้านของกระแต อาร์สยาม พร้อมส่งกระดาษที่ระบุที่อยู่บ้านของกระแต ก่อนจะพานายสุพิศมาส่งที่บ้านหลังดังกล่าว จากนั้นตนจึงไปสอบถามรปภ.ที่หน้าหมู่บ้านทราบว่าสาเหตุที่อนุญาตให้นายสุพิศเข้าไปเพราะคิดว่ามาส่งของให้กระแต โดยปกติมักจะมีแท็กซี่ขับมาส่งของอยู่เป็นประจำ ทางรปภ.จึงไม่ได้เอะใจ ปล่อยให้เข้าไป 

ร.ต.อ.ธนภัทร กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบทราบว่าบ้านที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ของสน.คันนายาว จึงรับเรื่องไว้ก่อนพร้อมทั้งแนะนำให้ผู้เสียหายเดินทางไปแจ้งความที่สน.คันนายาวอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามเบื้องต้นคาดว่านายสุพิศจะเข้าข่ายทำความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญเท่านั้น