จงกั๋วสู้ๆ

จงกั๋วสู้ๆ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราคงต้องยอมรับกันว่า นักท่องเที่ยวจากจีนมีจำนวนมหาศาล เดินทางไปทั่วโลกและจับจ่ายใช้สอยในขณะเดินทางอย่างสนุกสนาน

เม็ดเงินที่ใช้ไปสามารถทำรายได้มาให้ประเทศต่างๆ ที่ไปเที่ยวอย่างมากมาย หลายประเทศที่ดูจะรังเกียจนักท่องเที่ยวจีนในตอนแรกก็พากันปรับตัวเพื่อนำนำรายได้เข้าประเทศเพื่อบรรเทาสภาวะเศรษฐกิจซบเซา


แต่ในขณะที่คนจีนหลั่งไหลออกไปเที่ยวต่างประเทศ รัฐบาลจีนก็เริ่มกลับมาพิจารณาปรับปรุงการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อดึงต่างชาติให้เข้ามามากยิ่งขึ้น แต่ดูเหมือนว่า อุปสรรคมากมายรอการแก้ไขอยู่


จีนประสบปัญหาจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยลงมาเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกันแล้วสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติของจีนรายงานว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2555 อยู่ที่ 132 ล้านคนโดย ลดลง 2.2 เปอร์เซ็นต์ ต่อมาในปี 2556 ก็ลดลงอีก 2.5 เปอร์เซ็นต์และอีก 0.45 เปอร์เซ็นต์ในปี 2557 เศรษฐกิจของโลกที่ซบเซาก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การท่องเที่ยวเป็นเช่นนี้ แต่ปัญหาการให้บริการที่ไม่ได้มาตรฐานก็มีส่วนสำคัญ


ทางการจีนได้ดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเช่น ลดขั้นตอนการขอวีซ่า ออกระเบียบการคืนภาษีแก่นักท่องเที่ยวและปรับปรุงห้องน้ำสาธารณะ


เจียง ยี่ยี่ เจ้าหน้าที่วิทยาลัยการท่องเที่ยวจีน กล่าวว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกๆ ที่มาจีนมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพราะจีนเป็นประเทศใหม่สำหรับพวกเขา ห้องน้ำ ห้องส้วมที่ไม่สะอาดและส่งกลิ่นเหม็นก็ไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อหลายๆ ปีผ่านไป ปัญหาเหล่านั้นก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข นักท่องเที่ยวต่างชาติก็เข้ามามากขึ้น ความต้องการที่จะให้เรื่องพวกนั้นได้รับการปรับปรุงก็มีมากขึ้น


นอกจากนี้ เรื่องของภาษาก็เป็นปัญหาของนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย แซลลี่ สมิธ และเพื่อนนั่งอยู่บนขั้นบันไดของห้างซิลค์โร้ด ห้างสรรพสินค้าในย่านสถานทูตต่างชาติ แซลลี่ก้มหน้าก้มตาเปิดแผนที่ในโทรศัพท์เพื่อหาทางกลับไปโรงแรมที่พัก


“เราหาแท็กซี่กลับโรงแรมไม่ได้เพราะแท็กซี่ไม่ยอมไปส่งเรา ถึงแม้พวกเราจะโชว์ที่อยู่โรงแรมเป็นภาษาจีนก็ตาม”


แซลลี่จากเกาะอังกฤษเล่าให้หนังสือพิมพ์เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ฟัง “ฉันอยากใช้รถไฟใต้ดิน แต่คงหลงทางแน่ เพราะไม่สามารถเข้าใจป้ายต่างๆ ได้เลย ทุกอย่างเขียนด้วยภาษาจีนเท่านั้น ไม่เหมือนที่ฮ่องกงที่ป้ายต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ ไม่เหมือนที่นี่”


หลายฝ่ายในธุรกิจท่องเที่ยวของจีนก็ตระหนักดีถึงเรื่องนี้ โรงแรมและร้านอาหารต่างๆ พากันพยายามปรับปรุงการให้บริการโดยเฉพาะแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติเพราะเป็นแหล่งรายได้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าทางการจีนจะพยายามทำหลายอย่างเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ


เมื่อเร็วๆ นี้ เวทีเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) รายงานดรรชนีชี้วัดการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในปีนี้ให้จีนอยู่อันดับที่ 17 ของประเทศทั้งหมด 141 ประเทศเพราะจีนยังไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ในเรื่องของจำนวนห้องพัก คุณภาพของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม


ไมเคิล แพน หัวหน้าฝ่ายบริหารของเจ็ดเบย์ซึ่งเป็นเว็บไซท์ท่องเที่ยว กล่าวว่า ส่วนหนึ่งของปัญหาคืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวท้องถิ่นติดอยู่กับการให้บริการกรุ๊ปทัวร์สำหรับต่างชาติที่ชอบการท่องเที่ยวแบบเป็นอิสระ เจียง เสริมว่า แบบฟอร์มการขอวีซ่าที่สับสนและยุ่งยากซึ่งผู้ขอวีซ่าต้องให้รายละเอียดของโปรแกรมการท่องเที่ยวอย่างละเอียดก็เป็นปัญหาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่างกับประเทศอื่นๆ เช่น ไทย เวียดนาม ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งการทำวีซ่าสะดวกกว่ามาก


อย่างไรก็ตาม ทางการจีนยังมองว่า การท่องเที่ยวเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยหารายได้เข้าประเทศและเร่งการเติบโตของประเทศ รัฐบาลจีนได้คิดนโยบายที่หวังว่าจะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เข้มแข็งขึ้น เช่น กฎหมายกำจัดผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่ไม่ซื่อสัตย์ การยกเว้นวีซ่า 72 ชั่วโมงให้แก่ผู้ที่มาแวะพักเปลี่ยนเครื่องในเมืองใหญ่ๆ และการให้นักท่องเที่ยวขอคืนภาษีได้ในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้


สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติของจีนอ้างว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 5.3 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้


เหวย เซียง ผู้อำนวยการของศูนย์ค้นคว้าเศรษฐกิจการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยการศึกษานานาชาติปักกิ่งกล่าวว่า การท่องเที่ยวขาเข้าประเทศของจีนกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยน ผมหวังว่า นโยบาย “ปฏิวัติห้องน้ำ” ทั่วประเทศของรัฐบาลจีนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ท่องเที่ยวจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเที่ยวที่จีนเท่านั้น แต่จะช่วยกระตุ้นคนจีนให้เที่ยวในประเทศมากยิ่งขึ้นด้วย